วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ล็อกฮีดมาร์ติน ได้สัญญาอัพเกรด เอฟ-16 ให้ ทอ.เกาหลีใต้เป็นรุ่น 'F-16V'

ล็อกฮีดมาร์ติน ได้สัญญาอัพเกรด เอฟ-16 ให้ ทอ.เกาหลีใต้เป็นรุ่น 'F-16V'

  • Share:

รัฐบาลสหรัฐโดยกองทัพอากาศสหรัฐ ประกาศให้บริษัทล็อกฮีดมาร์ติน ได้รับสัญญาการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ซี/ดี ของ ทอ.เกาหลีใต้ อัพเกรดเป็นเอฟ-16 วี ในรูปแบบการซื้อขายยุทโธปกรณ์ทางทหาร (FMS) มูลค่า 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ...

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2559 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐ โดยกองทัพอากาศสหรัฐ (USAF) ประกาศให้บริษัทล็อกฮีดมาร์ติน (Lockheed Martin) เป็นผู้ดำเนินการในสัญญาการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ซี/ดี ไฟท์ติ้งฟัลคอน (F-16 C/D) ของ กองทัพอากาศเกาหลีใต้ (ROKAF) โดยในสัญญาการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 มูลค่า 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ จะครอบคลุมการปรับปรุงอัพเกรดให้ เอฟ-16 ซี/ดี จำนวน 134 ลำที่ประจำการใน ทอ.เกาหลีใต้ โดยเครื่องบินทุกลำจะอัพเกรดเป็น เอฟ-16 เวอร์ชั่น วี (F-16 V) ที่ทันสมัยที่สุด เพื่ออัพเกรดให้เอฟ-16 รุ่นเก่า มีสมรรถนะเทียบเท่า เอฟ-16 อี/เอฟ บล็อก 60 รุ่นล่าสุด

เครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 วี ภาพจาก lockheedmartin


ส่วนประกอบที่สำคัญของการอัพเกรดเอฟ-16 รุ่นเก่าเป็น เอฟ-16 วี คือ เปลี่ยนระบบเรดาร์เป็นแบบ AESA ใหม่ล่าสุดของนอร์ทรอปกรัมแมน รุ่น AN/APG-83 Scalable Agile Beam Radar (SABR) เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาล่าสุดที่สหรัฐยอมขายให้กับมิตรประเทศ เพื่อใช้งานกับเครื่องบินรบยุคที่ 4 แต่มีขีดความสามารถเทียบเท่า เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 รวมทั้งปรับปรุงห้องนักบิน ด้วยการเพิ่มจอภาพขนาดใหญ่แบบความคมชัดสูงตรงกลางแผงควบคุม ระบบระบบอวิโอนิกส์ ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมภารกิจเป็นแบบใหม่ ที่รองรับการรับส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว มีขีดความสามารถในการใช้อาวุธปล่อยและระเบิดนำวิถีรุ่นใหม่ๆ ใช้งานระบบชี้เป้าขั้นก้าวหน้าร่วมกับกระเปาะสไนเปอร์ และการนำทางด้วยจีพีเอสได้ รวมทั้งระบบหลีกเลี่ยงการชนพื้นดินอัตโนมัติ

ซูซาน โอทส์ รองประธานบริหาร โครงการเอฟ-16 บ.ล็อกฮีดมาร์ติน กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีที่ได้รับการไว้วางใจจากรัฐบาลเกาหลีใต้ ให้ดำเนินการในโครงการนี้ การอัพเกรดครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญ ที่มาเสริมประสิทธิภาพในการป้องกันประเทศ และทำให้เห็นอย่างชัดแล้วว่า ล็อกฮีดมาร์ตินสามารถดูแลเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ให้ใช้งานได้เต็มอายุการใช้งาน นับตั้งแต่ผลิตเครื่องบินออกจากโรงงาน ไปจนถึงการปรับปรุงให้ทันสมัยเพื่อยืดอายุการใช้งาน

เอฟ-16 วี เมื่อครั้งทดสอบบินครั้งแรก ภาพจาก lockheedmartin


การอัพเกรดเป็น เอฟ-16 วี จะทำให้ช่วยนักบินตระหนักถึงสถานการณ์ ของการรบโดยรอบได้ อีกทั้งยังทำให้เอฟ-16 ปฏิบัติการได้ยืดหยุ่น หลากหลายภารกิจ รวมทั้งการโจมตีกดดันระบบป้องกันภัยทางอากาศ (SEAD) โดยกองทัพอากาศแรกที่เลือกอัพเกรด เอฟ-16 เป็นรุ่น วี คือ ทอ.ไต้หวันกับเครื่องบิน เอฟ-16 เอ/บี บล็อก 20 จำนวน 145 ลำมา

สำหรับ สัญญาการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ของทอ.เกาหลีใต้ ดำเนินการภายใต้การจัดหาแบบ การซื้อขายยุทโธปกรณ์ทางทหาร หรือ FMS ระหว่าง ทอ.เกาหลีใต้ และ ทอ.สหรัฐ โดยคาดว่าเครื่องบินลำแรกที่ดำเนินการอัพเกรดจะพร้อมใช้งานได้ในปี 2018 ขณะนี้ ทอ.เกาหลีใต้ มีเครื่องบิน เอฟ-16 ซี/ดี ประจำการราวๆ 180 ลำ โดยเป็นเครื่องบินเอฟ-16 ซี/ดี บล็อก32 รุ่นเก่า และ บล็อก 52 รุ่นใหม่ ที่ได้รับสิทธิ์บัตรให้สร้างและประกอบชิ้นส่วนในเกาหลีใต้ เป็นที่รู้จักในชื่อ เคเอฟ-16 ซี/ดี (KF-16C/D) 

เครื่องบินเอฟ-16 ซี ทอ.เกาหลีใต้ ภาพจาก lockheedmartin


ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเกาหลีใต้เคยมีการอนุมัติให้อัพเกรดเอฟ-16 ในปี 2009 โดยทำกับบีเออีในปี 2013 โดยนำเอา เอฟ-16 บล็อก 32 ที่จัดหามาตั้งแต่ปี 1986-1992 ที่อายุการใช้งานมาก มาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพเหมือน เอฟ-16 บล็อก 52 ด้วยการเปลี่ยน Modular Mission Computer หรือ ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมภารกิจเป็นแบบใหม่ และเปลี่ยนเรดาร์จากของเก่าที่เป็นรุ่น AN/APG-68(V) มาติดตั้งเรดาร์แบบ Raytheon RACR ที่เป็นเรดาร์ active electronically scanned array (AESA) ที่ทันสมัย ขนาดเล็ก น้ำหนักเบามีโหมดการทำงานหลากหลาย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เอฟ-16 วี บินเที่ยวแรก ประสบความสำเร็จ ชี้เหนือกว่าทุกรุ่นที่ผลิตมา

ที่มา : combataircraft

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้