วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กตู่’ลุยเช็กงานกระทรวง ไม่แจ้งล่วงหน้า-จี้ให้ขรก.ฟิต

“บิ๊กตู่” ยังนิ่งไม่เรียกประชุม แม่น้ำ 5 สาย แม้มีปัญหาระหองระแหงขัดแย้งทางความคิดเกี่ยวกับการร่าง ก.ม.ลูก เชื่อได้ข้อยุติแน่ วอนอย่าเสี้ยมขยายความขัดแย้ง “บิ๊กป้อม” เด้งเชือกไม่รู้เรื่อง สนช.นัดประชุมวาระพิเศษ “วิทยา” กรรมการ ป.ป.ช.ยอมรับเก้าอี้กระเด็น คุณสมบัติไม่ผ่านตามร่าง รธน.ฉบับใหม่ พท.จี้นายกฯเปิดทางให้พรรคการเมืองประชุม ระดมปัญญาช่วยชาติตามแนวทางปฏิรูป “บิ๊กตู่” ลุยต่อเช็กการบ้านตามกระทรวงไม่แจ้งล่วงหน้า ฟิตจัดสั่ง ขรก.ทำเนียบออกกำลังกายทุกวันพุธ หากไม่มีภารกิจจะมาเอกเซอร์ไซส์ด้วย หลังผลสำรวจชี้ชัดเด็ก-ผู้สูงอายุเอาแต่นั่งดูทีวี-จิ้มไอแพด

สถานการณ์การเมืองอยู่ในช่วงระหว่างรอร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกัน คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก็กำลังดำเนินการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูกควบคู่ไปพลาง กระนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังคงไม่เรียกประชุมแม่น้ำ 5 สาย แม้จะมีความขัดแย้งทางความคิดเกิดขึ้นก็ตาม

นายกฯยังไม่ประชุมแม่น้ำ 5 สาย

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. เวลา 13.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกระแสข่าวจะเรียกประชุมร่วมแม่น้ำ 5 สาย หลังมีการประกาศใช้กฎหมายไปหลายฉบับว่า วันนี้ถือว่าทำงานร่วมกันอยู่แล้วคงไม่ต้องมีการประชุมอะไรพิเศษ ขณะที่เรื่องกฎหมายลูกยังที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ตนเห็นจากสื่อยังมีความเห็นหลายอย่างไม่ตรงกัน ได้บอกไปแล้วว่าให้หาทางหาข้อยุติให้ได้ ตรงนี้มีกรอบเวลาอยู่เดี๋ยวเขาก็สรุปกันจนได้ อย่าไปขยายความให้เกิดความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น เพราะได้ให้แนวทางไปแล้วในเรื่องการทำกฎหมายต่างๆ เหล่านี้ สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรที่จะนำกฎหมายจำเป็นออกมาใช้ เพื่อให้รัฐบาลนี้บริหารราชการได้ เช่น กฎหมายเกี่ยวกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กฎหมายเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า กฎหมายปิโตรเลียม กฎหมายพวกนี้จะต้องหาทางออกให้ได้ เพราะมีผลกับหลายๆอย่างที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกัน อะไรที่ทำได้ก็ให้ออกมาก่อน ส่วนที่มีปัญหาก็ไปแก้ทีหลัง สิ่งไหนที่ต้องการตนจะเริ่มต้นไว้ให้เพื่ออนาคตสามารถทำต่อได้ แต่วันนี้หลายอย่างยังไม่พร้อม

“บิ๊กป้อม” ไม่รู้ สนช.นัดถกวาระพิเศษ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียมจัดประชุมนัดพิเศษว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ สนช. เพราะเป็นฝ่ายบริหาร สนช.เป็นฝ่ายนิติบัญญัติคงต้องไปถามประธาน สนช.เอาเอง เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าการนัดหมายประชุมสนช.เกี่ยวข้องกับงานพระราชพิธี พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ทราบ ตนไม่ใช่ สนช.จึงไม่รู้

“มาร์ค” รับได้หมดรีเซ็ตไม่รีเซ็ต

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวการรีเซ็ตองค์กรอิสระว่า เห็นว่าเวลาตรากฎหมายเกี่ยวกับองค์กรใดก็ตาม บางทีตัวคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หรือจำนวนจะเปลี่ยน แต่จะมีบทเฉพาะกาลที่บอกว่าคนเดิมจะปฏิบัติอย่างไร ถ้าเห็นว่าคนที่เป็นอยู่ไม่ได้ขัดแย้งรุนแรงกับบทบัญญัติใหม่ก็อยู่ต่อไปจนครบวาระ หรือถ้าจะต้องเพิ่มคนก็สรรหาเฉพาะที่เพิ่มเติมก็ได้ ส่วนใหญ่จะทำอย่างนั้น ขณะเดียวกัน ถ้ามองว่าคนที่อยู่ในปัจจุบัน หลุดจากคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามตามที่เขียนใหม่ค่อนข้างมาก ไม่เหมาะแล้ว จะก็ต้องสรรหากันใหม่ ขึ้นอยู่ที่ว่าเราประเมิน การสรรหาใหม่ทั้งหมดทุกองค์กรสามารถทำได้ แต่ต้องชั่งเอาว่าอยากจะได้ชุดใหม่หมดเลยหรือไม่ แต่ถ้าคิดว่าคนที่เป็นอยู่แล้วโดยเฉพาะถ้าคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามไม่ได้ขัด และประสบการณ์ความต่อเนื่องมีประโยชน์ระดับหนึ่ง อาจจะบอกว่าให้อยู่ มันเป็นนโยบาย ไม่มีอันไหนถูกอันไหนผิด

“วิทยา” ยอมรับขัดคุณสมบัติ ป.ป.ช.

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการกำหนดคุณสมบัติกรรมการองค์กรอิสระใหม่ตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญว่า ยอมรับแนวทางการกำหนดคุณสมบัติองค์กรอิสระของ กรธ. เพราะเป็นผลประโยชน์ชาติ และเป็นกฎหมายสูงสุดที่มาตามครรลอง คงไม่คัดค้านอะไร แม้ผลจากคุณสมบัติใหม่จะกระทบกับตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.ของตนก็ตาม เนื่องจากก่อนที่จะเข้ามาเป็น ป.ป.ช.นั้น ต้องตัดสินใจลาออกจากงานที่ทำอยู่ เพื่อมุ่งมั่นทำงานในจุดนี้และคิดว่าจะมีความมั่นคง แต่เมื่อจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ก็ต้องไปพิจารณาจะทำอย่างไรต่อไป หาก กรธ.ให้โอกาสและรับฟังความคิดเห็น คงต้องเสนอไปยัง กรธ.เพื่อความเป็นธรรม แต่คงไม่ถึงขั้นมีการฟ้องร้องคดี

พท.จี้ “บิ๊กตู่” ปล่อยผีพรรคการเมือง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ควรพิจารณาเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองเริ่มทำกิจกรรมทางการเมืองได้แล้ว เพราะจะต้องเตรียมความพร้อม วางแนวนโยบายทางการเมืองของพรรค ต้องใช้สติปัญญาช่วยกันระดมความคิดที่ดีที่สุด เพื่อนำมาแก้ปัญหาประเทศ และเพื่อให้ไทยมีอัตราการเจริญเติบโตที่เป็นบวกเพิ่มขึ้นมากกว่าที่รัฐบาลชุดนี้ทำได้อยู่ในขณะนี้ นอกจากนั้น พรรคการเมืองก็ต้องคัดเลือกตัวผู้สมัคร ส.ส. อบรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ทำงานได้ทันที ตามแนวทางการปฏิรูปนักการเมือง ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ในการติดตามตรวจสอบการทุจริตในแวดวงราชการ และหาแนวทางสังคายนาตัวบทกฎหมายที่ถูกเร่งรีบยกร่างกันขึ้นมาโดย สนช. โดยไม่ได้มีการวิเคราะห์และศึกษากันอย่างละเอียดถี่ถ้วน จึงหวังว่าหัวหน้า คสช.จะได้คิดการณ์ล่วงหน้าไว้ อย่างช้าที่สุดก็น่าจะเป็นต้นปี 2560 เพราะ 2-3 ปีที่ผ่านมา นักการเมืองกลายเป็นคนเลวในสายตาของสังคมมาโดยตลอด พวกเราก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและคัดสรรคนดีมาเป็น ส.ส. รับใช้ประชาชน

แนะเร่งคืน ปชต.กู้ซากรัฐประหาร

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การรัฐประหารได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแก่ประเทศอย่างมาก ดังนี้ 1.การลงทุนภาคเอกชน จากในและต่างประเทศหายไปเกือบหมด 2.การส่งออกทรุดลงตลอด สาเหตุหนึ่งมาจากการไม่สามารถเจรจาการค้าได้ เพราะเงื่อนไขที่ไม่เป็นประชาธิปไตย 3.นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและมีฐานะดี จะไม่เดินทางมาประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย 4.ความสามารถแข่งขันของประเทศลดลง 2 ปีติดกัน 5.เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าศักยภาพมาก 6.รายได้ของประชาชนหดหาย โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ทำให้การบริโภคภายในประเทศลดลง ดังนั้น อยากให้เร่งกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว ประเทศจะได้เริ่มเดินหน้า และต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูประเทศจากความเสียหายนี้อีกหลายปี

กกต.ปลด จนท.ยักยอกเบี้ยประชุม

นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารกลาง กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่สืบสวนของสำนักงาน กกต.ถูกกล่าวหาว่าทุจริตเบิกเบี้ยประชุม ว่า กรณีดังกล่าว สำนักงาน กกต. โดยรักษาการเลขาธิการ กกต. ลงนามเซ็นคำสั่งให้ออกจากราชการเป็นการชั่วคราว 1 คน เมื่อวันที่ 21 พ.ย. เนื่องจากพบมูลเหตุส่อไปในทางทุจริต หากยังคงให้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวปฏิบัติงาน เกรงว่าจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเอกสารหลักฐาน แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งคงต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบ ไม่ได้กำหนดว่าต้องให้แล้วเสร็จในระยะเวลาใด การสืบสวนสอบสวนเป็นไปตามขั้นตอนของกฎ ก.พ. ส่วนการดำเนินคดีอาญา สำนักงาน กกต.ได้แจ้งความดำเนินคดีอาญาไว้เรียบร้อยแล้ว ในฐานความผิด คือ ยักยอกทรัพย์สินของทางราชการ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีการปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารอันเป็นเท็จ

นายกฯลุยต่อเช็กการบ้านไม่ตั้งตัว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงนโยบายการตรวจเยี่ยมกระทรวงต่างๆเพื่อติดตามความก้าวหน้าการบริหารราชการตามนโยบายรัฐบาล เป็นการให้ความสำคัญตามแผนงานยุทธศาสตร์ที่วางไว้ในห้วง 1 ปีบวก 4 ปี เป็นอย่างมาก และอยากขอบคุณทุกกระทรวงที่ได้สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนและกลุ่มข้าราชการที่มีการปรับตัวให้เข้ากับแผนงานใหม่ที่วางไว้ โดยจะไม่มีการกำหนดวัน และกระทรวงไม่ต้องกำหนดวันให้นายกฯเดินทางไป นายกฯจะเป็นผู้กำหนดเอง และจะดูว่าช่วงไหนที่มีเวลาว่าง และถ้ารัฐมนตรีอยู่ก็จะไปเยี่ยมเอง

ฟิตเล็งออกกำลังทำเนียบฯทุกพุธ

พ.อ.หญิง ทักษดากล่าวด้วยว่า พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี รายงาน ครม.ถึงผลการประชุมนานาชาติว่าด้วยการกิจกรรมทางกายและสุขภาพ ครั้งที่ 6 โดยผลการประชุมระบุเด็กและผู้สูงอายุประเทศไทยส่วนใหญ่ ใช้เวลาว่างในการเล่นไอแพดและดูโทรทัศน์ เป็นระยะเวลานาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.จึงระบุว่าทุกวันพุธของสัปดาห์ เวลา 15.00-16.30 น. จะให้ข้าราชการทำเนียบฯออกกำลังกาย บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.นี้ หากสัปดาห์ไหนที่นายกฯไม่มีภารกิจจะร่วมออกกำลังกายด้วย และขอให้แต่งกายออกกำลังกายด้วยความสุภาพ

“ปกรณ์” เหลือแค่รองเลขาฯกฤษฎีกา

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.อนุมัติทบทวนมติ ครม.เมื่อวันที่ 30 ส.ค.59 เรื่องขออนุมัติแต่งตั้งนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ ครม.เพิ่มอีกตำแหน่งด้วยนั้น ครม.ได้มีมติทบทวนให้นายปกรณ์กลับไปปฏิบัติหน้าที่รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามเดิม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.59 เป็นต้นไป

มท.จี้ ผวจ.ดูแลชาวนาคุมเข้มโรงสี

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย และน.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ประชุมวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ และประกาศให้รับทราบถึงมาตรการการช่วยเหลือเกษตรกรตามมติคณะกรรมการนโยบายและการบริหารจัดการข้าว (นบข.) โดยขอให้ดำเนินการ 1.ให้ความเป็นธรรมแก่เกษตรกร โดยตรวจสอบสถานที่ที่รับซื้อข้าว โดยเฉพาะโรงสี เครื่องชั่ง การปิดป้ายแสดงราคา 2.บริหารจัดการรถเกี่ยวข้าวในพื้นที่ ที่บางพื้นที่ไม่เพียงพอ หรือราคาค่ารถเกี่ยวที่ปรับตัวสูงขึ้น ในกรณีที่เกิดปัญหาให้แจ้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดประสานรถเกี่ยวข้าวในพื้นที่ใกล้เคียง หรือชมรมรถเกี่ยวข้าวแห่งประเทศไทยเข้าช่วยเหลือได้ 3.โครงการนาแปลงใหญ่ ขอให้ติดตามและจัดทำข้อมูลรายละเอียดของกลุ่มที่เข้าร่วมโครงการ ปัญหาอุปสรรค 4.โครงการชดเชยดอกเบี้ยโรงสีขอให้ตรวจสอบสต๊อกของผู้ได้รับการอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และ 5.ขอให้จังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายแดนเข้มงวดกวดขันการลักลอบนำเข้าข้าวเปลือกจากประเทศเพื่อนบ้าน

ผู้ว่าฯขายข้าวสารให้กับโรงงาน

ด้านนายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผวจ.ระยอง ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด นำข้าวสารจากจังหวัดบุรีรัมย์ สกลนคร อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด มาจำหน่ายให้กับกลุ่มโรงงาน และนิคมอุตสาหกรรม ท่าเรืออุตสาหกรรม จำนวน 13 แห่ง กับอีก 10 สหกรณ์ในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้มีการซื้อขายกันอย่างเป็นธรรม ทั้งด้านปริมาณและราคา เน้นคุณภาพเป็นหลักในการกระจายผลผลิตข้าวจากจังหวัดอื่นสู่จังหวัดระยอง
ขณะที่นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผวจ.สระบุรี ร่วมกับทหาร เชิญชวนผู้ประกอบการโรงงานและเหมืองแร่ โรงโม่หินในพื้นที่ ช่วยซื้อข้าวจากชาวนา หรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์การเกษตร จนถึงขณะนี้มีผู้แจ้งความประสงค์จะซื้อข้าวจากสหกรณ์การเกษตรเสาไห้ อ.เสาไห้ จำนวน 44 ราย คิดเป็นข้าวสาร 189 ตัน มูลค่า 3 ล้านบาท และมีการส่งมอบข้าวสารบางส่วนให้กับตัวแทนบริษัทและโรงงานแล้ว

ทหารลงแขกเกี่ยวข้าวช่วยชาวนา

พล.ต.ชาญชัย เอมอ่อน ผบ.มทบ.28 พร้อมคณะนำกำลังพล ร่วมกับนายชัชพงษ์ อาจแก้ว นายอำเภอภูกระดึง จ.เลย ผู้นำท้องถิ่น พลังมวลชนประชารัฐ นักเรียนกว่า 300 คน ร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าวในงาน “วันเก็บเกี่ยวข้าวนาแปลงใหญ่
อ.ภูกระดึง” จำนวน 250 ไร่ เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมเมื่อก่อนที่เคยปฏิบัติกันมา ทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี มีความเอื้ออาทรต่อกันในภาวะไม่มีแรงงาน เป็นการลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกรลงได้ส่วนหนึ่ง

ด้านนายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.แพร่ ลงพื้นที่สอบถามชาวนาถึงราคาข้าวเปลือก พบมีการซื้อขายกัน กก.ละ 6.80-8.70 บาท จึงมีการตกลงขอซื้อข้าวเปลือกทั้งหมด หลังจากที่ชาวนาเก็บเกี่ยวแล้ว และทำการตากให้แห้งในราคาข้าวเปลือก กก.ละ 9 บาท จำนวน 20 ตัน เจ้าของนาก็ตกลงมีการวางมัดจำกันไว้ จากนั้นนายวัฒนาร่วมกับชาวบ้านลงมือเกี่ยวข้าวจนเสร็จ 1 ไร่

“วรงค์” ชมผู้ว่าฯกทม.ยกราคาข้าว

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวหัวข้อ “ทำดีก็ต้องให้กำลังใจ”ว่า ขอปรบมือให้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กรณีประกาศซื้อข้าวสาร 1,000 ตันจากสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรในภาคอีสาน โดยเป็นข้าวหอมมะลิใหม่ ถุงขนาดบรรจุ 5 กิโลกรัม (กก.) จำหน่ายราคา 160 บาท และข้าวขาวถุงขนาดบรรจุ 5 กก. จำหน่ายราคา 120 บาท และจะขยายให้โรงพยาบาลและโรงเรียนในสังกัด กทม.ซื้อข้าวสารของสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกร ที่ปรบมือให้เพราะการกำหนดราคา ทำให้ชาวนามีรายได้ที่ดีขึ้น และเป็นราคาอยู่ในระดับที่ชาวนาขายกัน ไม่ใช่ข้าวสารหอมมะลิใหม่กก.ละ 20 บาท ครั้งนี้เท่ากับซื้อข้าวสารหอมมะลิใหม่จากชาวนาราคา กก.ละ 32 บาท และข้าวขาวกก.ละ 24 บาท และสร้างความยั่งยืนโดยการให้โรงพยาบาลและโรงเรียนใช้ข้าวที่สีจากกลุ่มชาวนา ตนจึงอยากให้ท่านผู้ว่าราชการบางจังหวัดทำแบบนี้ คือไม่ตัดราคาข้าวสารของชาวนา และหาตลาดระยะยาวให้ทั้งในหน่วยราชการ และตัวข้าราชการเพื่อความยั่งยืนแก่ชาวนา

“กิตติรัตน์” ซัดไล่ล่าสองมาตรฐาน

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่ารัฐไล่ล่าโครงการรับจำนำข้าวมากกว่าเงินกู้โครงการอื่นๆ 2 มาตรฐานหรือไม่ หนี้คงค้างโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้รับความสนใจมากว่าจะหมดในกี่ปี ทั้งๆที่การระบายข้าวยังคงไม่แล้วเสร็จ แต่หนี้เงินกู้โครงการไทยเข้มแข็งที่เบิกเงินมาครบตั้งแต่ปี 2553 กลับไม่ต้องสนใจ และหนี้คงค้างโครงการประกันรายได้เกษตรกร ที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังคงทิ้งค้างอยู่และเอาไปแฝงรวมกับหนี้ไทยเข้มแข็ง ก็ไม่ต้องสนใจด้วยว่าจะใช้หมดเมื่อไหร่ นับประสาอะไร ใครจะมาสนใจ เงินกู้เพื่อชดเชยงบประมาณขาดดุล ที่บานบวม มาตั้งแต่ปีงบประมาณ 58-59 จนถึงงบฯ 59-60 ที่กำลังใช้อยู่ขณะนี้ ใครมันจะมาสนใจสองมาตรฐาน สามมาตรฐาน หรือไร้มาตรฐาน

นายกฯวอนปลูกข้าวโพดถูก ก.ม.

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังประชุม ครม.ถึงกรณีที่เกษตรกรเตรียมฟ้องกระทรวงพาณิชย์ที่สั่งนำเข้าข้าวสาลีทำให้ข้าวโพดราคาตกว่า ต้องดูกันให้ดีว่าฟ้องร้องแล้วมันได้อะไรขึ้นมาหรือไม่ ต้องดูด้วยว่าการนำเข้าเป็นไปตามข้อตกลงทางการค้าอะไรหรือไม่ ตอนนี้มีการกำหนดอัตราผสมการซื้อข้าวโพดผู้ประกอบการอาหารสัตว์ระหว่างข้าวสาลีนำเข้ากับข้าวโพดที่มีในประเทศในสัดส่วน 1:3 แล้ว คือต้องใช้ข้าวโพดในประเทศมากกว่าเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบมาก แต่ต้องไปดูว่าข้าวโพดของเรามาจากไหน มาจากการปลูกในพื้นที่ผิดกฎหมายเป็นส่วนใหญ่ เราอยากให้ยกเลิก แม้ว่า ความต้องการข้าวโพดมีมาก แต่ต้องให้เลิกปลูกในพื้นที่ผิดกฎหมาย เราไม่ส่งเสริมให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าในการปลูกข้าวโพด ดังนั้น ตอนนี้เราขอให้ภาคเอกชนให้ช่วยมารับซื้อข้าวโพดให้ได้ตามแผน เป็นการแก้ปัญหาแบบครบวงจร ทั้งพื้นที่ปลูก การผลิต การแปรรูป การนำเข้าส่งออกสู่ตลาด

ผุดแผนสร้างไซโลเพื่ออนาคต

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ต้องการให้ประเทศเดินหน้าไปให้ได้ โดยระยะที่ 1 ทำไปแล้วเหมือนกับรักษาเสถียรภาพประเทศไว้ให้ได้ เอาปัญหาที่หยุดชะงักมาเดินหน้าในปี 2557-2558 จากนั้นปี 2559-2560 ต้องสร้างความเข้มแข็งเพิ่มขีดความสามารถ โดยงบประมาณปี 2560-2561 จะมุ่งเน้นเชิงโครงสร้าง รัฐบาลได้พยายามทำเกษตรแปลงใหญ่ รัฐวิสาหกิจชุมชน บริษัทประชารัฐ และจะส่งเสริมให้ทำยุ้งฉางขึ้นมาอีก พร้อมกันนี้จะวางแผนเชื่อมโยงสร้างไซโลต่อในอนาคต เพื่อเก็บรักษาได้ในระยะเวลานาน แต่เป็นของประชาชน โดยร่วมกับภาคเอกชนแบบประชารัฐ ส่วนธุรกิจเอกชนก็ทำของตัวเองไป สิ่งที่รัฐบาลทำนั้นเพื่อให้ประชาชนมีทางเลือก สามารถถ่วงดุลราคาในวันข้างหน้า ไม่ใช่เอาแต่ให้เงิน เพราะไม่ยั่งยืน แต่มันก็จำเป็นเพราะวันนี้เศรษฐกิจมีปัญหาทั้งโลก ส่วนกรณีกรมส่งเสริมการเกษตรทำข้อตกลงร่วมกับบริษัทเอกชนในการช่วยเหลือชาวนา ตรงนี้เป็นทางเลือกของชาวนา มีการทำสัญญาให้เกษตรกรได้ซื้อในราคาถูก เป็นธรรม ไม่ได้เอื้อประโยชน์ใคร แต่เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยภาคธุรกิจ เจตนารมณ์ของ MOU ฉบับนี้คือให้ประชาชนได้ใช้เมล็ดพันธุ์ราคาถูก เป็นทางเลือก ไม่เอื้อประโยชน์ใครทั้งสิ้น

สั่งเคลียร์ผลกระทบจัดระเบียบรถตู้

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงมาตรการจัดระเบียบรถตู้ที่ดำเนินการมาครบ 1 เดือนว่า ถามว่าพอใจหรือไม่ ก็ยังไม่พอใจถ้ายังมีปัญหาอยู่ ขณะนี้ต้องแก้ปัญหาที่ตามมาจากการจัดระเบียบ อาทิ ค่าเดินทางที่สูงขึ้น รายได้ของผู้ค้า และวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ลดลง แล้วพวกคุณจะเอาอย่างไร ไหนลองตอบมาว่าวันนี้มีวิธีไหนที่ดีกว่านี้หรือไม่ ขอให้เสนอมาเลย ตนจะทำให้ ถ้าจัดระเบียบไม่ได้ก็เดินหน้าต่อไม่ได้ ตอนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดูในเรื่องการเสียค่าใช้จ่าย ความจริงปัญหาอยู่ที่ประชาชนต้องไปขึ้นรถอีกสถานที่หนึ่ง ซึ่งเขากำลังจัดระบบจราจรให้เชื่อมต่อกันได้ ตนได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมไปดูเรื่องภาระค่าใช้จ่ายที่ประชาชนต้องจ่ายเพิ่ม หลังจากการจัดระเบียบ วันนี้บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น แล้วยังต้องการอะไรอีก หรือต้องการแบบเดิม เพราะแบบเดิมก็บ่นกันเรื่องความไม่เป็นระเบียบ พอรัฐบาลแก้ปัญหาก็มาบอกว่าเดือดร้อน แล้วจะให้รัฐบาลทำอย่างไร

ชะลอสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการพิจารณาข้อเรียกร้อง ของกลุ่มเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินกระบี่ ที่ขอให้ยุติการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ว่า ขณะนี้ได้มีการชะลอเรื่องไว้อยู่แล้ว อย่าต้องให้ใช้คำว่าระงับ ชะลอก็คือชะลอ ก็ขอให้เป็นข้อสรุปมาว่าประชาชนในพื้นที่ต้องการอะไร เพราะถ้าบอกอะไรมาแล้วให้ทำตามทุกอันมันคงไม่ใช่ รัฐบาลต้องทำตามความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ในพื้นที่ ประกอบกับความคิดเห็นของกลุ่มต่างๆเหล่านี้ด้วย วันนี้ใช้คำว่าชะลอไปก่อน ก็ยังไม่ได้สร้างอะไรทั้งสิ้น สร้างยังไม่ได้ก็ไม่ได้ แต่ก็ระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยก็แล้วกัน ไม่ได้ไปข่มขู่ใคร เพียงแต่ว่าวันนี้ไฟฟ้าก็ยังติดๆดับๆอยู่ในภาคใต้หลายแห่งเหมือนกัน

ลั่นจับเหี้ยนพวกบิดเบือนปั่นป่วน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการจับกุมกลุ่มโปรยใบปลิวบิดเบือนข้อมูลที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ว่า เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนอยู่ และไม่กลัวว่าจะมีการขยายความเคลื่อนไหวไปยังพื้นที่อื่น เพราะหากขยายตนก็จะจับ เหตุที่เกิดขึ้นใน จ.ขอนแก่น มีการจับกุมภายในวันที่ก่อเหตุ อะไรที่ทำให้เกิดความไม่มั่นคง ก่อเหตุปั่นป่วน จะไม่ปล่อยไว้ ขณะนี้มีกล้องโทรทัศน์วงจรปิดทุกพื้นที่ เห็นผู้ก่อเหตุก็จะตามถึงที่อยู่ เมื่อถามว่าขณะนี้มีผู้ใช้ชื่อว่า “เทิดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา” ให้ข้อมูลบิดเบือนในเว็บไซต์ยูทูบจะดำเนินการอย่างไร พล.อ.ประวิตรตอบว่า เจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว มีหน่วยงานคอยรับผิดชอบอยู่ อะไรที่เป็นการให้ข้อมูลบิดเบือนถือว่ามีความผิด ต้องดำเนินคดีเพราะเรามี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คอยควบคุมอยู่

ดีใจลาวขึงขังช่วยจัดการคนผิด 112

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เอาจริงกับผู้กระทำความผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 ของไทย ด้วยการปิดคลื่นวิทยุที่คนกลุ่มดังกล่าวใช้ว่า ทางการลาวเอาจริง กลุ่มดังกล่าวต้องหยุดเคลื่อนไหว ถ้าประเทศต่างๆร่วมมือดีเช่นนี้ ปัญหานี้จะคลี่คลาย เรื่องนี้เป็นความร่วมมือไม่ได้ยึดถือกฎหมายของประเทศตัวเองเป็นที่ตั้ง สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยเป็นที่เคารพนับถือของคนไทย บางทีถูกบิดเบือนจากสื่อตะวันตกที่มักพูดเรื่องสิทธิมนุษยชนโดยไม่คำนึงถึงกฎหมายของไทย คนไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อสถาบัน แต่ที่ผ่านมามีการปล่อยให้บิดเบือนทำให้ความเป็นจริงไม่ปรากฏ หลายประเทศที่ไม่เคยรับรู้จนได้เห็นกับตา จึงรู้ว่าประเด็นนี้มีความยิ่งใหญ่ เมื่อถามว่ามีโอกาสจะได้ตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีหรือไม่ นายดอนตอบว่า ไม่อยากจะพูดเช่นนั้น คงต้องปล่อยให้แต่ละประเทศดำเนินการโดยวิธีของตัวเอง เพราะไม่มีประเทศใดต้องการให้คนที่มีปัญหามาอาศัยในประเทศตัวเอง ใช้ประเทศของตัวเองสร้างปัญหาทางการเมืองให้กับรัฐบาลและประชาชน

เข้มแบงก์ต้องรายงานธุรกรรม 2 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่กฎกระทรวง กำหนดจำนวนเงินสดและมูลค่าทรัพย์สินในการทําธุรกรรมที่สถาบันการเงินต้องรายงานต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พ.ศ.2559 มีเนื้อหาโดยสรุปว่า กำหนดให้สถาบันการเงินต้องรายงานการทำธุรกรรมที่มีจำนวนเงินสดตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อ ปปง. เว้นแต่ธุรกรรมที่เป็นการโอนเงินหรือชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรวมถึงธุรกรรมที่เกี่ยวกับสังหา– ริมทรัพย์ให้รายงานเมื่อมีจำนวนเงินสดตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไป รวมถึงกรณีการมีมูลค่าทรัพย์สินตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป และการทำธุรกรรมเกี่ยวกับการซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศให้รายงานเมื่อมีเงินสดตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไป

“บิ๊กตู่” ยังนิ่งไม่เรียกประชุม แม่น้ำ 5 สาย แม้มีปัญหาระหองระแหงขัดแย้งทางความคิดเกี่ยวกับการร่าง ก.ม.ลูก เชื่อได้ข้อยุติแน่ วอนอย่าเสี้ยมขยายความขัดแย้ง “บิ๊กป้อม” เด้งเชือกไม่รู้เรื่อง สนช.นัดประชุมวาระพิเศษ... 23 พ.ย. 2559 00:41 23 พ.ย. 2559 00:46 ไทยรัฐ