วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขออีก 4 เม็ด! 'มุ้ย' จ่อยึดดาวซัลโวช้างศึกคนใหม่ในศึกอาเซียน

“เทพมุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา มีโอกาสทำลายสถิติตลอดกาลของทีมชาติไทย ในศึกลูกหนังชิงแชมป์อาเซียน หลังซัดแฮตทริกใส่ “อิเหนา” อินโดนีเซีย ในนัดประเดิมสนามเมื่อวันก่อน โดยหากเขายิงเพิ่มให้กับตัวเองได้อีก 4 ประตู จะทำลายสถิติยิงประตูสูงสุดตลอดกาลในทัวร์นาเมนต์นี้ของ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ ที่ทำเอาไว้ทั้งหมด 15 ประตูทันที นอกจากนี้ ยังมีโอกาสทุบสถิติการทำประตูรายการนี้ในปีเดียวของ “อัลเฟรด” เนติพงศ์ ศรีทองอินทร์ ที่ซัดไป 7 ประตูในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนปี 1996 อีกด้วย...

วันที่ 22 พ.ย. 59 หลังจากที่ “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าจากสโมสร “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ระเบิดฟอร์มซัดแฮตทริกให้ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เอาชนะ “อิเหนา” อินโดนีเซีย 4-2 ในนัดประเดิมสนามศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016” ทำให้เจ้าตัวทำประตูในรายการนี้ไปแล้วทั้งหมด 12 ประตู ขึ้นไปทาบสถิติของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทยคนปัจจุบัน และตามหลังวรวุฒิ ศรีมะฆะ ที่ทำสถิติเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในรายการนี้ของทีมชาติไทยที่ 15 ประตู เพียงแค่ 3 ลูกเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ธีรศิลป์ซัดไปแล้ว 9 ลูกในเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ประกอบด้วย วันที่ 10 ธ.ค.2008 ชนะ มาเลเซีย 3-0 รอบแรก (ยิง 2 ลูก), วันที่ 16 ธ.ค.2008 ชนะ อินโดนีเซีย 1-0 รอบรอง นัดแรก (1 ลูก), วันที่ 28 ธ.ค.2008 เสมอ เวียดนาม 1-1 รอบชิง นัดสอง (1 ลูก), วันที่ 27 พ.ย.2012 ชนะ เมียนมา 4-0 รอบแรก (3 ลูก), วันที่ 9 ธ.ค.2012 เสมอ มาเลเซีย 1-1 รอบรอง นัดแรก (1 ลูก) และวันที่ 13 ธ.ค.2012 ชนะ มาเลเซีย 2-0 รอบรอง นัดสอง (1 ลูก) และจากการที่เขายิงอีก 3 ลูกในซูซูกิคัพปีนี้ทำให้เขาซัดไปแล้วรวม 12 ประตู ซึ่งหากเจ้าตัวยิงได้อีกอย่างน้อย 4 ประตู จะทำให้เขาทำประตูในรายการนี้ได้ทั้งหมด 16 ลูก ซึ่งนั่นจะเป็นการทำลายสถิติการยิงของ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ กุนซือทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ คนปัจจุบันอย่างเป็นทางการทันที

สำหรับสถิติตลอดกาลในการยิงประตูรวมในซูซูกิคัพ ของ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ ทั้ง 15 ลูก ประกอบไปด้วย วันที่ 6 ก.ย.1996 ชนะ บรูไน 6-0 รอบแรก (2 ลูก), วันที่ 13 ก.ย.1996 ชนะ เวียดนาม 4-2 รอบรอง (1 ลูก), วันที่ 27 ส.ค.1998 เสมอ เมียนมา 1-1 รอบแรก (1 ลูก), วันที่ 27 ส.ค.1998 ชนะ ฟิลิปปินส์ 3-1 รอบแรก (1 ลูก) วันที่ 5 ก.ย.1998 เสมอ อินโดนีเซีย 3-3 ชิงอันดับ 3 (1 ลูก), วันที่ 8 พ.ย.2000 ชนะ อินโดนีเซีย 4-1 รอบแรก (2 ลูก), วันที่ 18 พ.ย.2000 ชนะ อินโดนีเซีย 4-1 รอบชิง (3 ลูก), วันที่ 18 ธ.ค.2002 ชนะ ลาว 5-1 รอบแรก (2 ลูก), วันที่ 22 ธ.ค.2002 เสมอ สิงคโปร์ 1-1 รอบแรก(1 ลูก) และวันที่ 27 ธ.ค.2002 ชนะ เวียดนาม 4-0 รอบรอง (1 ลูก)

นอกจากนี้ ธีรศิลป์ยังมีโอกาสที่จะสร้างสถิติใหม่ขึ้นมาอีกอย่าง คือการเป็นดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์นี้หากนับเฉพาะการลงเล่นปีเดียว โดยสถิติเดิมของทีมชาติไทยเป็นของ “อัลเฟรด” เนติพงศ์ ศรีทองอินทร์ ที่ซัดคนเดียว 7 ประตู ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนเมื่อปี 1996 ด้วย ซึ่งทั้ง 7 ประตูของ “อัลเฟรด” ทำได้ครั้งนั้น ประกอบไปด้วย วันที่ 2 ก.ย. ชนะ ฟิลิปปินส์ 5-0 รอบแรก (2 ลูก), วันที่ 6 ก.ย. ชนะ บรูไน 6-0 รอบแรก (2 ลูก), วันที่ 10 ก.ย. ชนะ สิงคโปร์ 1-0 รอบแรก (1 ลูก), วันที่ 13 ก.ย. ชนะ เวียดนาม 4-2 รอบรอง (2 ลูก) และในปีนั้นทีมชาติไทยสามารถคว้าแชมป์ในการประเดิมรายการนี้ด้วยการชนะมาเลเซียในรอบชิงชนะเลิศ 1-0

อย่างไรก็ตาม หากธีรศิลป์ แดงดา ยิงเพิ่มได้อีกเพียงแค่ 3 ประตู ก็จะขึ้นไปทาบสถิติตลอดกาล 15 ลูก ในการลงเล่นเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ของวรวุธ ศรีมะฆะ และหากทำถึง 4 ลูกจะเป็นผู้ยิงเยอะที่สุดในทัวร์นาเมนต์เท่ากับเนติพงศ์ ศรีทองอินทร์ จำนวน 7 ลูกทันที

“เทพมุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา มีโอกาสทำลายสถิติดาวซัลโวตลอดกาลของทีมชาติไทย ในศึกลูกหนังชิงแชมป์อาเซียนหากยิงเพิ่มอีก 4 ลูก หลังจากยิงไปแล้ว 12 ประตู มีสิทธิ์แซง "วรวุธ ศรีมะฆะ" ซึ่งทำไว้ที่ 15 ลูกในขณะนี้... 22 พ.ย. 2559 09:19 22 พ.ย. 2559 11:41 ไทยรัฐ