วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สวนมะม่วงระวังเพลี้ยจักจั่น

โดย สะ-เล-เต

ปลายฝนต้นหนาว มะม่วงเข้าสู่ระยะเริ่มออกดอก กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนมะม่วง ให้เฝ้าระวังเพลี้ยจักจั่นมะม่วง

มักจะมีตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเข้าทำลายใบอ่อน ช่อดอก ก้านดอก และยอดอ่อน และระยะมะม่วงกำลังออกดอกจะเกิดความเสียหายมากที่สุด เข้ามาดูดกินน้ำเลี้ยงจากช่อดอก ทำให้ดอกแห้ง ดอกร่วง และติดผลน้อยหรือไม่ติดผลเลย
สังเกตได้จากขณะที่เพลี้ยจักจั่นดูดกินน้ำเลี้ยง มักจะถ่ายมูลเป็นน้ำหวานเหนียวๆ ติดตามใบ ช่อดอก ผล และรอบทรงพุ่ม ทำให้ใบเปียก เกิดราดำปกคลุมมาก ส่งผลให้ใบมะม่วงสังเคราะห์แสงไม่ได้ใบอ่อน (ใบเพสลาด) จะบิดงอโค้งลง ด้านใต้ใบมีอาการปลายใบแห้ง

ฉะนั้นทุกฤดูกาลหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตมะม่วง เกษตรกรควรตัดแต่งกิ่งทรงพุ่มต้นมะม่วงให้โปร่งอยู่เสมอ เพื่อช่วยลดที่หลบซ่อนต่อการแพร่ขยายพันธุ์ของเพลี้ยจักจั่นมะม่วง

จากนั้นให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลง แลมบ์ดาไซฮาโลทริน 2.5% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ สารคาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ สารอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร

เพื่อให้การฉีดพ่นสารมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เกษตรกรควรปรับหัวฉีดให้เป็นแบบละอองฝอย และพ่นให้ทั่วถึงทั้งลำต้น ในระยะก่อนที่มะม่วงจะออกดอก 1 ครั้ง มิเช่นนั้น ตัวเต็มวัยจะย้ายไปหลบซ่อนบริเวณที่พ่นสารฆ่าแมลงไม่ทั่วถึง
แต่ถ้าเป็นระยะช่อดอกบานแล้วไม่ควรพ่นสารฆ่าแมลง เพราะเป็นอันตรายต่อแมลงผสมเกสร

ถ้าพบเพลี้ยมะม่วงเข้าทำลายในระยะช่อดอกบาน กรมวิชาการเกษตร แนะให้ใช้วิธีในการป้องกันกำจัดแบบผสมผสาน ใช้น้ำฉีดล้างช่อดอกและใบ เพื่อแก้ปัญหาช่อดอกและใบดำจากโรครา และหากแรงฉีดของน้ำแรงพอ จะทำให้เพลี้ยระยะตัวอ่อนตกจากช่อดอกได้ แต่ให้ระมัดระวัง อย่าฉีดน้ำไปกระแทกดอกมะม่วงแรงจนเกินไป เพราะอาจทำให้ดอกหรือผลที่เริ่มติดร่วงได้

และให้เกษตรกรใช้กับดักแสงไฟดักจับตัวเต็มวัยเพลี้ยจักจั่นมะม่วงที่บินมาเล่นไฟ จะช่วยลดความเสียหายได้.

สะ–เล–เต

23 พ.ย. 2559 10:33 24 พ.ย. 2559 05:05 ไทยรัฐ