วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กรุงแบกแดด

กรุงแบกแดด

  • Share:

เมืองแห่งหนึ่งซึ่งมีความเก่าแก่และสวยงามมากมาตั้งแต่โบราณก็คือ กรุงแบกแดด เมืองหลวงของสาธารณรัฐอิรัก แบกแดดเป็นภาษาเปอร์เซียแปลว่าพระเจ้าประทาน ที่ถูกเรียกอย่างนี้เพราะแบกแดดตั้งอยู่บริเวณลุ่มน้ำที่อุดมสมบูรณ์และมีระบบชลประทานที่มีประสิทธิภาพมาก พ่อผมเคยไปเยือนกรุงแบกแดดมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ละครั้งต้องขอเจ้าภาพล่องเรือเพื่อดูทัศนียภาพของกรุงแบกแดดริม 2 ฝั่งของแม่น้ำไทกริส

พันกว่าปีที่แล้ว หมู่บ้านเก่าแก่แห่งหนึ่งมีชื่อว่าแบกแดด ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเทซิฟอน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเปอร์เซียโบราณ หมู่บ้านแบกแดดแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่แม่น้ำไทกริสและยูเฟรตีสวกเข้ามาหากัน และห่างกันเพียง 32 กิโลเมตรเท่านั้น

คอลีฟะห์ อัล-มันซูร์ แห่งราชวงศ์อับบาซียะห์ สร้างเมืองใหม่ที่หมู่บ้านแบกแดดและให้ชื่อเมืองใหม่นี้ว่า มะดีนะห์ อัล-ซาเลม ที่หมายถึง เมืองแห่งสันติ แต่คนยังเรียกชื่อเดิมกันอยู่จนถึงปัจจุบัน คนที่ชอบท่องเที่ยวเทียวไปตามนครอาหรับโบราณ ต่างสรุปตรงกันว่า แบกแดดเป็นเมืองที่สวย หวาน และมีวัฒนธรรมสูง ตอนที่สร้างนั้น อัล-มันซูร์เกณฑ์ช่างมาจากเมืองต่างๆ ทั้งจากซีเรีย อียิปต์ เมโสโป–เตเมีย และเปอร์เซีย ใช้เวลาสร้างนานถึง 4 ปี โดยวางผังเมืองให้มีลักษณะคล้ายป้อมปราการทรงกลมขนาดใหญ่ที่มีรัศมี 3.2 กิโลเมตร

แบกแดดมีประชากรในคริสต์ศตวรรษที่ 10 มากถึง 1.5 ล้านคน มากจนล้นออกมานอกบริเวณป้อม นับว่าเป็นมหานครที่มีประชากรมากที่สุดแห่งหนึ่งในสมัยพันปีที่แล้ว เรารู้เรื่องของแบกแดดโบราณผ่านหลักฐานของเอกอัครราชทูตจากสำนักต่างๆ ที่มาเยือนราชสำนักของคอลิฟะห์ ณ แบกแดด ซึ่งในสมัยนั้นมีอำนาจและมีชื่อเสียงมาก

ทุกวันนี้ ยังมีหลักฐานของทางตะวันตกกล่าวถึงอัครราชทูตจากราชสำนักของพระเจ้าชาร์เลอมาญของฝรั่งเศสมายังแบกแดดใน ค.ศ. 797 (หรือ 1,219 ปีมาแล้ว) เพื่อมาเจรจาเรื่อง...

1. การเดินทางจาริกบุญของชาวแฟรงก์ไปยังดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์ 2. ขอความร่วมมือจากราชวงศ์อับบาซิดให้ช่วยปราบพวกอุไมยะห์ซึ่งไปตั้งตัวอยู่ในสเปน และ 3. ขอความร่วมมือขจัดอำนาจของจักรวรรดิไบแซนไทน์ซึ่งดำรงอำนาจอยู่ทางตะวันออก

ทูตจากราชสำนักฝรั่งเศสเห็นกรุงแบกแดดเมื่อพันปีที่แล้วก็เกิดอาการตกตะลึงพรึงเพริดในความเจริญรุ่งเรืองของมหานครที่มีผู้คนเป็นล้าน และนำสิ่งที่ตนเองเห็นไปเขียนและพูดถึงความรุ่งเรืองยิ่งใหญ่ของราชสำนักฮารูน อัล-เราะซีด

ผู้อ่านท่านผู้ที่อยากเห็นความยิ่งใหญ่ของกรุงแบกแดดเมื่อพันปีที่แล้ว ผมขอแนะนำให้ไปอ่านหนังสืออาหรับราตรี ที่เสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป แปลจากฉบับภาษาอังกฤษ วรรณกรรมเรื่องอาหรับราตรีมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Arabian Nights มาจากวรรณกรรมชื่อเดิมว่า One Thousand and One Nights หรือ พันหนึ่งราตรี ที่แต่งโดย อัล-จาห์ชิยาริ

พ่อผมไปตระเวนกรุงแบกแดดเมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว สมัยที่ยังไม่โดนสหรัฐฯเข้ามาบุก การปกครองยังอยู่ในสมัยซัดดัม ฮุสเซน สิ่งที่พ่อผมประทับใจมากก็คือ แบกแดดเป็นเมืองที่มีหนังสือเก่าเยอะมาก แม้จะอ่านภาษาอารบิกไม่ออก แต่พ่อผมก็สามารถสัมผัสถึงจิตวิญญาณและความรู้อันยิ่งใหญ่ที่อยู่ในหนังสือแต่ละเล่มได้

แบกแดดมีชื่อเสียงด้านภูมิปัญญาในสมัยก่อนตอนพันกว่าปีที่แล้ว คอลิฟะห์ของราชวงศ์อับบาซิดสั่งให้แปลหนังสือวิชาการจากภาษากรีก ภาษาละติน ภาษาเปอร์เซีย และภาษาฮินดี ออกเป็นภาษาอาหรับ ความรู้จากการแปลหนังสือทำให้กรุงแบกแดดเป็นศูนย์กลางของศิลปะวิทยาการทุกแขนงตั้งแต่กฎหมาย ปรัชญา วิทยาศาสตร์ อักษรศาสตร์ และศาสนา

สมัยนั้น เปอร์เซียหรืออิหร่านในปัจจุบัน เป็นอาณาจักรที่มีความเจริญสูงทางด้านประวัติศาสตร์ การเมือง วรรณคดี โคลงกลอน และมารยาทในสังคม มีหนังสือเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เยอะแยะ เมื่อหนังสือเหล่านี้ถูกนำมาแปลเป็นภาษาอารบิก ก็ทำให้กรุงแบกแดดในสมัยนั้นมีความรู้ด้านวิชาการที่ผมเรียนรับใช้ไปแล้วนี้ด้วย

กรุงแบกแดดรับความเจริญด้านดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์จากอินเดีย ด้านปรัชญา การแพทย์ และวิทยาศาสตร์จากกรีก

แต่ทุกวันนี้ กรุงแบกแดดถูกทำลายไปเยอะ

น่าเสียดายมากครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้