วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้องไม่เกินสมควรแก่เหตุ

จากเรื่องราวที่หลายฝ่ายอาจถือเป็นเรื่องเล็กน้อยบานปลายกลายเป็นเรื่องร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี กรณีที่นักพนันไฮโซชื่อนายดอน แดงจันติ๊บ ถูกตำรวจชุดจับกุม สน.สุทธิสาร 7 นาย รุมจับกุมถึงแก่ชีวิต และมีคำชี้แจงจากฝ่ายตำรวจว่า สาเหตุของ การเสียชีวิต เนื่องจากระบบการไหลเวียนโลหิตล้มเหลว และผู้ตายมีโรคประจำตัว แต่ญาติของผู้ตายไม่เชื่อ

ญาติจึงนำโลงศพไปประท้วงที่หน้าสถานีตำรวจ และทำเนียบรัฐบาล เพราะเห็นว่าการผ่าชันสูตรศพที่ รพ.ตำรวจครั้งแรก ไม่ละเอียดครบถ้วน จึงนำไปให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่าเป็นรอบที่ 2 และพบว่าผู้ตายถูกกระแทกด้วยของแข็งหลายครั้ง มีรอยฟกช้ำถึงกระดูกซี่โครง กะโหลกศีรษะร้าว และรับรองว่าไม่มีโรค ประจำตัว

แม้จะได้รับแจ้งจากรอง ผกก.สน.สุทธิสาร ว่า ได้แจ้งข้อหาตำรวจชุดจับกุมทั้ง 7 นาย ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เสียชีวิต และตำรวจทั้ง 7 นาย ก็รับทราบข้อหาแล้ว แต่ญาติยังไม่ไว้วางใจว่าตำรวจจะสอบสวน และดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ จะมีการช่วยเหลือพวกพ้องหรือไม่ จึงต้องแห่ศพประท้วง และร้องเรียนนายกรัฐมนตรี

กรณีที่เรียกกันว่า “วิสามัญฆาตกรรม” เกิดขึ้นบ่อย จากผลการจับกุมและสอบสวนคดีของตำรวจไทย โดยอ้างว่าผู้ต้องหาต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่ โดยที่ตำรวจจะได้รับความคุ้มครอง ไม่ต้องรับผิดเมื่อมีการตายเกิดขึ้น แต่บางครั้งอาจกลายเป็น “สามัญฆาตกรรม” คือการฆ่าคนตายและอาจเป็นผู้บริสุทธิ์

กฎหมายของประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก รวมทั้งรัฐธรรมนูญของประเทศ ไทย เขียนไว้ว่า “ก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุด ที่แสดงว่าบุคคลใดกระทำผิด จะต้องปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำผิดมิได้” เจ้าหน้าที่รัฐจะต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด จะใช้วิธีการ “ศาลเตี้ย” มิได้

เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือตำรวจ อาจได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายในการปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย แต่จะต้องเป็นการกระทำโดยสุจริต ไม่เกินสมควรแก่เหตุ หรือไม่เกินกว่ากรณีจำเป็น การจับกุมนักพนันคนเดียวโดยตำรวจถึง 7 นาย แค่จับใส่กุญแจมือ ก็น่าจะสมควรแก่เหตุ และไม่เกินกว่ากรณีจำเป็น

ในกรณีนี้หวังว่ารัฐบาลจะกำชับดูแลให้มีการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดี อย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่มีการช่วยเหลือพวกพ้อง ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวย้ำอยู่เสมอว่าทุกคนต้องเคารพกฎหมาย และปฏิบัติตามกฎหมายและต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายผู้เสียชีวิต และฝ่ายตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่.

23 พ.ย. 2559 09:52 23 พ.ย. 2559 09:52 ไทยรัฐ