วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตำนานที่ยังโจษขาน เช่าเครื่องบินขนฟิล์มไอ้แสบ

โดย ซูม

ผมเรียนท่านผู้อ่านไว้แล้วว่าจะขออนุญาตเขียนถึงชีวิตและผลงานของพี่สมิต มานัสฤดี หัวหน้าคณะบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ที่จากพวกเราไปอย่างไม่คาดฝัน สัก 2–3 วันเป็นอย่างน้อย

วันนี้เป็นวันที่ 3 แล้วครับ และตั้งใจจะให้เป็นวันสุดท้าย

จริงๆแล้วเรื่องราวแนวคิดของพี่สมิตนั้นสามารถเขียนเป็นหนังสือเล่มใหญ่ได้เล่มหนึ่ง เพราะมีรายละเอียดในภาคปฏิบัติที่แฝงไปด้วยเกร็ดความรู้ที่สามารถนำไปใช้เรียนใช้สอนในวิชาสื่อสารมวลชนได้หลายๆเรื่อง

แต่ด้วยเนื้อที่และเวลาอันจำกัดคงไม่สามารถนำมาเขียนผ่านคอลัมน์นี้ได้ทั้งหมด...คงจะทำได้เพียงการนำตัวอย่างมาบอกกล่าวเล่าสิบได้เพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น

เรื่องที่ผมเคยเขียนและไปบรรยายเสมอๆในช่วงที่ยังเป็นอาจารย์บรรยายพิเศษหลักสูตรหนังสือพิมพ์เมื่อหลายๆปีก่อน ก็คือเรื่องการนำ “นิยายกำลังภายใน” มาลงหนังสือพิมพ์รายวัน

เริ่มจากความคิดของพี่สมิตที่ขับรถผ่านร้านเช่าหนังสือที่บางลำพู เห็นคนกลุ่มหนึ่งอ่านหนังสือกำลังภายในอย่างงอมแงม พี่ก็เกิดความคิดขึ้นทันทีว่า ถ้าเราเอานิยายกำลังภายในมาลงหนังสือพิมพ์บ้างและเขียน ให้อ่านง่ายๆหน่อย แฟนๆไทยรัฐน่าจะติดงอมแงมเช่นกันคิดแล้วพี่สมิตก็โยนมาเป็นโจทย์ให้พวกเราที่โรงพิมพ์กลุ่มหนึ่งซึ่งมีผมรวมอยู่ด้วยไปคิดต่อและจัดทำเป็นโครงการมาโดยเร็ว

พวกเราไปช่วยกันตีโจทย์จนแตกได้นักแปลกำลังภายในหนุ่มน้อยไฟแรง น.นพรัตน์ มาช่วยแปลเรื่อง “อินทรีผงาดฟ้า” ของโกวเล้ง พร้อมกับช่วยกันขัดเกลาจนกลายเป็นกำลังภายในฉบับอ่านง่ายเหมาะสำหรับผู้อ่านไทยรัฐกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ที่เป็นชาวต่างจังหวัด

พี่สมิตเป็นคนอ่านกลั่นกรองเป็นคนสุดท้าย บอกให้พวกเราและ น.นพรัตน์ แก้แล้วแก้อีกเพื่อให้อ่านง่ายลงไปเรื่อยๆ...จนเป็นที่แน่ใจว่านักอ่านส่วนใหญ่ของเราต้องชอบแน่ จึงตัดสินใจลงพิมพ์

ผลปรากฏว่าเปรี้ยงปร้างในทันที ชื่อของไอ้หนุ่ม “เต็งพ้ง” พระเอก และ น.นพรัตน์ คนเรียบเรียงกลายเป็นที่รู้จักทั่วประเทศ และยอดไทยรัฐก็พุ่งกระฉูดขึ้นอย่างเหลือเชื่อ จน ผอ.กำพล ให้รางวัลพิเศษแก่ น.นพรัตน์ ด้วยการซื้อตั๋วเครื่องบินให้ไปเที่ยวฮ่องกงเป็นการตอบแทน

หลังจากประสบความสำเร็จอยู่ 2 ปี นิยายกำลังภายในก็ถึงทางตัน เมื่อเรื่องของโกวเล้ง หมดสต๊อกลงและเรื่องของคนอื่นๆ แฟนๆส่วนใหญ่ก็ไม่ชอบ

พี่สมิตอีกนั่นแหละ ที่สังเกตว่าคนดูทีวีกำลังติดหนังซีรีส์จีนจากฮ่องกง ชุด “ศึกสายเลือด” ของช่อง 3 พูดกันทุกครัวเรือน ไปที่ไหนคนก็พูดถึงองค์ชาย 4 องค์ชาย 14 ตัวเอกของเรื่อง

พี่สมิตก็เสนอแนวคิดให้เอาบทภาพยนตร์เรื่องศึกสายเลือดมาเขียนใหม่เพื่อนำลงตีพิมพ์แทนนิยายกำลังภายในที่เริ่มอ่อนแรง

น.นพรัตน์บอก ผมทำไม่ได้ เพราะเคยแต่แปล ไม่เคยเขียนนิยายมาก่อนเลย พี่สมิตบอกว่าลองทำดูซี ไม่ยากหรอก เรามีบทเป็นโครงอยู่แล้ว

ในที่สุด น.นพรัตน์ ก็รับปากและบทหนังทีวีเรื่อง “ศึกสายเลือด” ของช่อง 3 ก็มาปรากฏเป็นนิยายจากทีวีของไทยรัฐดังระเบิดไปทั้งประเทศ อีกหน...ช่อง 3 มีคนดูเพิ่มขึ้นไปอีกและไทยรัฐก็ขายดีขึ้นอีก

กลายเป็นจุดเริ่มของการนำซีรีส์และละครทีวีมาลงหนังสือพิมพ์รายวัน จากเรื่องเดียวเป็นหลายๆเรื่องนับแต่นั้นเป็นต้นมา

อีกตัวอย่างที่ยังเป็นตำนานโจษขานมาจนถึงบัดนี้ก็คือ เรื่องการตัดสินใจใช้เครื่องบินไปขนฟิล์มการชกของไอ้แสบ แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ มาจากเชียงใหม่

ในยุคที่เทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้าอย่างทุกวันนี้ การส่งภาพด่วนจากเชียงใหม่ทำได้ด้วยการส่งผ่านเครื่องส่งภาพวิถีไกลของการสื่อสารฯ ซึ่งมีเพียงเครื่องเดียวเท่านั้น

แถมเป็นเครื่องที่ต้องใช้กับหนังสือพิมพ์ทุกฉบับต้องไปรอคิวไปจับสลาก และกว่าจะส่งได้แต่ละภาพก็กินเวลานานแสนนาน

พี่สมิตนี่แหละ ที่โทรศัพท์ไปสอบถามบริษัทเดินอากาศไทยว่า ถ้าจะเหมาเรือบินจากกรุงเทพฯไปเชียงใหม่ และจากเชียงใหม่กลับกรุงเทพฯจะคิดราคาเท่าไร ซึ่งก็ปรากฏว่าราคาเพียง 4 หมื่นบาทเท่านั้น

ว่าแล้วพี่ก็ทำโปรเจกต์ขอเช่าเครื่องบินขนฟิล์มเสนอ ผอ.กำพล บรรยายเหตุผลต่างๆว่าคุ้มแน่กับ 4 หมื่นบาท ซึ่งท่าน ผอ.ก็อนุมัติทันที

รุ่งขึ้นผู้อ่านไทยรัฐก็ได้อ่านข่าวชัยชนะของไอ้แสบพร้อมด้วยภาพการชกยกต่อยก และภาพประกอบต่างๆอย่างเต็มอิ่ม จากการใช้เครื่องบินลำใหญ่ไปขนฟิล์มประมาณ 20–30 ม้วนจากเชียงใหม่สู่ กทม. เป็นที่โจษขานและกลายเป็นหนึ่งในตำนานของการทำหนังสือพิมพ์มาจนถึงบัดนี้.

“ซูม”

22 พ.ย. 2559 10:02 22 พ.ย. 2559 10:02 ไทยรัฐ