วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พร้อมใจทั่วปท.ถวายสัตย์แสดงพลังภักดี นายกฯนำขรก.ปฏิญาณตน

นายกฯนำปฏิญาณตนกึกก้อง จะซื่อตรงพระบรมราชจักรีวงศ์

ดังทั่วแผ่นดิน คำถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความ จงรักภักดี และซื่อตรงต่อพระมหากษัตริยาธิราชทุกพระองค์ ในพระบรมราชจักรีวงศ์ นายกฯนำ ขรก.ทั่วประเทศ รวมพลังแห่งความภักดีและกล่าวนำที่ทำเนียบรัฐบาล ขอปฏิบัติตามรอยพระยุคลบาท พร้อมน้อมนำพระราชดำรัส ดำเนินตามพระราชกรณียกิจ สืบสานพระราชปณิธานเพื่อความเจริญ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของแผ่นดินไทยสืบไป ครม.กำหนดวันที่ 5 ธันวาคมเป็น “วันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” และยังคงให้เป็นวันหยุดราชการ มีกิจกรรมสำคัญของสำนักพระราชวังเหมือนเดิม นายกฯกับ ขรก.สำรวมงานพระราชพิธี ด้านพสกนิกรที่ยังเดินทางมาถวาย สักการะพระบรมศพยังแน่นสนามหลวง จนถึงปัจจุบันกว่า 1 ล้านคน เดินทางมายังพระบรมมหาราชวัง กอร.รส.แนะมาช่วงบ่ายใช้เวลารอน้อยกว่า

วันแห่งความจงรักภักดีของปวงชนชาวไทยที่มี แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระผู้ทรงมีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงแก่แผ่นดินไทย มีขึ้นอีกคำรบหนึ่งและต้องจารึกไว้ รัฐบาลได้มีการจัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ และร่วมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพปีที่ 89 ให้ข้าราชการ กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีร่วมกัน โดยรัฐบาลให้มีการจัดกิจกรรมนี้พร้อมกันทั่วประเทศในเวลา 08.00 น. วันที่ 22 พ.ย.

นายกฯนำ ขรก.ปฏิญาณตน

ทั้งนี้ ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล คณะรัฐมนตรี (ครม.) ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ สื่อมวลชน และประชาชนได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้กว่า 4,000 คน โดยเวลา 08.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และผู้เข้าร่วมพิธีได้ร่วมกันร้องเพลงชาติ จากนั้นนายกฯได้กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความจงรักภักดีต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ความว่า เพื่อแสดงความจงรักภักดี รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ให้ความร่มเย็นเป็นสุขแก่พสกนิกรชาวไทย ทรงบันดาลให้เกิดการพัฒนาประเทศในทุกด้านตลอด 70 ปี แม้บัดนี้จะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่ยังทรงสถิตอยู่ในใจของปวงประชา ชาวไทย ด้วยความวิปโยคอาลัยอย่างไม่มีวันลืมเลือน ณ วาระนี้ ปกติเคยเปล่งสัจวาจา ถวายพระพรชัยมงคลเสมอมา จึงขอตั้งสัตยาธิษฐานถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นเครื่องบูชาพระมหากรุณาธิคุณ

ถวายสัตย์ซื่อตรงจงรักภักดี

จากนั้น นายกฯได้นำผู้ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ แสดงความจงรักภักดีพร้อมกันว่า จะซื่อตรงจงรักภักดีต่อพระมหากษัตราธิราชเจ้าทุกพระองค์ในพระบรมราชจักรีวงศ์จนกว่าชีวิตจะหาไม่ จะปฏิบัติตามหน้าที่พลเมือง เคารพกฎหมาย รักษาสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งจะร่วมกันปฏิรูปประเทศ สนับสนุนให้มีรัฐบาลที่เป็น ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ปกครองประเทศด้วยหลักนิติธรรมและธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์สุขแห่งประชาชนชาวไทย จะเป็นคนดี มีคุณธรรม ร่วมกันนำพาประเทศชาติไปสู่อนาคต ที่ยั่งยืน สงบสันติสุข จะรู้รักสามัคคีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชนตลอดไป

ปฏิบัติตามรอยพระยุคลบาท

นายกฯกล่าวอีกว่า ขอปวารณาตัวว่าจะพัฒนาตนเอง เพิ่มการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเป็นพลังที่ยั่งยืนในการพัฒนาประเทศต่อไป ขอถวายสัจวาจาจะประพฤติปฏิบัติตามรอยพระยุคลบาท และศาสตร์ของพระราชาผู้ทรงธรรม น้อมนำพระราชดำรัส ดำเนินตามพระราชกรณียกิจ และเชิญพระราชคุณธรรมจรรยามาเป็นแนวทางการดำรงชีวิตตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้วยความเพียรอันบริสุทธิ์ เพื่อสืบสานพระบรมราชปณิธานเพื่อความสุข ความเจริญและเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของราชอาณาจักรไทยสืบไป จากนั้นนายกฯและผู้เข้าร่วมพิธี ได้ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์เป็นอันเสร็จพิธี

หวังทุกคนทำดีให้แผ่นดิน

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าว มุ่งหวังให้ทุกคนช่วยกันทำความดีให้กับแผ่นดิน เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช รวมถึงสถาบันในโอกาสต่อๆไปด้วย เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข กิจกรรมเหล่านี้จะเกิดตามช่วงระยะเวลาที่มีอยู่ จนกว่าจะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

รัฐสภาร่วมกิจกรรมแห่งชาติ

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร.อ.ทินพันธ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พร้อมด้วยสมาชิก สนช. สมาชิก สปท. ข้าราชการทั้งสองสภา ร่วมกันทำกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดีฯ ต่อมาเวลา 09.45 น. คณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จัดงานเสวนาหัวข้อ “ในหลวงในความทรงจำ” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหา กรุณาธิคุณและแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีบรรดาข้าราชการ สมาชิก สนช. และ สปท.เข้าร่วม

น้อมนำพระราชดำรัสเป็นแบบ

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.กล่าวเปิดงานเสวนาว่า พระราชกรณียกิจกว่า 4,000 โครงการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเกิดประโยชน์นานัปการแก่ราษฎร จึงขอให้น้อมนำพระราชดำรัสมาเป็นแบบอย่างการดำรงตน เพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติ ทั้งนี้ ประสบการณ์เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่สมัยตนศึกษาอยู่ที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ที่เคยรายงานเกี่ยวกับเขื่อนภูมิพลต่อหน้าพระพักตร์ และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็ทรงอธิบายเกี่ยวกับการทำงานของเขื่อน เป็นอีกแง่มุมที่พระองค์ท่านมีความเป็นครูต้นแบบ

เหล่าทัพจัดพร้อมเพรียง

นอกจากนี้ในส่วนของเหล่าทัพต่างๆก็มีการจัดกิจกรรมนี้อย่างพร้อมเพรียง โดยที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เป็นประธานจัดงาน มีผู้บังคับบัญชาระดับสูง สมาคมแม่บ้านทหารบก กำลังพลจาก 16 หน่วยงานและประชาชนจากชุมชนรอบค่ายเข้าร่วมพิธี พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันสำคัญของพสกนิกรชาวไทยที่มีโอกาสรวมพลังทั่วประเทศเพื่อถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และยังเป็นวันที่พวกเราระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ตลอดระยะเวลาครองราชย์ 70 ปีที่ผ่านมา พระองค์ทรงเหนื่อยยากพระวรกาย ปฏิบัติภารกิจจัดทำโครงการพระราชดำริ 4,600 กว่าโครงการ เพื่อความผาสุกของคนไทย เพื่อความอยู่ดีกินดีของพสกนิกร พระองค์ท่านจะสถิตอยู่ในดวงใจของพวกเราตลอดไป

ผบ.ทบ.น้ำตาคลอพูดถึง “ในหลวง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างให้สัมภาษณ์ ผบ.ทบ.ได้มีน้ำตาคลอก่อนกล่าวต่อว่า เป็นโอกาสดีของเราที่ได้ปฏิญาณตนเพื่อเป็นประชาชนที่ดีของแผ่นดิน เป็นคนดีของแผ่นดินเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทน้อมนำศาสตร์ของพระราชาและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางการดำรงชีวิต เราตั้งใจสืบสานปณิธานของพระองค์เพื่อนำพาประเทศชาติก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ไม่ว่าพระองค์จะอยู่ที่ใดก็ตาม พระองค์จะสถิตอยู่ในดวงใจของพวกเราตลอดไป

ทัพเรือร่วมประกาศความจงรักภักดี

ที่ลานทัศนาภิรมย์ หอประชุมกองทัพเรือ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร.เป็นประธานในการจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี เพื่อประกาศความจงรักภักดี และร่วมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพปีที่ 89 ขณะที่บริเวณลานหน้ากองบัญชาการกองทัพอากาศ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ.เป็นประธานในกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี และร่วมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพปีที่ 89 มีกิจกรรมการทำดีโดยการบำเพ็ญประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ

ศิริราชปฏิญาณดูแลสุขภาพคนไทย

เช่นเดียวกับที่ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช ได้จัดพิธีกล่าวปฏิญาณแสดงความจงรักภักดีและรวมพลังรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพปีที่ 89 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โดย ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นำกล่าวคำปฏิญาณ ใจความตอนหนึ่งว่า “ข้าพระพุทธเจ้าจะน้อมนำแนวทางตามพระบรมราโชวาท พระราชดำรัส และพระราชดำริ ที่เคยพระราชทานไว้ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวในการดำเนินชีวิต และตั้งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่การงาน เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท สืบสานพระราชปณิธาน โดยเฉพาะด้านการแพทย์ และสาธารณสุข จะร่วมกันดูแลสุขภาพ พสกนิกรชาวไทยทั้งแผ่นดินให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน อันเกิดจากเจ็บไข้ได้ป่วย ตลอดจนประพฤติปฏิบัติตนตามแนวทางพระบรมราโชวาทตลอดไป”

น้ำตารินร้องเพลงสรรเสริญ

จากนั้นได้ยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที และปิดท้ายด้วยการร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงพ่อของแผ่นดิน ในพิธีนอกจากคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล บุคลากรชาวศิริราชร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงแล้ว ยังมีญาติผู้ป่วยรวมถึง
ประชาชนละแวกใกล้เคียงและจากพื้นที่อื่นๆ ที่ทราบข่าวการจัดกิจกรรมต่างพากันมาร่วมพิธีอย่างคับคั่งเต็มศาลาศิริราช 100 ปี โดยเฉพาะช่วงกล่าวคำปฏิญาณ และร้องเพลง หลายคนน้ำตาคลอเบ้า บางคนน้ำตาไหลริน ไม่ขาดสาย

คนยังมาเฝ้ามองตึกเฉลิมพระเกียรติ

ศ.นพ.ประสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า จนถึงวันนี้ยังมีคนไทยมาถวายสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลาศิริราช 100 ปี หลายคนยังมานั่งเฝ้ามองไปที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ นึกถึงพระองค์ท่าน
เชื่อว่านับวันจำนวนคนไม่ได้ลดน้อยลง แต่จำนวนหนึ่งเริ่มแปลงพระบรมราโชวาทไปสู่การปฏิบัติ ในวันที่ 1 ธ.ค.เวลา 10.30 น. ขอเชิญชวนชาวศิริราชและประชาชนที่มีโอกาส มาร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสครบ 50 วันแห่งการเสด็จสวรรคต และวันที่ 2 ธ.ค. เวลา 07.00 น. จะมีพิธีทำบุญตักบาตรครั้งใหญ่

บัวแก้วรวมพลังความภักดีทั่วโลก

อีกด้านหนึ่ง นางบุษยา มาทแล็ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นำข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” บริเวณลานน้ำพุ กระทรวงการต่างประเทศ สำหรับการจัดกิจกรรมในต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ทั่วโลก ร่วมกับชาวไทยในต่างประเทศ ได้ทยอยจัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” ตั้งแต่วันที่ 18-22 พ.ย. อย่างต่อเนื่องตาม ความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ โดยมีเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ เป็นผู้กล่าวนำการถวายสัตย์ปฏิญาณ และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเบื้องหน้าพระบรม ฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช

ป.ป.ช.-มท.ร่วมกิจกรรม

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการจัดกิจกรรมรวม พลังแห่งความภักดี ที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 เช่นเดียวกับที่กระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำข้าราชการในสังกัด ร่วมกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” ที่ถนนอัษฎางค์ หน้ากระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมนี้ตามหน่วยงานราชการ กระทรวง ทบวง กรม ต่างๆทั่วกรุงเทพ- มหานคร เช่นเดียวกัน

เพลงสรรเสริญฯก้องสนามหลวง

ส่วนที่บริเวณท้องสนามหลวง ได้จัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” โดยมี พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรอง ผอ.กอร.รส. พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 และนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะ ผอ.ศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers For Dad พร้อมด้วยข้าราชการทหาร ตำรวจ จิตอาสา และประชาชน ร่วมกันร้องเพลงชาติ กล่าวคำปฏิญาณและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีกันดังอย่างกึกก้องไปทั่วบริเวณ ผ่านการถ่ายทอดสัญญาณจากทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ ประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างนำพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาชูเหนือหัวเพื่อแสดงความจงรัก ภักดี ส่วนประชาชนที่อยู่ระหว่างเข้าคิวรอถวายสักการะพระบรมศพ เจ้าหน้าที่ให้ทำกิจกรรมภายในแถวของตัวเอง และหยุดการเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพชั่วครู่ เมื่อเสร็จสิ้นต่อคิวไปตามปกติ

แสดงพลังจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรอง ผอ.กอร.รส. กล่าว หลังร่วมกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดีว่า ในความรู้สึกของทหารนั้นได้เคยกล่าวปฏิญาณไปแล้ว ตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนวิชาทหาร แต่วันนี้ได้มากล่าวปฏิญาณตนร่วมกับประชาชน และเหล่าข้าราชการ จึงเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่เหมือนเป็นจิตวิญญาณของการแสดงพลังสร้างความสามัคคี สมดั่งพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่อยากให้คนไทยมีความรักและสามัคคี และร่วมกันพัฒนาชาติบ้านเมือง

ปลัดกลาโหมนำกำลังพลร้องเพลง

ที่หน้ากระทรวงกลาโหม ตั้งแต่เช้าตรู่เป็นต้นมา มีเหล่าบรรดานายทหารในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาร่วมงาน “รวมพลังแห่งความภักดี” มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม นำนายทหารจำนวน 2,500 คน เข้าแถวเรียงหน้า กระดาน อยู่ที่บริเวณถนนสนามไชย และสมาคมภริยาข้าราชการสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ประชาชน ยืนอยู่หน้ากระทรวงกลาโหม กระทั่งเวลา 08.00 น. พล.อ.ชัยชาญ ได้นำกำลังพลและประชาชนร่วมร้องเพลงชาติไทย หันหน้าเข้ากระทรวงกลาโหม เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อสิ้นเสียงเพลงชาติไทยเสร็จสิ้น กำลังพลทั้งหมดกลับหลังหันไปทางพระบรมมหาราชวัง ด้านประตูสวัสดิโสภา ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้นำกล่าวคำปฏิญาณตน ก่อนที่จะนำร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เสียงดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ

ตั้งใจมาร้องเพลงเพื่อในหลวง ร.9

นางขวัญจิต คำเมือง อายุ 56 ปี ชาวบางแค หนึ่งในราษฎรที่ถือพระบรมสาทิสลักษณ์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ทำด้วยปูนปลาสเตอร์ มาร่วมร้องเพลงชาติไทยและสรรเสริญพระบารมีที่หน้ากระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พระบรมสาทิสลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่นำมานี้เพราะคิดถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 มาก ถือเป็นสิ่งมีค่าของตัวเองแม้ว่าทำจากปูนปลาสเตอร์ ไม่มีราคาค่างวดเท่าใด แต่เป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและบูชามาตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา พอทราบว่าจะมีการร่วมร้องเพลงชาติ และเพลงสรรเสริญพระบารมีที่หน้ากระทรวงกลาโหม ตั้งใจนำมาด้วย มาตั้งแต่ตี 5 พอได้ร่วมร้องเพลงรู้สึกนึกถึงพระองค์ท่านจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ รู้สึกดีที่ได้มาร้องถวายพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย อย่างน้อยก็เป็นการแสดงออกว่าพวกเรารักพระองค์มาก และจะรักและเทิดทูนตลอดไปชั่วชีวิต นางขวัญจิตกล่าวพร้อมกับยกพระบรมสาทิสลักษณ์ปูนปลาสเตอร์ขึ้นเหนือศีรษะ

มจ.นวพรรษ์บำเพ็ญพระกุศล

ในส่วนพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 22 พ.ย.เวลา 07.00น. ร.อ.ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร จำนวน 8 รูป ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 21 พ.ย. มีราชสกุลจิตรพงศ์, ราชสกุลยุคล และราชสกุลจันทรทัต ร่วมในพระราชพิธี จากนั้นเวลา 11.00 น. ม.ร.ว.ดนุโชติ เทวกุล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดอนงคารามวรวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร จำนวน 8 รูป

ประชาชนยังแน่นสนามหลวง

ด้านบรรยากาศพสกนิกรที่เดินทางเข้าถวายสักการะกราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นต้นมา ยังคงมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ เดินทางมาเข้าแถวต่อคิวที่ท้องสนามหลวงด้านทิศเหนือ ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา โดยหางแถวยาวไปจนถึงสนามหลวงด้านทิศใต้ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด แต่ก็ไม่ได้ทำลายความตั้งใจของพสกนิกรที่ต้องการมาแสดงความอาลัยพระเจ้าแผ่นดินผู้ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจลงไปไม่ มีกลุ่มจิตอาสาคอยดูแลเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และคอยปฐมพยาบาลผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วยอีกด้วย

วอนขออย่ากินน้ำทิ้งๆขว้างๆ

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวอีกว่า กอร.รส. ได้หารือกับตำรวจ กทม. และศูนย์อาสาสมัครฯ ถึงปัญหาเรื่องของน้ำดื่ม แม้ว่าจะมีแจกจ่ายให้ประชาชนอย่างเพียงพอ แต่เนื่องจากจำนวนประชาชนเข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก เฉลี่ยวันละ 100,000 คน หลายคนก็รับน้ำไป 2-3 ขวดแล้วดื่มไม่หมด เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำดื่มขาดแคลน รวมทั้งเกิดปัญหาขยะได้ จึงขอความร่วมมือให้ประชาชน ถ้าเตรียมภาชนะเติมน้ำดื่มได้ อยากให้เตรียมมาจากบ้าน เพราะมีจุดเติมน้ำดื่มบริการให้ หรือถ้ารับน้ำดื่มแบบขวดแล้ว เมื่อดื่มหมดก็ขอให้น้ำขวดกลับมาเติมได้ใหม่ที่จุดบริการเติมน้ำดื่มได้ อย่างน้อยก็จะช่วยลดจำนวนขยะที่เกิดจากขวดน้ำ

กราบช่วงบ่ายใช้เวลาน้อยกว่า

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนการบริหารการเข้าแถวของประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพ ยังมีความหนาแน่นในช่วงเช้า ยังคงต้องขอความร่วมมือกับประชาชนที่เดินทางมาได้ง่าย ให้เดินทางมาในช่วงบ่าย เหมือนวันธรรมดา เพราะตามสถิติที่พบว่า การเข้าคิวในช่วงบ่ายจะใช้เวลารอน้อยกว่ามาตั้งแต่เช้า ในส่วนกรณีที่มีประชาชนเดินทางมามากในพื้นที่สนามหลวงนั้น กอร.รส. จะพยายามขยายพื้นที่ให้รองรับคนได้ 30,000 คน เราจะย้ายสิ่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนไปยังสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ

ตรวจเข้มเพื่อความปลอดภัย

พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 กล่าวถึงเรื่องการเพิ่มเติมความเข้มงวดการตรวจบริเวณจุดคัด กรอง ภายหลังเจ้าหน้าที่จะจับกุมผู้ที่พกพาอาวุธปืน ว่า ได้เข้มงวดอยู่ตลอดเวลา ทำให้ตรวจพบอาวุธปืนก่อนที่จะเข้ามาในสนามหลวง เจ้าหน้าที่ที่อยู่บริเวณจุดคัดกรองจะอธิบายให้ประชาชนที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่บริเวณท้องสนามหลวงเข้าใจถึงการตรวจตราที่เข้มงวดและอาจจะต้องใช้เวลา เพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่เดินทางเข้ามา อยากฝากถึงประชาชนที่จะเดินทางเข้าพื้นที่ อย่านำสัมภาระมาเยอะ จะทำให้การตรวจตราต้องใช้เวลามากขึ้น นอกเหนือจากการตรวจร่างกายประชาชน ในปัจจุบันนี้สถิติการก่อเหตุต่างๆลดลงไปอย่างมาก

จิตอาสาช่วยทำแผลเบาหวาน

ที่บริเวณเต็นท์ 14 โซนใต้สนามหลวงตรงข้ามวัดพระแก้ว มีจิตอาสา เป็นนักศึกษาหญิง 3 คน มีป้ายแขวน “อาสายุวกาชาด ปฐมพยาบาล” ช่วยกันทำแผลที่ข้อเท้าขวาของนายสมชาย ชัยชนะ อายุ 74 ปี ที่ยืนต่อแถวรอถวายสักการะพระบรมศพ สอบถามทราบชื่อ น.ส.พิชญ์สิณี กิจปกรณ์สันติ นศ.ปี 1 คณะวิทยาศาสตร์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้กล่าวว่า วันนี้ไม่มีเรียนจึงชักชวนเพื่อนรวม 7 คนมาเป็นจิตอาสา อยากทำความดีเพื่อในหลวง ไม่ได้มีความรู้ทางแพทย์โดยตรง แต่รับการอบรมเบื้องต้นจากสภากาชาดไทย ได้รับชุดปฐมพยาบาล เบื้องต้น อาทิ น้ำเกลือ ยาใส่แผล และผ้าก๊อช เมื่อเห็นคุณลุงมีแผลสดที่ขา จึงรีบเข้าไปช่วยเหลือทันที โดยไม่รู้สึกรังเกียจ ด้านนายสมชายกล่าวทั้งน้ำตาว่า เป็นโรคเบาหวาน มีแผลจึงหายยาก รู้สึกดีใจที่จิตอาสากลุ่มนี้เข้าช่วยเหลือ

พม.นำคนพิการทำกิจกรรม

เวลา 12.00 น.ที่ เต็นท์ พม.เพื่อพ่อหลวง สนามหลวงใกล้กับวัดมหาธาตุ นายสมชาย เจริญอำนวยสุข อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) นำเด็กพิการจากสถานสงเคราะห์ต่างๆและสมาคมนวัตกรรมเพื่อคนพิการทางสติ ปัญญา มาแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ผ่านกิจกรรมการเขียน “สัญญาทำดีเพื่อพ่อหลวง” พร้อมกับผู้ปกครองเข้าทำกิจกรรมจิตอาสา อาทิ แจกริบบิ้นดำ ร่มดำ อาหารกลางวัน พร้อมกับสาธิตและให้บริการทำถุงผ้าฟรี

ผู้แทนนายกฯติมอร์วางพวงมาลา

เวลา 14.15 น. นายแอร์นานี ฟีโลเมนา โกเอลยา ดาซิลวา รมว.ต่างประเทศและความร่วมมือแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์เลสเต ในฐานะผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต เดินทางมาวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง จากนั้นลงนามแสดงความอาลัย ณ อาคารสำนักราชเลขาธิการ ในพระบรมมหาราชวัง

ภาคี 13 ประเทศร่วมแสดงความอาลัย

นอกจากนี้ยังมีคณะบุคคลจากต่างประเทศ เดินทางมาลงนามในสมุดหลวงแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง อาทิ คณะหัวหน้าหน่วยข่าวกรองกลุ่มประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนและประเทศภาคี 13 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย บรูไน ดารุสซาลาม เวียดนาม ลาว เมียนมา กัมพูชา จีน ออสเตรเลีย และ สหรัฐอเมริกา และคณะสมาชิกสมาคมสร้างคุณค่าสากล (โซกะกักไค อินเตอร์เนชั่นแนล) 20 คน นำโดย นายมิโนรุ ฮาราดะ รองประธานสมาคมสร้างคุณค่าสากล

กว่าล้านคนเดินทางมาพระบรมมหาราชวัง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายหลังที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต ในวันที่ 13 ต.ค.2559 สำนักพระราชวัง ได้เปิดเขตพระราชฐานให้พสกนิกรเข้าร่วมแสดงความอาลัยนับตั้งแต่การเปิดให้สรงน้ำพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ในวันที่ 14 ต.ค.ที่ศาลาสหทัยสมาคม จนถึงการเปิดให้ลงนามแสดงความอาลัย ระหว่างวันที่ 15-28 ต.ค. รวม 14 วัน และการเปิดให้ราษฎรขึ้นสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.ถึง 22 พ.ย. รวม 25 วัน จากสถิติตัวเลขของสำนักพระราชวังพบว่า มีราษฎรไทยที่เดินทางมาที่พระบรมมหาราชวังแล้วเป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,225,507 คน

ราชนิกุลบำเพ็ญพระกุศลค่ำ

เวลา 17.30 น. ม.ร.ว.นิศารัตน์ เทวกุล เป็นประธานสดับปกรณ์ในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรมจากวัดอนงคารามวรวิหารและวัดมหาธาตุยุวราชรัง
สฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร จำนวน 8 รูป สวดพระอภิธรรม และในเวลา 19.00 น. ม.จ.มงคลเฉลิม ยุคล เป็นประธานสดับปกรณ์ในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรมจากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร จำนวน 8 รูป สวดพระอภิธรรม ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ชื่นชมตำรวจ สน.ดินแดงทำดี

เย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินสำรวจบริเวณถนนท่าพระจันทร์ พบ ด.ต.ณพวิทย์ ปิดกระโทก ตำรวจชุมชนสัมพันธ์ สน.ดินแดง นำรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง ใช้เป็นที่นั่งผู้โดยสารได้ประมาณ 5-6 คน ติดเครื่องขยายเสียงมาประกาศให้บริการรับส่งประชาชนเดินทางมากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมมหาราชวัง มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก บนรถมีน้ำและข้าวกล่องบริการผู้โดยสารด้วย ด.ต.ณพวิทย์กล่าวว่า ลงทุนซื้อรถมาต่อเติมพ่วงข้างติดเครื่องขยายเสียงบริการประชาชนมานานแล้ว ที่ผ่านมาจะบริการอยู่ในย่านดินแดง ผู้หญิงที่เดินทางกลางคืนเห็นตำรวจออกมาบริการรับส่งรู้สึกอุ่นใจ ตนก็ดีใจที่ได้ช่วยเหลือ และได้มาให้บริการรับส่งประชาชนเดินทางมากราบพระบรมศพหลายวันแล้ว โดยขามาจะจอดรถให้บริการที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเพื่อเดินทางมาสนามหลวง จากนั้นจะมาจอดบริการรับส่งบริเวณแยกผ่านฟ้า ประกาศเชิญคนขึ้นรถ ได้รับความสนใจมีประชาชน ใช้บริการรับส่งในระยะไม่ไกลมาก ได้ช่วยเหลือประชาชน บริการด้วยหัวใจ ถวายพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่

5 ธ.ค. “วันคล้ายวันพระราชสมภพ”

ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าในส่วนของวันสำคัญในเดือน ธ.ค. เบื้องต้น ครม.กำหนดให้วันที่ 5 ธ.ค. ให้ใช้คำว่า “วันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” โดยจะมีหนังสือแจ้งเป็นทางการให้ทราบอีกครั้ง และยังคงกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการ ยังให้มีกิจกรรมสำคัญของสำนักพระราชวัง ทั้งการบำเพ็ญพระราชกุศลและการพระราชทานสมณศักดิ์ของพระภิกษุสงฆ์ ทั้งนี้ ในส่วนวันสำคัญประจำปี 2560 คาดว่าจะพิจารณากันในการประชุม ครม. วันที่ 29 พ.ย. หรือสัปดาห์ถัดไปภายในเดือน ธ.ค.

กำชับ ขรก.สำรวมงานพระราชพิธี

พ.อ.หญิง ทักษดากล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ฝากเตือนข้าราชการที่ไปร่วมพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล ในพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเฉพาะกรณีที่พบข้าราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถ่ายรูปเซลฟี่ตัวเองในงานและถูกเผยแพร่ในโลกโซเชียลมีเดีย มองว่าไม่เหมาะสม โดยนายกฯระบุว่า ขอให้มีการอภัยและยกโทษให้กับข้าราชการเหล่านั้น เนื่องจากเป็นข้าราชการตัวเล็กๆที่ยังรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่จากนี้ไปขอให้ทุกส่วนราชการรับทราบร่วมกัน ให้ปฏิบัติตนให้มีท่าทางพฤติกรรมสำรวมทั้งกาย วาจา และใจ ในการร่วมงานพระราชพิธี

1-2 ธ.ค.ปิดถวายสักการะพระบรมศพ

เวลา 19.45 น. สำนักพระราชวังแจ้งว่า จะปิดการจำหน่ายบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวัง สำหรับนักท่องเที่ยว และงดการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เนื่องในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญา-สมวาร (50 วัน) ในวันที่ 1-2 ธันวาคม 2559 เป็น เวลา 2 วัน สำหรับวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม และวันอังคารที่ 6 ธันวาคม 2559 จะมีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ สำนักพระราชวังจะปิดการจำหน่ายบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวัง สำหรับนักท่องเที่ยวทั้ง 2 วัน แต่ยังคงเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ได้ตามปกติ

แจกหนังสือ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ตจว.

นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ภาพรวมของการแจกหนังสือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และหนังสือ 99 พระบรมราโชวาท น้อมนำราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุขศานต์ ที่นิทรรศการ“ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครเป็นวันที่ 9 ได้แจกไปแล้วกว่า 190,000 ชุด ภายในสัปดาห์นี้เตรียมจัดส่งไปยัง สวจ.ทั่วประเทศ ให้พิจารณาแจกประชาชนในช่วงเวลาที่มีการจัดกิจกรรมแสดงความอาลัย ขณะนี้มีหน่วยงานช่วยสนับสนุนจัดพิมพ์ 2 รูปแบบ คือ สนับสนุนงบประมาณบริจาคเงินเข้ากองทุนส่งเสริมวัฒนธรรม นำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของยอดเงินบริจาค และรูปแบบการขอเป็นเจ้าภาพจัดพิมพ์โดยตรง กระทรวงฯจะต้องขอพระบรมราชานุญาต และตรวจสอบขั้นตอนการผลิตอย่างละเอียด

บันทึกความภักดีปวงชนลง จ.ม.เหตุ

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า การจัดทำจดหมายเหตุงานพระราชพิธีพระบรมศพ มีความคืบหน้าไปมาก เน้นย้ำให้กลุ่มบันทึกจดหมายเหตุ ของสำนักจดหมายเหตุแห่งชาติ จำนวน 20 คน จดบันทึกเหตุการณ์ประจำวันที่เกิดขึ้นในพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคมเป็นต้นมา แบ่งเป็น 5 กลุ่ม งานเน้นการจดบันทึกทั้งเรื่องพระราชพิธีพระบรมศพ การประโคมย่ำยาม เหตุการณ์ประจำวัน บรรยากาศรอบพระบรมมหาราชวัง และการเข้าแถวเพื่อรอถวายสักการะพระบรมศพ โดยสั่งการให้ทุกคนเก็บรายละเอียดทุกขั้นตอน เพราะนับตั้งแต่เสด็จสวรรคตมีประชาชนเดินทางเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพจำนวนมาก การบันทึกเหตุการณ์ครั้งนี้จึงให้ความสำคัญกับการสัมภาษณ์ความรู้สึกประชาชน ทั้งคนที่เดินทางมาไกลจากต่างจังหวัด ผู้พิการ ผู้สูงอายุ เยาวชนหนุ่มสาว เพื่อสื่อถึงความจงรักภักดีของคนไทยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9

เชิญนักจดหมายเหตุร่วมให้สมบูรณ์

อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวด้วยว่า การจัดทำจดหมายเหตุครั้งนี้จะเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพราะเป็นเอกสารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ หากเวลาผ่านไป ไม่สามารถเก็บข้อมูลย้อนหลังได้ ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด คือ การเรียบเรียง ดังนั้น จึงได้เตรียมทีมเรียบเรียงจดหมายเหตุ เชิญอดีตนักจดหมายเหตุและผู้ทรงคุณวุฒิกลุ่มงานจดหมายเหตุที่มีความ เชี่ยวชาญมาร่วมจัดทำ คาดว่า การจัดทำจดหมายเหตุราชการครั้งนี้จะมีประมาณ 4 เล่ม ล่าสุดกรมศิลปากรได้ทำหนังสือประสานสำนักพระราชวัง ขอข้อมูลการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าและภัตตาหารเพลว่า มีรายการอาหารอะไรบ้างที่ถวายแด่พระพิธีธรรม จะนำมาบันทึกรายละเอียดปลีกย่อยให้ครบถ้วน ทุกเหตุการณ์ละเลยไม่ได้ เพราะจะเป็นเอกสารที่มีอายุยาวนานไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา เช่นเดียวกับพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่คนไทยไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต

ชาวนนท์รวมพลังความภักดี

ส่วนในต่างจังหวัดจัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” ทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างคึกคัก เริ่มจาก จ.นนทบุรี บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรี นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผวจ.นนทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียน และประชาชนชาวนนทบุรีร่วมกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” และหน้าที่ว่าการอำเภอไทรน้อย นายสมยศ วากร นอภ.ไทรน้อย นำข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ่อค้าและประชาชน ร่วมกิจกรรมแปรอักษรและบำเพ็ญประโยชน์ เก็บป้ายเถื่อน ถนนสายบางกรวย-ไทรน้อย เก็บผักตบชวา ปรับปรุงภูมิทัศน์

ร่วมทำความสะอาดสะพานแม่น้ำแคว

ที่สนามหญ้าหน้าศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นายศักดิ์ สมบุญโต ผวจ.กาญจนบุรี เป็นประธานพิธี รวมพลังแห่งความภักดี มีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา ร่วมพิธีกว่า 5,000 คน หลังเสร็จพิธีกลุ่มมวลชนร่วมกันทำความสะอาดบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว เช่นเดียวกับที่หน้ากองบัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ หมู่ 1 ต.ลาดหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี พล.ต.วุฒิชัย นาควานิช ผบ.พล.9 จัดกิจกรรมให้ทหารใหม่ผลัดที่ 2/2559 ทุกนายร่วมแปรอักษรเป็นเลข ๙ และสัญลักษณ์ “พล.ร.๙”

แผ่เมตตา-แจกของผู้ยากไร้

ขณะที่วัดบางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐม นายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล นอภ.บางเลน เป็นประธานจัดงานรวมพลังแห่งความภักดีเพื่อน้อมถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยมี พ.ต.อ.วชิระ ลภเลิศ ผกก.สภ.บางเลน นพ.จิรโรจน์ ธีระเดชธนะพงศ์ ผอ.รพ.บางเลน หัวหน้าส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นร่วมกิจกรรมโดยมีพระครูเกษมถาวรคุณ เจ้าคณะตำบลไผ่หูช้างและเจ้าอาวาสวัดบางเลน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ที่วัดบางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐม

ระดมทำความสะอาดชายหาด

ที่บริเวณแท่นพิธีชายหาดพัทยากลาง นายนริศ นิรามัยวงศ์ นอภ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมข้าราชการทุกหน่วยงาน พนักงานรัฐวิสาหกิจ คณะผู้บริหารสมาชิกสภาเทศบาล พนักงานในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักธุรกิจ พ่อค้าและประชาชนทำกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” จากนั้นผู้เข้าร่วมกิจกรรมร่วมกันทำความสะอาดชายหาดตลอดแนว ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะที่ พล.ร.ท. ปัญญา เล็กบัว รอง ผบ.กองเรือยุทธการเป็นประธานจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดีพร้อมกับแปรอักษรเลข ๙ ร่วมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพปีที่ 89 ณ หน้ากองบัญชาการกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ชาวเขาแต่งชุดเผ่าร่วมร้องเพลง

ที่หน้าอาคารอเนกประสงค์ โครงการพัฒนาดอยตุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผวจ.เชียงรายเป็นประธานพิธีเปิดงาน “รวมพลังแห่งความภักดี” มีหัวหน้าส่วนราชการ ทหารตำรวจ ประชาชนชนเผ่าต่างๆกว่า 7,000 คน แต่งเครื่องแบบขาว ชุดดำและชาวเขาสวมใส่ชุดประจำเผ่าของตน พร้อมใจ กันร่วมกิจกรรมกล่าวปฏิญาณตนจะรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีดังกึกก้องไปทั่วทั้งขุนเขาและที่ลานกิจกรรมศาลากลางจังหวัดเชียงราย

รวมใจปั่นจักรยานเพื่อพ่อ

นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.พิษณุโลก เป็นประธานในการจัดกิจกรรมพิษณุโลกรวมใจปั่นเพื่อพ่อ ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัด มีหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา และประชาชน นำจักรยานมาเข้าร่วมในพิธีและร่วมแปรอักษรเป็นเลข ๙ และคำว่าพิษณุโลก ตามกิจกรรมแสดงความ จงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้น ผวจ.พิษณุโลกปั่นจักรยานนำนักปั่นออกจากจุดสตาร์ต ไปตามเส้นทางที่กำหนดจากหน้าศาลากลางจังหวัดผ่าน ต.หัวรอ-แยกแสงดาว-ต.พลายชุมพล-ต.บ้านคลอง สิ้นสุดที่หน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก รวมระยะทาง 16.6 กม.

แต่งชุดขาวนั่งสมาธิบำเพ็ญกุศล

ด้าน จ.นครราชสีมา บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (คุณย่าโม) อ.เมืองนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เป็นประธานจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี สวมชุดขาวนั่งสมาธิบำเพ็ญภาวนาเวลา 89 วินาที จากนั้น ผวจ.นครราชสีมานำร้องเพลงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมี ตามด้วยกล่าวคำปฏิญาณตนเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ขณะเดียวกัน ประชาชนทุกหมู่เหล่าและนักเรียน นักศึกษา สถานศึกษาทุกแห่งร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์โดยทำความสะอาดสถานที่สาธารณะต่างๆ

นครพนมแปรอักษร

ส่วนที่สนามกีฬาโรงเรียนนครพนมวิทยาคม อ.เมืองนครพนม นายอดุลศักดิ์ บุญอเนก ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22 เป็นประธาน นำข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนในสังกัด ร่วมกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดีและร่วมกันแปรอักษรเลข ๙ หมายถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 คือดวงใจของพสกนิกรชาวไทยและข้อความเรารักในหลวง รวมถึงอักษรย่อของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22 และอักษรย่อโรงเรียนนครพนมวิทยาคม (นพว.)

อุบลฯจัดกิจกรรมหลากหลาย

นอกจากนี้ ที่ จ.อุบลราชธานี นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.อุบลราชธานี นำเหล่าข้าราชการ ประชาชนชาวอุบลราชธานีจัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” ที่หอประชุมไพรพะยอม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ตามด้วยที่ลานร้อยพันธุ์บัว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อ.เมืองอุบลราชธานี นายขวัญชัย บุญอารีย์ ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี นำหัวหน้าส่วน เจ้าหน้าที่ บุคลากร พนักงาน ร้านค้า ทั้งจากเซ็นทรัลพลาซาและโรบินสันร่วมกันแปรอักษรรวมพลังแห่งความภักดี เป็นเลข ๙ และอักษร UBN ตัวย่อภาษาอังกฤษแทนชื่อจังหวัดอุบลราชธานี

แปรอักษรรอบองค์พระธาตุ

นายอวยชัย อินทร์นาค ผวจ.สุราษฎร์ธานี นำหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน นักเรียน และนักศึกษา กว่า 9,000 คน “รวมพลังแห่งความภักดี” ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัด ก่อนร่วมแปรขบวนอักษร “สุราษฎร์ธานี (รูปหัวใจ) จักรี” ตามด้วย บช.ภ.8 พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 นำข้าราชการตำรวจ นักเรียนตำรวจ ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 8 กว่า 500 นาย พร้อมใจปฏิญาณตนเพื่อชาติ ศาสน์ พระมหากษัตริย์ และที่พระธาตุศรีสุราษฎร์ (เขาท่าเพชร) อ.เมืองสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน นักเรียนนักศึกษา กว่า 500 คน ร่วมรวมพลังแห่งความภักดี โดยแปรอักษร SURATTHANI รอบองค์พระธาตุศรีสุราษฎร์ จากนั้นช่วยกันทำความสะอาดพระธาตุศรีสุราษฎร์ และดูแลบริเวณต้นไม้ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงปลูก

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจัดใหญ่

ที่ศาลเจ้าเล่งจูเกียง หรือเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ถนนอาเนาะรู เขตเทศบาลเมืองปัตตานี นายดำรงชัยวนนท์ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิเทพปูชนียสถานจังหวัดปัตตานี นำชาวไทยเชื้อสายจีนและคณะครู นักเรียนโรงเรียนจ้องฮั้วปัตตานีกว่า 500 คนร้องเพลงชาติ เชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา ถวายสัตย์ปฏิญาณ แสดงความจงรักภักดี และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นทำพิธีตามหลักศาสนาจีนเพื่อถวาย เป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สำหรับศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวหรือศาลเจ้าเล่งจูเกียง เป็นที่ประดิษฐานรูปแกะสลักของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว พระหมอและเจ้าแม่ทับทิม ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจะมีงานประเพณีแห่เจ้าแม่ฯ มีพิธีลุยไฟและว่ายน้ำข้ามแม่น้ำปัตตานี ทุกปีจะมีผู้ที่เคารพศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ ร่วมงานเป็นจำนวนมาก และศาลเจ้าแห่งนี้มีกระถางธูปพระราชทานจากพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์รวมทั้งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ด้วย

ดังทั่วแผ่นดิน คำถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความ จงรักภักดี และซื่อตรงต่อพระมหากษัตริยาธิราชทุกพระองค์ ในพระบรมราชจักรีวงศ์ นายกฯนำ ขรก.ทั่วประเทศ รวมพลังแห่งความภักดีและกล่าวนำที่ทำเนียบรัฐบาล ขอปฏิบัติตามรอยพระยุคลบาท... 23 พ.ย. 2559 00:32 23 พ.ย. 2559 06:26 ไทยรัฐ