วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พิชัย ย้ำ รัฐประหาร ทำศก.เสียหาย หวั่นไทยก้าวไม่พ้นประเทศรายได้ปานกลาง

"พิชัย" ย้ำ การรัฐประหาร ทำเศรษฐกิจประเทศเสียหายอย่างมาก การลงทุนหาย-ส่งออกทรุด ชี้ หากไม่เร่งกลับคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว ประเทศจะไม่ก้าวพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางได้ ... 

วันที่ 22 พ.ย.59 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 ขยายตัวได้เพียง 3.2% เท่านั้น ทั้งที่สภาพัฒน์พยายามจะเบ่งตัวเลข ถึงขนาดได้เปลี่ยนคนรับผิดชอบแต่ก็ได้เท่านี้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจปีนี้จะโตได้ไม่ถึง 3.5% ตามที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ออกมายืนยันก่อนหน้านี้ ซึ่งรัฐบาลเองก็ไม่ควรจะดีใจกับตัวเลข 3% กว่า เพราะถ้าโตได้เท่านี้ไปเรื่อยๆ ประเทศไทยจะไม่มีทางก้าวพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางได้เลย ขนาดฟิลิปปินส์ยังโต 7.1% ในไตรมาส 3 นี้

ทั้งนี้ การที่นายสมคิด บอกว่าประเทศไทยกำลังปรับฐาน ก็อยากให้นายสมคิด ได้แยกให้ออกระหว่างการปรับฐานกับฐานเสื่อมหรือฐานทรุด เพราะการปรับฐานหมายถึงประเทศจะก้าวหน้าไปต่อจากฐานใหม่ แต่ในปัจจุบันยังไม่เห็นจะเกิดฐานใหม่หรือว่าจะมีเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวไหนที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวต่อไปได้เลย ทั้งการลงทุนที่หดหายไปเกือบหมด ยอดการขอบีโอไอก็มีแต่ตัวเลขแต่ไม่มีการลงทุนจริง การส่งออกทั้งปีก็ยังคงติดลบ นักท่องเที่ยวปลายปีก็ลดลงมาก รายได้ประชาชนก็ลดลงทั่วหน้า จึงอยากให้นายสมคิดไปทบทวนสิ่งที่ได้พูดไว้เองเรื่องเสาหลักเศรษฐกิจที่เสื่อมว่าได้พัฒนาแก้ไขอะไรไปบ้าง เหตุใดถึงยิ่งแย่กว่าเดิมมาก ทั้งนี้ ไม่ได้เป็นการโจมตีแต่อยากให้ข้อมูลในเชิงวิชาการว่าการรัฐประหารได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแก่ประเทศอย่างมาก โดยมีผลกระทบ ดังนี้ 

1) การลงทุนภาคเอกชน ตลอด 2 ปี ทั้งจากนักลงทุนต่างประเทศและนักลงทุนในประเทศ หายไปเกือบหมด ซึ่งปกติจะมีประมาณ 2 ล้านล้านบาทต่อปี
2) การส่งออกทรุดลงตลอด 19 เดือน เพิ่งมาฟื้น 2 เดือนหลัง ต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี สาเหตุหนึ่งมาจากการไม่สามารถเจรจาการค้ากับประเทศต่างๆได้ เพราะเงื่อนไขที่ประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย
3) นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและมีฐานะดี จะไม่เดินทางมาประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย อีกทั้งการจัดสัมมนาของบริษัทข้ามชาติใหญ่ๆ ทั่วโลกก็ไม่มาจัดเช่นกัน ซึ่งรายได้เข้าประเทศจากนักท่องเที่ยวระดับนี้ที่มีการจับจ่ายใช้สอยสูงได้หายไป
4) ความสามารถแข่งขันของประเทศลดลง 2 ปีติดกัน จากการจัดอันดับของ WEF เหตุผลหลักมาจากการทำรัฐประหาร
5) การที่เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าศักยภาพมาก ตามที่ ไอเอ็มเอฟ และ เวิลด์แบงก์บอกไว้ และ รมว. คลังเองก็ยอมรับ ซึ่งสาเหตุใหญ่มาจากความไม่เป็นประชาธิปไตย
6) รายได้ของประชาชนหดหาย โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย เช่น เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน คนหาเช้ากินค่ำ แม้กระทั่งคนชั้นกลาง ตั้งแต่มีการทำรัฐประหาร ทำให้การบริโภคภายในประเทศลดลง 

เมื่อรายได้ของประเทศเหล่านี้หายไปจากระบบเศรษฐกิจ จะทำให้ตัวคูณทางเศรษฐกิจซ้ำเติมทำเศรษฐกิจหดหายไปเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับผลกระทบ 

ทั้งนี้ ไม่อยากให้คิดว่าเป็นการโจมตีแต่เป็นการให้ข้อมูลที่แท้จริงที่ตนได้เคยเตือนไว้นานก่อนหน้านี้หลายครั้ง ซึ่งหากรัฐบาลและนายสมคิดไม่เห็นด้วยก็สามารถนำเหตุผลมาหักล้างได้ และตนยินดีไปร่วมชี้แจงในเวทีไหนก็ได้ เพื่ออยากให้ประเทศไทยก้าวหน้าต่อไปได้ ไม่ใช่อยู่แบบซึมๆ กันต่อไปแบบนี้ จนประเทศไทยล้าหลังประเทศเพื่อนบ้านหมด โดยอยากให้เร่งกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว ประเทศจะได้เริ่มเดินหน้าได้ แล้วที่ขอบีโอไอกันไว้จะได้เริ่มลงทุนกันจริงๆ ซะที ซึ่งคงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูประเทศจากความเสียหายนี้ อีกหลายปี

"พิชัย" ย้ำ การรัฐประหาร ทำเศรษฐกิจประเทศเสียหายอย่างมาก การลงทุนหาย-ส่งออกทรุด ชี้ หากไม่เร่งกลับคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว ประเทศจะไม่ก้าวพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางได้ ... 22 พ.ย. 2559 09:30 22 พ.ย. 2559 10:18 ไทยรัฐ