วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กลัวไม่สุด BMW จัดตัวโหด 500 ม้า M4 GTS ในมอเตอร์เอ็กซ์โปร 2016

BMW Group Thailand นำยานยนต์ล้ำยุค และโปรโมชั่นพิเศษ BMW / MINI / และ BMW Motorrad มุ่งหน้าสู่งาน Thailand International Motor Expo 2016 มหกรรม
ยานยนต์ ครั้งที่ 33 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 1-12 ธันวาคม 2559 นี้ นำโดย BMW M4 GTS จอมโหดแห่งสมรรถนะบนท้องถนน เทคโนโลยีฉีดน้ำเข้าอินเตอร์คูลเลอร์จากสนามแข่ง พร้อมโฉมใหม่ของรถสปอร์ตปลั๊กอินไฮบริดแห่งอนาคต BMW i8 Protonic Red Edition ร่วมด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมปลั๊กอินไฮบริดรุ่นประกอบในประเทศไทย อย่าง BMW 330e Luxury และออฟโรดไฟฟ้า BMW X5 xDrive40e M Sport นอกจากนี้ MINI ยังมาพร้อมกับรุ่นพิเศษ MINI Cooper S ‘Seven Edition’ รวมถึงมอเตอร์ไซค์ BMW S 1000 RR HP Line และ S 1000 XR HP Line ครบเครื่องกว่าเดิมด้วยฟังก์ชั่นสำหรับคอบิ๊กไบค์ตัวจริง

งานมหกรรมยานยนต์ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เชื่อมโลก เชื่อมคน ยานยนต์อัจฉริยะ” ซึ่งถือว่าเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ BMW Group ในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีระดับพรีเมียม ที่พร้อมขับเคลื่อนโลกยานยนต์สู่อนาคต โดยที่ยังรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของทั้ง BMW / MINI / BMW Motorrad ไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย” มร.สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน BMW Group Thailand กล่าว “ไฮไลต์สำคัญในงานอย่าง BMW M4 GTS และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดจากเทคโนโลยี BMW iPerformance ทุกรุ่น ล้วนเป็นเครื่องสะท้อนถึงวิสัยทัศน์นี้ทั้งสิ้น”

BMW M4 GTS
ราคา 13,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

BMW M4 GTS เป็นรถยนต์รุ่นพิเศษ ที่ต่อยอดความแรงด้านสมรรถนะของรถสปอร์ตในตำนาน BMW M4 Coupe ไปอีกขั้น ด้วยเทคโนโลยีและรูปลักษณ์ภายนอกที่ส่งตรงจากสนามแข่ง พร้อมตอบสนองทุกการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นในสนามแข่งหรือบนท้องถนนทั่วไป

นอกจากจะเป็นรถยนต์ BMW ที่เร็วและแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาแล้ว BMW M4 GTS ยังเป็น Sport Coupe รุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 700 คันทั่วโลก เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีของรถยนต์สปอร์ตระดับตำนานอย่าง BMW M3 ที่ได้เริ่มผลิตเป็นครั้งแรกในปี 1986

M4 GTS วางเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 6 กระบอกสูบ ขนาด 3.0 ลิตร รุ่นเดียวกับ BMW M3 และ BMW M4 รุ่นเดิม แต่เสริมสมรรถนะด้วยเทคโนโลยีระบบหัวฉีดน้ำ (water injection) เปิดตัวออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก หลังจากที่ช่วยขับเคลื่อนให้รถแข่ง BMW M4 DTM ของนักขับชาวเยอรมัน มาร์โก วิทแมนน์ สามารถคว้าแชมป์การแข่งขันทัวริ่งคาร์รายการ DTM (Deutsche Tourenwagen Masters) ประจำปี 2014 และ 2016 ไปครองได้สำเร็จ เทคโนโลยีหัวฉีดน้ำนี้ช่วยให้เครื่องยนต์ของ BMW M4 GTS มีกำลังสูงสุดถึง 368 กิโลวัตต์ / 500 แรงม้า แรงบิดสูงสุดมากถึง 600 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยที่ยังมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงในระดับเดียวกับ BMW M4 Coupe รุ่นมาตรฐาน

นอกจากเครื่องยนต์สุดระห่ำม้าท่วมแรงบิดมหาศาลแล้ว BMW M4 GTS ยังตอบสนองต่อการกดคันเร่งอย่างฉับไว ด้วยน้ำหนักตัวรถที่เบา โดยมีอัตราส่วนน้ำหนักต่อแรงม้าที่ 3.0 กิโลกรัมต่อ 1 แรงม้า ฝากระโปรงหน้า-หลัง หลังคา สปลิตเตอร์หน้า และสปอยเลอร์ เลือกใช้วัสดุล้ำยุคน้ำหนักเบา CFRP (carbon-fibre-reinforced plastic) เพิ่มความแข็งแรงและเบาเป็นพิเศษ เข้ากันกับงานออกแบบภายในที่เน้นการใช้วัสดุชั้นดี เพื่อความหรูในสไตล์สปอร์ตพันธุ์แท้ ระบบส่งกำลังวางเกียร์ M DCT (M Double Clutch Transmission) 7 สปีด พร้อม Paddle Shift ทำงานผสานกับเครื่องยนต์อย่างลงตัวเพื่อส่งถ่ายแรงบิดระดับ 600 นิวตันเมตรลงสู่ล้ออัลลอยด์น้ำหนักเบาสีส้ม Acid Orange รุ่น 666 M Styling ระบบรองรับใช้ช่วงล่างแบบ M coilover และเบรกสมรรถนะสูงจานคาร์บอนเซรามิก

BMW M4 GTS มาพร้อมกับการวิวัฒนาการเทคโนโลยีไฟท้ายแบบ OLED (BMW Organic Light) สำหรับการผลิตซีรีส์รถยนต์เป็นครั้งแรกในโลก โดยระบบไฟแบบ OLED นี้ ให้แสงสว่างบนพื้นผิวแบบกระจายตัวทั่วๆ กัน แทนที่จะเป็นแบบจุดเฉพาะเช่นไฟ LED ทั่วไป ผ่านวัสดุเซมิคอนดัคทีฟบางเฉียบสุดล้ำ สร้างแสงไฟท้ายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

BMW 330e Luxury พร้อมเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด รุ่นประกอบในประเทศไทย
ราคา 2,599,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

BMW 330e Luxury Plug in Hybrid เป็นซีดาน 4 ประตูที่มีความประหยัดและความแรง ประโยชน์ใช้สอยและความหรูหรา ประหยัดน้ำมันอย่างเหนือชั้น ด้วยเทคโนโลยี iPerformance ของ BMW ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เป็นเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่มีแรงบิดเทียบเท่าเครื่อง 6 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ทำให้เครื่องยนต์ของ 330e กลายเป็นขุมกำลังที่ทรงพลังที่สุดของ BMW ความสามารถและประสิทธิภาพทำให้เครื่องรุ่นนี้คว้ารางวัล International Engine of the Year กำลังสูงสุดที่ 135 กิโลวัตต์ / 184 แรงม้า พร้อมแรงบิด 290 นิวตันเมตร สู่ล้อหลังได้อย่างราบรื่นในทุกรอบเครื่อง มอเตอร์ไฟฟ้าในระบบ Plug in Hybrid ให้กำลังเพิ่มเติมสูงสุดอีก 65 กิโลวัตต์ / 89 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ให้การตอบสนองในเสี้ยววินาที ตามสไตล์ระบบส่งกำลังไฟฟ้าในลักษณะที่ปราศจากอาการรอรอบ มอเตอร์ฝังอยู่ในเกียร์อัตโนมัติ ZF-8HP เป็นระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 8 จังหวะ โดยสามารถเลือกขับขี่โดยใช้พลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ ที่ความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนในโหมดไฮบริด 330e เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เมื่อทั้งสองระบบทำงานร่วมกัน เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าชุดนี้จะมอบกำลังสูงถึง 185 กิโลวัตต์ / 252 แรงม้า ให้เร่งความเร็วได้อย่างใจนึก ทั้งยังประหยัดน้ำมันด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 41.7 กิโลเมตรต่อลิตร และลดระดับมลภาวะในการขับขี่กับอัตราการปล่อย CO2 ที่ 57 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น

เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดใน 330e สามารถนำสมรรถนะของมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และขับขี่ในเมืองโดยไม่ปล่อยมลภาวะออกจากท่อไอเสียเลยในระยะ 40 กิโลเมตร (เมื่อแบตฯ มีไฟเต็ม) แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีความจุ 7.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ชาร์จได้กับปลั๊กไฟบ้านทั่วไป โดยมีช่องเก็บสายชาร์จอยู่ใต้พื้นที่เก็บสัมภาระตอนท้าย เมื่อแบตเตอรี่หมด สามารถชาร์จด้วยไฟบ้านให้เต็มได้โดยใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง หรือเลือกเสริมประสิทธิภาพการชาร์จด้วยอุปกรณ์ บีเอ็มดับเบิลยู ไอ วอลล์บ็อกซ์ เพียว (BMW i Wallbox Pure) ที่ทั้งปลอดภัย ใช้งานง่าย และรวดเร็วด้วยกำลังไฟถึง 3.7 กิโลวัตต์ (16 แอมป์ / 230 โวลต์) จึงสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มได้ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง 12 นาที

BMW 330e Luxury มีดีไซน์หรูเรียบ ล้ออัลลอยด์แบบ Multi-spoke style 416 แผงคอนโซลลายไม้ ไฟหน้าแบบ LED และพวงมาลัยหุ้มหนัง ตกแต่งภายในด้วยสีแอนทราไซต์ และ Pearl Chrome และตกแต่งวัสดุคุณภาพสูงที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นเบาะหนังดาโกต้า ระบบนำทาง และเครื่องเสียงระบบ Hi-Fi

BMW i8 Protonic Red Edition
ราคา 11,899,000 บาท 

BMW i8 Protonic Red Edition เป็นรถยนต์สปอร์ต 2 ประตู 4 ที่นั่ง (2+2) รุ่นพิเศษที่ผลิตในช่วงเวลาที่จำกัด โครงสร้างห้องโดยสารทำจากวัสดุ CFRP (carbon-fibre-reinforced plastic) ระบบส่งกำลังไฟฟ้าผสานเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทคโนโลยี BMW eDrive ตัวถังสีแดง Protonic Red ตกแต่งตัดกับสีเทา Frozen Grey metallic ล้ออัลลอยด์น้ำหนักเบาแบบ W-spoke 470 สีเทา Orbit Grey metallic ขนาดต่างกันแบบหน้าเล็กหลังใหญ่ ดีไซน์ภายในตกแต่งด้วยวัสดุที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์คุณภาพสูงและเซรามิก ให้ความรู้สึกสมกับเป็นรถสปอร์ตซุปเปอร์คาร์

นวัตกรรม eDrive ของ i8 ประกอบไปด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo กำลัง 170 กิโลวัตต์ / 231 แรงม้า พร้อมแรงบิด 320 นิวตันเมตร มอเตอร์ไฟฟ้าเสริมแรงมีกำลัง 96 กิโลวัตต์ / 131 แรงม้า พร้อมแรงบิด 250 นิวตันเมตร นอกจากนี้ เทคโนโลยี BMW eDrive ทำให้ i8 รุ่นล่าสุดใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนรุ่นใหม่กำลังไฟสูง พร้อมระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ เมื่อเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร และมอเตอร์ทำงานพร้อมกัน จะทำให้ i8 มีกำลังรวม 266 กิโลวัตต์ / 362 แรงม้า สมรรถนะแนวซุปเปอร์คาร์พร้อมกับความประหยัดพลังงานในระดับสูงสุด

เมื่อใช้โหมด eDrive หรือการขับขี่โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียวๆ ในเมือง จะมีค่ามลพิษเท่ากับศูนย์หรือไม่มีการปล่อยไอเสีย BMW i8 สามารถขับด้วยความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ไกล 37 กิโลเมตร สามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มได้ในเวลา 3 ชั่วโมง โดยสามารถเลือกชาร์จได้กับปลั๊กไฟบ้านทั่วไป หรืออุปกรณ์ บีเอ็มดับเบิลยู ไอ วอลล์บ็อกซ์ เพียว (BMW i Wallbox Pure) นอกจากนี้ BMW i8 ผสานพลังเพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยม ตอบสนองความต้องการในทุกเส้นทางสำหรับการขับแนวสปอร์ต สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ ภายในเวลา 4.4 วินาที เมื่อขี่ในโหมดสปอร์ต อัตราการสิ้นเปลืองพลังงานและการปล่อยไอเสียที่เหนือชั้นกว่ารถสปอร์ตทุกรุ่นในโลก ด้วยอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 47.6 กิโลเมตรต่อลิตร และอัตราการปล่อยก๊าซ CO2 เพียง 49 กรัมต่อกิโลเมตร

ประสิทธิภาพของ i8 ทำให้รถสปอร์ตรุ่นนี้กลายเป็นยานยนต์ที่โดดเด่นด้านประสิทธิภาพ ความประหยัดและสมรรถนะบนท้องถนน จนได้รับรางวัลหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นรางวัล International Engine of the Year สำหรับเครื่องยนต์ TwinPower Turbo 3 สูบ และระบบส่งกำลังไฮบริด ทั้งยังได้รับการโหวตให้คว้ารางวัลยอดเยี่ยม World Green Car of the Year และ Green Luxury Car พร้อมด้วยรางวัล Paul Pietsch Award จาก “auto motor und sport” นิตยสารยานยนต์ของประเทศเยอรมัน ในฐานะรถยนต์ที่มีนวัตกรรมยานยนต์โดดเด่นที่สุด

BMW X3 xDrive20d M Sport
ราคา 3,499,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

BMW X3 xDrive20d M Sport เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอลเรลแถวเรียง 4 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุดถึง 140 กิโลวัตต์ / 190 แรงม้า อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร อัตราการปล่อยก๊าซ CO2 149 กรัมต่อกิโลเมตร ซึ่งทำให้ X3 xDrive20d M Sport มีสมรรถนะดีที่สุดในกลุ่มรถยนต์คลาสเดียวกัน

BMW X3 xDrive20d M Sport ใหม่ ติดตั้งหลังคากระจกพาโนรามา เทคโนโลยีขับเคลื่อน Performance Control ที่ปันส่วนกำลังของเครื่องยนต์และการทำงานของเบรกที่แต่ละล้อ ในขณะเข้าโค้งเพื่อความเสถียร และความปลอดภัยควบคุมทิศทางได้ง่าย ล้ออัลลอยแบบ Double-Spoke 622M ขนาด 19 นิ้ว ชุดแต่ง M Aerodinamic พวงมาลัยหนังแท้แบบ M กรอบหน้าต่าง BMW Individual แบบ high-gloss และเพดานห้องโดยสาร BMW Individual สีดำแอนทราไซท์ พร้อมด้วยจอภาพแบบ Head-Up Display กล้องมองหลัง ระบบนำทาง ชุดลำโพงไฮไฟ และระบบ Comfort Access

BMW X5 xDrive40e M Sport รุ่นประกอบในประเทศไทย
ราคา 4,699,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
BMW X5 xDrive40e M Sport เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของ BMW Group ด้วยการผสมผสานความเป็นรถอเนกประสงค์และความหรูหราในแบบของรถยนต์ SAV สมรรถนะการยึดเกาะถนนสไตล์ BMW Dynamic จากระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ BMW xDrive ความประหยัดจากเทคโนโลยี BMW Efficient Dynamics eDrive

X5 xDrive40e M Sport ใช้เครื่องยนต์ตัวเล็กกะทัดรัดที่ให้แรงบิดเท่ากับเครื่องยนต์ตัวโต เครื่องเบนซินแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ที่คว้ารางวัล “International Engine of the Year” มาครองแล้วถึงสามสมัย ด้วยสมรรถนะจากระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ TwinScroll ระบบหัวฉีดน้ำมันที่มีความแม่นยำสูง และระบบวาว์ลแปรผัน VALVETRONIC ทำให้เครื่องยนต์รุ่นนี้เป็นขุมพลังเบนซิน 4 สูบที่ทรงพลังที่สุดของ BMW ให้กำลังสูงสุด 180 กิโลวัตต์ / 245 แรงม้า พร้อมแรงบิด 350 นิวตันเมตร

ระบบผสานพลังงานในรูปของแรงบิดด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังเพิ่มเติมสูงสุด 83 กิโลวัตต์ / 113 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร โดยไม่มีอาการรอรอบ ตอบสนองในเสี้ยววินาทีตามสไตล์การทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าพลังสูง ทำงานประสานกับเครื่องยนต์หลักเพื่อให้การตอบสนองที่ดี เร่งความเร็วได้โดยปราศจากอาการรอรอบ X5 40e เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 6.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โหมดการขับขี่โดยมอเตอร์ไฟฟ้าแต่เพียงอย่างเดียว สามารถเร่งความเร็วได้ถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เมื่อเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานพร้อมกัน BMW X5 xDRIVE 40e Plug in Hybrid จะมีกำลังสูง 230 กิโลวัตต์ หรือ 313 แรงม้า ประหยัดน้ำมันด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 29.4 กิโลเมตรต่อลิตร และลดระดับมลภาวะในการขับขี่กับอัตราการปล่อยก๊าซ CO2 ที่ 79 กรัมต่อกิโลเมตร

เทคโนโลยี Plug in Hybrid ใน BMW X5 xDrive40e ได้รับการออกแบบมาให้เหมาะสมกับการขับขี่แบบประหยัดพลังงานด้วยระบบส่งกำลัง ZF-8 Speed ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าในชุดเกียร์ โดยเฉพาะในกรณีการเดินทางในเมืองที่มีการควบคุมมลภาวะ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนกำลังไฟสูงของ X5 xDRIVE 40e มีความจุ 9 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถชาร์จได้กับปลั๊กไฟบ้านทั่วไป โดยมีช่องเก็บสายชาร์จอยู่ใต้พื้นที่เก็บของ

เมื่อไฟอ่อนลงหรือกระแสไฟฟ้าในแบตฯ ถูกใช้จนใกล้หมด แบตเตอรี่ของ X5 xDrive40e สามารถชาร์จด้วยไฟบ้านให้เต็มความจุได้โดยใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง แต่การชาร์จไฟใส่แบตฯ ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าคือการชาร์จด้วยอุปกรณ์ บีเอ็มดับเบิลยู ไอ วอลล์บ็อกซ์ เพียว (BMW i Wallbox Pure) จาก BMW 360° ELECTRIC ที่ออกแบบให้มีความปลอดภัย ใช้งานได้ง่าย ด้วยกำลังไฟ 3.5 กิโลวัตต์ (16 แอมป์ / 230 โวลท์) ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มได้ในเวลา 3 ชั่วโมง

MINI Seven ใหม่สองรุ่น
ราคา
MINI Cooper S 3 ประตู Seven Edition: 2,890,000 บาท
MINI Cooper S 5 ประตู Seven Edition: 2,930,000 บาท

พบกับครั้งแรกของการเปิดตัวรถยนต์ MINI รุ่น 3 ประตู และ 5 ประตูพร้อมกันในรุ่นพิเศษ “MINI Seven” ที่พัฒนาต่อยอดมาจากมินิ คูเปอร์ เอส

MINI Seven ใหม่ สีน้ำเงิน Lapisluxury Blue ในแบบฉบับของ MINI Yours หลังคา-กระจกมองข้างสีเงิน Melting Silver และกระโปรงหน้าคาดด้วยสี Melting Silver ตัดขอบด้วยสีน้ำตาล Malt Brown ล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว ลาย MINI Yours Vanity Spoke

ห้องโดยสารตกแต่งด้วยเบาะนั่งหนังแท้สไตล์สปอร์ต MINI Yours Leather Lounge สีดำ โลโก้ MINI Seven ที่มีเอกลักษณ์บริเวณคอนโซลด้านหน้า และสีหลักของห้องโดยสารที่เป็นสีดำ Piano Black เสริมความลงตัวด้วยสีดำ Carbon Black

เครื่องยนต์เบนซิน MINI TwinPower Turbo มาพร้อมกับสัญชาตญาณการตอบสนองอันฉับไว แรงบิดที่เป็นเอกลักษณ์และกำลังขับเคลื่อนที่ดี เครื่องยนต์สี่สูบขนาด 2.0 ลิตรของ MINI Cooper S ทั้งในรุ่น 3 ประตู และ 5 ประตู มีแรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตัน-เมตรที่รอบเครื่องยนต์ 1,250 รอบต่อนาที และสามารถเพิ่มขีดจำกัดสูงถึง 280 นิวตัน-เมตรที่ 1,250 รอบต่อนาที พร้อมพลังขับเคลื่อนถึง 141 กิโลวัตต์/192 แรงม้า

สำหรับชื่อรุ่น MINI Seven มีที่มาจากรถคอมแพกต์สุดคลาสสิกจากอังกฤษ ที่เปิดตัวออกสู่ตลาดเมื่อกว่า 50 ปีก่อนอย่าง Austin Seven ซึ่งถือเป็นต้นตระกูลของรถยนต์ MINI 4 ที่นั่งรุ่นแรก

โปรแกรมบำรุงรักษา MINI Services Inclusive
รถยนต์ MINI ทุกรุ่น มีโปรแกรมบำรุงรักษา MINI Service Inclusive หรือ MSI ระยะเวลาคุ้มครองการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กม. นอกจากนี้ ยังมีโปรแกรมการรับประกันที่ขยายขอบเขตการคุ้มครองตลอดระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง โดยโปรแกรม MSI จะคงอยู่กับรถมินิ เพื่อให้ลูกค้าที่รับการส่งต่อรถ MINI สามารถที่จะสบายใจได้กับระยะเวลาคุ้มครองการบำรุงรักษาที่เหลืออยู่ และช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่รถเมื่อเปลี่ยนเจ้าของ

BMW F 800 R Sport
ราคา 490,000 บาท

จักรยานยนต์ BMW รุ่น F 800 R Sport สีน้ำเงิน Racing Blue ตัดกับสีดำ Black Satin คุณสมบัติใหม่ เช่น ฝาครอบเครื่องใหม่ ระบบช่วงล่างไฟฟ้า (Electronic Suspension Adjustment) ระบบควบคุมความดันยางรถ Tire Pressure Control (RDC) และไฟท้ายแบบ LED

BMW F 800 R Sport ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สองสูบ 4 วาล์ว แบบหล่อเย็นด้วยน้ำความจุ 798 ซีซี มอบกำลังสูงสุดถึง 90 แรงม้า (66 กิโลวัตต์) ที่ 8,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุดที่ 86 นิวตันเมตรที่ 5,800 รอบต่อนาที ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) และช่วงล่างระบบโช้กกลับหัว ซึ่งจะรองรับแรงกระแทกบริเวณล้อหน้า ขณะที่ดิสก์เบรกคู่แบบไฮดรอลิกช่วยป้องกันการสูญเสียแรงเบรก

BMW S 1000 R ใหม่
ราคา 650,000 บาท

บิ๊กไบค์สไตล์โรดสเตอร์ BMW S 1000 R กลับมาอีกครั้งกับรุ่นใหม่พร้อมระบบ Gear Shift Assistant ที่ช่วยให้สามารถเข้าเกียร์ได้โดยไม่ต้องใช้คลัทช์ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) ระบบทำความร้อนแฮนด์รถ ฝาครอบเครื่อง และไฟเลี้ยว LED สีขาว

BMW S 1000 R เครื่องยนต์ 4 สูบ 4 จังหวะ ขนาด 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำและน้ำมัน อัตราส่วนกำลังอัด 12.0:1 และระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 118 กิโลวัตต์ / 160 แรงม้า ที่ 11,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 112 นิวตัน-เมตร ที่ 9,250 รอบต่อนาที ทำงานประสานกับเทคโนโลยีระบบ Dynamic traction-Control (DTC), และ Dynamic Damping Control (DDC) ที่ช่วยปรับการทำงานของช่วงล่างในเหมาะสมกับการขับขี่ โดยทุกระบบสามารถปรับเปลี่ยนการทำงานได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

BMW S 1000 RR และ S 1000 XR HP Line ใหม่

ราคา
BMW S 1000 RR HP Line: 1,199,000 บาท
BMW S 1000 XR HP Line: 930,000 บาท

บิ๊กไบค์สายพันธุ์ซุปเปอร์สปอร์ต BMW S 1000 RR ชุดแต่ง HP ในรุ่นพิเศษล่าสุด ที่ประกอบไปด้วยส่วนตัวถังด้านบน ฝาครอบเครื่องยนต์และโซ่ ฝาครอบล้อแบบคาร์บอน ท่อไอเสียไทเทเนียม ชุดล้อ ที่วางเท้า คันคลัทช์และเบรก ชุดผ้าคลุม และกระจกหน้าแบบเคลือบสี โดยมีวางจำหน่ายในประเทศไทยเพียง 20 คันเท่านั้น

มอเตอร์ไซค์ทัวริ่งอันดับหนึ่งในตลาด BMW S 1000 XR HP Line พร้อมกับชุดแต่ง HP ที่วางเท้าด้านหน้า คันคลัทช์และเบรก ฝาครอบล้อหน้าและฝาปิดถังน้ำมันแบบคาร์บอน เบาะนั่งแบบสปอร์ต กระจกหน้าแบบเคลือบสี และแฮนด์จับท้ายรถ โดยในรุ่นพิเศษนี้จะมีวางจำหน่ายเฉพาะแบบตัวถังสีขาว

ข้อเสนอพิเศษในงาน Thailand International Motor Expo 2016
ข้อเสนอพิเศษในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2016
ขยายระยะเวลาโปรแกรมบำรุงรักษา BMW Service Inclusive (BSI) เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปี ให้ครอบคลุมการดูแลและบำรุงรักษารถรวมสูงสุด 6 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร และโปรแกรมการรับประกันคุณภาพระยะเวลา 6 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
สำหรับลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยู M4 Competition Package และบีเอ็มดับเบิลยู M4 GTS ที่จองรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2559 จะได้รับสิทธิในการเข้าร่วมโปรแกรม BMW M Driver Training ที่ประเทศเยอรมนี ระยะเวลา 5 วัน 4 คืน รวมค่าตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พัก และโปรแกรมนำเที่ยวในมิวนิก สำหรับ 1 ท่าน

* ข้อเสนอสำหรับลูกค้าที่สั่งจองรถยนต์ภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2016 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2559 เฉพาะรุ่นที่เข้าร่วมรายการ

จองรถยนต์ MINI ภายในงาน โดยรับมอบรถยนต์ภายใน 31 ธันวาคม 2559 จะได้รับสิทธิประโยชน์
- iPhone 7 ขนาดความจุ 128 GB
- ฟรีโปรแกรมบำรุงรักษา MINI Service Inclusive (MSI) 5 ปี / 100,000 กิโลเมตร และโปรแกรมการรับประกันคุณภาพระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
-ดอกเบี้ย 0% สำหรับรถยนต์ MINI Countryman

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mailchang.arcom@thairath.co.th

Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

BMW Group Thailand นำยานยนต์ล้ำยุค และโปรโมชั่นพิเศษ BMW / MINI / และ BMW Motorrad มุ่งหน้าสู่งาน Thailand International Motor Expo 2016 มหกรรม
ยานยนต์ ครั้งที่ 33 23 พ.ย. 2559 10:43 23 พ.ย. 2559 13:12 ไทยรัฐ