วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โรงสีสหกรณ์...ได้มากกว่ากำไร

โดย สะ-เล-เต

วันวานผุดไอเดียช่วยชาวนา...ต้องให้ชาวนาทำมาค้าขายข้าวได้ครบวงจร

หยิบยื่นโรงสีให้สหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ปลูกข้าวรวมตัวกันทำธุรกิจ ไม่ใช่ให้เปล่า แต่ให้เงินกู้ โดยภาครัฐจัดหาเงินทุนดอกเบี้ยต่ำแก่สหกรณ์ที่จับมือกันได้

หลายคนอาจจะตั้งข้อสงสัย ให้สหกรณ์ทำธุรกิจโรงสีช่วยให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างไร ในเมื่อสหกรณ์ทำหน้าที่แค่รับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนามาส่งให้โรงสี...ทำได้เท่าไรเป็นของโรงสีหมด ชาวนาจะได้กำไรเพิ่มแค่เงินปันผลตอนสิ้นปีเท่านั้นเหรอ

ธุรกิจสหกรณ์ไม่ได้มีการจ่ายผลตอบแทนให้แก่สมาชิกในรูปเงินปันผลรายปี...ยังมีการจ่ายเงินตอบแทนที่เรียกว่า “เงินเฉลี่ยคืนตามประเภทธุรกิจ” ชาวนาสมาชิกสหกรณ์คนไหน ทำข้าวเปลือกมาขายมาก สหกรณ์จะคืนเงินให้มาก ตามสัดส่วนปริมาณข้าวเปลือกที่นำมาขาย นอกเหนือจากรับซื้อข้าวเปลือกในราคาสูงกว่าโรงสีทั่วไป

แล้วธุรกิจโรงสีนั้นมีกำไรแค่ไหน...ข้อมูล กรมการข้าว รับซื้อข้าวเปลือกมา 1 ตัน สีเป็นข้าวสารได้ข้าว 480 กก. ขายได้เงินสูงกว่าซื้อข้าวเปลือก 44% หักค่าใช้จ่ายที่สหกรณ์การเกษตรจ้างโรงสีเอกชนอยู่ที่ตันละ 400 บาท...แค่เอาข้าวสารไปขายได้กำไร 40% นี่ยังไม่นับกำไรฟรีๆ จากขายปลายข้าว รำ แกลบ อีกต่างหาก

รวมรายได้หักค่าใช้จ่ายในการสี...รับซื้อข้าวเปลือก 100 บาท ขายข้าวสาร ปลายข้าว รำ และแกลบจะทำเงินได้ถึง 179 บาท

กำไร 79% นี่แหละ สามารถนำมาจัดสรรเป็นทุนสำรอง ทุนสะสมของสหกรณ์ เป็นสวัสดิการให้สมาชิก เป็นเงินเฉลี่ยคืนตามประเภทธุรกิจที่ว่า รวมทั้งเป็นเงินปันผลตามจำนวนหุ้น

ถ้ามองข้ามช็อตไปอีกขั้น เราสนับสนุนสหกรณ์ทำธุรกิจได้ครบวงจร ให้ผลตอบแทนแก่สมาชิกได้มากขึ้น ความศรัทธาเกิด สหกรณ์เข้มแข็ง สารพัดนโยบาย ไม่ว่าโซนนิ่ง ลดพื้นที่ปลูก เกษตรอินทรีย์ ปลูกข้าวพันธุ์พิเศษ ลดการใช้สารเคมี ฯลฯ ภาครัฐสามารถใช้สหกรณ์เหล่านี้เป็นตัวขับเคลื่อนจะได้ผลดีกว่าใช้ระบบราชการหรือไม่

และลองหลับตาคิดดู ที่ผ่านมา “ระบบเกี๊ยว” ทำให้การผลิตภาคเกษตรบิดเบี้ยวไปเท่าไร เกษตรกรถูกเอาเปรียบแค่ไหน ถ้าเราให้สหกรณ์ มารับบทบาท “เกี๊ยวคุณธรรม” ภายใต้การควบคุม...สิ่งดีงามจะไม่เกิดขึ้นหรืออย่างไร.

สะ–เล–เต

22 พ.ย. 2559 10:29 22 พ.ย. 2559 10:30 ไทยรัฐ