วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โหมดเดียวกันทุกขั้ว

เข้มขลัง ทรงพลัง ยิ่งใหญ่

ในฉากที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. นำคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ หน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี

กล่าวคำปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

พร้อมๆกันกับอีกหลายจุด หลายจังหวัดทั่วประเทศไทย

ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ประชาชนทั่วไปร่วมกันรำลึกถึง “ในหลวงรัชกาลที่ 9” และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในพระบรมราชวงศ์จักรีจนกว่าชีวิตจะหาไม่

ทำให้เห็นว่า “สถาบัน” คือจุดแข็งของแผ่นดินไทย

พลังอันแข็งแกร่งยากจะกร่อนสลายได้ง่ายๆ

ในขณะที่มีการเปิดเผยจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ได้พูดคุยกับรัฐมนตรีกลาโหมของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ขอความร่วมมือในการสั่งปิดสถานีวิทยุที่มีการโจมตีสถาบันและรัฐบาลไทย โดยใช้ช่องทางผ่านสื่อในประเทศเพื่อนบ้าน

คสช.ไล่บล็อกขบวนการแฝงป่วนสถานการณ์ในช่วงเปลี่ยนผ่าน

จัดการเคลียร์แรงกระเพื่อมให้นิ่งมากสุดเท่าที่จะนิ่งได้

ภายใต้เงื่อนสถานการณ์อ่อนไหว ภาวะธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ประเทศไทยในรอบ 70 ปี เป็นภารกิจที่หนักอึ้งสำหรับรัฐบาลทหาร คสช.

โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ “ผู้ถูกเลือก” มาคุมงานสำคัญ

ในบรรยากาศที่ต่างฝ่ายต่าง “เกร็ง” ข่าวด้านหนึ่งนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้แจ้งสมาชิก สนช.ให้ “สแตนด์บาย” พร้อมเรียกประชุมวาระสำคัญพิเศษระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายนถึงวันที่ 2 ธันวาคม

ก่อนออกตัวในภายหลังว่า ยังไม่มีการนัดประชุมพิเศษ

แค่เห็นว่าเดือนธันวาคมจะมีวันหยุดยาวเกรงจะมีปัญหาเรื่ององค์ประชุม ประกอบกับได้รับสัญญาณจากรัฐบาลว่าอาจมีวาระเร่งด่วนเสนอเข้าที่ประชุม สนช. คาดว่าเกี่ยวกับสนธิสัญญาต่างๆ

สนช.ก็ยังทำได้แค่เตรียมพร้อม รอความชัดเจน

ขณะเดียวกันก็มีสายข่าวทางลึกจากแดนไกล แจ้งลูกข่ายพรรคเพื่อไทยและกลุ่มเสื้อแดง อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร รอประกาศท่าทีความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงต้นเดือนธันวาคม

“นายใหญ่” ก็หยั่งทิศทางลม ลุ้นจังหวะสำคัญ

ทุกขั้วอำนาจ ต่างฝ่ายต่างอยู่ในโหมดของการรอสัญญาณ

ในบรรยากาศอั้นๆ หัวเชื้อเก่ากลับมาคุกรุ่น รอปะทุ

สะท้อนจากปรากฏการณ์ ปมของนักพูดสาวคนดังที่ลุกลามเป็นการตอกย้ำรอยแตกแยกแบ่งภาค กระตุกอาการไม่พอใจของชาวอีสาน ลากโยงไปถึงทหารต้องออกมาเคลียร์ข้อหาอยู่เบื้องหลัง พาลมาปลุกอารมณ์กองเชียร์ คสช.ที่กระโดดถือหางนักพูดสาว

ด่ากันเรื่องโหนสถาบัน ล้มสถาบัน

วนไปวนมาก็พวกหน้าเก่า กปปส.แท็กทีมพันมิตรฯโซ้ยกับเสื้อแดง นปช.

ล้อไปกับการเร้าดีกรีร้อน กรณีการจ่อบุกชาร์จ “ธัมมชโย” เจ้าสำนักธรรมกาย หลังโดนหมายจับเป็นหมายที่ 3 ในคดีบุกรุกที่ป่าปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ไล่หลัง “พุทธะอิสระ” อดีตแกนนำ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ ประกาศหากไม่สามารถถอดจีวร “ธัมมชโย” นอนคุกได้ จะถอดจีวรตัวเองไปอาศัยอยู่ป่าดังที่เคยลั่นวาจาเอาไว้

“เดิมพันผ้าเหลือง” เร้ากองเชียร์แดง เหลือง กปปส.

แถมพ่วงด้วยอัยการคดีพิเศษเดินหน้าฟ้องคดีรถเบนซ์โบราณของ “สมเด็จช่วง” ที่หนีไม่พ้นส่งผลต่อสถานะ “สังฆราช” องค์ใหม่

แต่ทั้งหมดทั้งปวง สถานการณ์มันก็ย้อนไปที่ฉาก พล.อ.ประยุทธ์นำรวมพลังแห่งความภักดี

ไม่ว่าการเมืองวุ่นวายแค่ไหน บ้านเมืองจะอยู่ในวิกฤติอันตรายสักปานใด มันได้ผ่านการพิสูจน์มาแล้วในประวัติศาสตร์ประเทศไทย

ไฟร้อน ดับได้ด้วยความแข็งแกร่งของสถาบัน.

ทีมข่าวการเมือง

23 พ.ย. 2559 00:03 23 พ.ย. 2559 00:03 ไทยรัฐ