วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พรเพชรปัด นัดวาระพิเศษ

ยิง‘บ้านเรืองไกร’ส่อฝีมือโจ๋

ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานแกะ รอยกระสุนปริศนาบ้าน “เรืองไกร” ไม่พบคราบเขม่าดินปืน เชื่อโดนวัตถุอื่นเจาะทะลุกระจกบ้าน คาดชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงใช้ลูกเหล็ก ยิงนก-กระรอกบนต้นไม้ แต่พลาดเป้าโดนบ้าน “เรืองไกร” เจ้าตัวยอมรับไม่เกี่ยวข้องประเด็นการเมือง “ศรีสุวรรณ จรรยา” ร้องนายกฯขอกำลังคุ้มครองความปลอดภัย หลังถูกชายนิรนามคุกคามแอบถ่ายรูปและขับรถติดตาม “มีชัย” โต้พัลวันงุบงิบล้างกรรมการองค์กรอิสระ กันท่า สนช.ห้ามปลดล็อกแก้กฎหมายลูกช่วยองค์กรอิสระอยู่ต่อจนครบวาระ “พรเพชร” เหน็บอย่าเขียนกฎหมายให้องค์กรอิสระถอยหลังเข้าคลอง การันตีไม่มีใบสั่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ประธาน สนช.ปัดสั่งการ สนช.เตรียมพร้อมประชุมวาระพิเศษ

จากกรณีมีกระสุนปริศนาพุ่งเจาะกระจกบ้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย ที่ย่านซอยอินทามระ 1 ทำให้นายเรืองไกรเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยตั้งข้อสันนิษฐานอาจมีสาเหตุจากประเด็นทางการเมือง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่หาหลักฐานที่บ้านนายเรืองไกร แต่ไม่พบคราบเขม่าดินปืน โดยตำรวจระบุว่า น่าจะเกิดจากวัตถุอื่นที่ไม่ใช่กระสุนปืน คาดว่าอาจเป็นคนบริเวณใกล้เคียงยิงนกหรือกระรอกบนต้นไม้ แล้วพลาดมาโดนบ้านนายเรืองไกร

ผบช.น.นำทีมตรวจบ้าน “เรืองไกร”

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 พ.ย. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) นำเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ไปตรวจสอบหาหลักฐานที่บ้านเลขที่ 77 ซ.อินทามระ 1 ถ.สุทธิสาร– วินิจฉัย แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. ของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย ที่ถูกกระสุนปริศนายิงเจาะทะลุกระจกบานเลื่อนห้องรับประทานอาหาร ชั้น 2 ของตัวบ้าน จนเป็นรู เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 19 พ.ย. ภายหลังการตรวจสอบหลักฐาน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบคราบเขม่าดินปืน ซึ่งอาจเกิดจากลูกเหล็กหรือวัตถุอื่นที่ไม่ใช่กระสุนปืน อาจเป็นคนแถวนั้นที่ยิงนกหรือกระรอกแล้วพลาดมาโดน เพราะมีต้นไม้บริเวณนั้นมาก เมื่อได้พูดคุยกับนายเรืองไกรก็เข้าใจว่า อาจเป็นอุบัติเหตุไม่ใช่การข่มขู่หรือประสงค์ต่อชีวิต

เจ้าตัวเชื่อฝีมือโจ๋คะนองยิงนก

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานที่เข้ามาตรวจสอบ ขณะนี้รู้สึกสบายใจขึ้นมาก เหตุที่เกิดขึ้นไม่พบสารตะกั่วที่เป็นส่วนประกอบกระสุนปืนบริเวณกระจกที่แตก น่าจะเป็นร่องรอยจากปืนอัดลมลูกเหล็กที่เกิดจากอุบัติเหตุในยามวิกาลที่เป็นความคึกคะนองของวัยรุ่นที่จะยิงนกหรือกระรอก ส่วนประเด็นทางการเมืองนั้น ไม่ติดใจ เพราะที่ผ่านมาทุกฝ่ายที่มีการพูดคุยกันก็ไม่มีเรื่องขัดแย้ง หลังจากนี้หากมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม ยินดีจะชี้แจงเพื่อให้ความกระจ่างกับสังคมมากขึ้นต่อไป อย่างไรก็ตาม จะยึดหลักทำงานตรวจสอบการทุจริตให้เกิดความถูกต้องต่อไป เพราะสิ่งที่ทำมาทั้งหมดไม่เคยหวังผลทางการเมืองแต่อย่างใด

“บิ๊กป้อม” พร้อมส่ง ตร.อารักขา

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า กระสุนปริศนาที่ยิงใส่บ้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทยนั้น ตนไม่รู้ว่าใครเป็นคนยิง เรื่องเล็กอย่างนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนเอง หากนายเรืองไกรคิดว่าไม่ปลอดภัยสามารถขอเจ้าหน้าที่ไปดูแลความปลอดภัยได้ เรื่องการดูแลบอกได้เลย ไม่มีปัญหา ขอมาได้ ไม่เลือกว่าเป็นใคร ถ้าคิดว่าตัวเองไม่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ในการประชุมคณะกรรมการบริหารการบูรณาการแผนและระบบกล้องโทรทรรศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ได้สั่งการให้สำรวจกล้องซีซีทีวีทั่วประเทศ เพื่อต่อจิ๊กซอว์บูรณาการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน ทั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และภาคเอกชน มอบให้ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่งผู้ตรวจสำนักนายกรัฐมนตรีจัดชุดไปสำรวจจุดต่างๆทั่วประเทศ ร่วมมือกับผู้ว่า ราชการจังหวัด ผู้บัญชาการตำรวจ ให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ.-มี.ค.ปี 2560 โดยจะดูจุดที่ต้องติดตั้งกล้องซีซีทีวีเพิ่มให้เสร็จภายในปี 2560

“ศรีสุวรรณ” ร้องขอความคุ้มครอง

วันเดียวกัน ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ขอความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพให้พ้นจากการล่วงละเมิด ผ่านนายพันศักดิ์เจริญ ผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชน โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า ทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองดีตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐที่อาจขัดขวางผลประโยชน์ผู้คิดร้ายต่อบ้านเมือง กระทั่งวันที่ 17 พ.ย.สังเกตว่ามีชายนิรนามมาถ่ายรูปและขับรถติดตามอย่างมีพิรุธ จึงเข้าแจ้งความต่อ สน.บางเขน เพื่อปกป้องตัวเอง จากการตรวจสอบรถคันที่ติดตาม ทราบชื่อเจ้าของรถยนต์เป็นชาย อายุ 33 ปี อยู่ ซ.อินทามระ 20 เขตดินแดง กทม.แต่ไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นทะเบียนจริงหรือปลอม พฤติกรรมดังกล่าวเป็นภัยคุกคามตามรัฐธรรมนูญ จึงขอให้นายกฯ ให้ความมั่นใจในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน และสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความคุ้มครองด้วย หลังจากนี้ต้องเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร คิดว่าคนที่มาคุกคามเป็นคนในระบบราชการ คงไม่ใช่บุคคลทั่วไปแน่ๆ

โต้ไม่ได้งุบงิบล้าง กก.องค์กรอิสระ

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาทบทวนร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง และร่างพ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยนายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมถึงการกำหนดคุณสมบัติใหม่ของกรรมการองค์กรอิสระว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่า บุคคลใดในองค์กรอิสระต้องออกจากตำแหน่งบ้าง ขึ้นอยู่กับกรรมการสรรหาจะพิจารณาตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ กรรมการสรรหาวินิจฉัยอย่างไรต้องยอมรับ ถือเป็นที่สุดตามรัฐธรรมนูญ ทุกอย่างจบที่กรรมการสรรหา ทั้งหมดก็ต้องทำใจ กรธ.ไม่ได้งุบงิบเรื่องคุณสมบัติองค์กรอิสระ แต่เขียนอย่างเปิดเผยมาตั้งแต่ต้นช่วงร่างรัฐธรรมนูญที่มีการกำหนดคุณสมบัติองค์กรอิสระ เหตุที่ไม่กำหนดในรัฐธรรมนูญให้คุ้มครองผู้ที่ดำรงตำแหน่งจนครบวาระ เพราะรัฐธรรมนูญที่เพิ่มอำนาจองค์กรอิสระจะมีผลทันทีเมื่อบังคับใช้ จึงต้องเปลี่ยนคุณสมบัติทันทีเช่นกัน รอไม่ได้ เพราะไม่สมเหตุสมผล ดังนั้นกฎหมายลูกที่ออกมาจะเขียนให้คนที่ดำรงตำแหน่งอยู่ต่อจนครบวาระ คิดว่าทำไม่ได้ ถ้าคนอื่นคิดว่าทำได้จะไปแก้ กรธ.ก็ไม่ว่าอะไร แต่ต้องรับผิดชอบ หากมีการแก้ไขในในชั้น สนช.ก็ต้องไปเผชิญปัญหาเอง

ลดโทนให้มีโทษจำคุกตลอดชีวิต

นายมีชัยกล่าวว่า ส่วนการวิจารณ์บทลงโทษเรื่องการซื้อขายตำแหน่งถึงขั้นประหารชีวิตว่ารุนแรงเกินไปนั้น คนที่พูดว่ากำหนดโทษประหารชีวิตแรงไป ไม่เคยดูกฎหมายปัจจุบัน ปี 2558 มีการกำหนดโทษประหารชีวิตไว้อยู่แล้ว แต่เพื่อความสบายใจ จะเขียนเพิ่มถ้อยคำว่า หรือจำคุกตลอดชีวิตเข้าไป โดยปกติเมื่อศาลพิจารณาคดี ไม่ใช่หมายความว่าจะตัดสินประหารชีวิตอย่างเดียว เนื่องจากลดหย่อนได้ เช่น จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดหย่อนโทษครึ่งหนึ่งเหลือจำคุกตลอดชีวิต แต่เนื้อหายังคงโทษประหารชีวิตไว้ เพราะข้าราชการระดับเล็กๆก็โดนโทษประหารเช่นกันในกฎหมายอาญาปัจจุบัน สิ่งที่กำหนดจึงไม่รุนแรงกว่าปกติ แม้แต่การข่มขืนกระทำชำเรา ค้ามนุษย์ ค้ายาเสพติด ก็ประหารชีวิต หากคิดว่าเป็นการเขียนเสือให้วัวกลัว ก็ยังดีกว่าไม่เขียนอะไรเลย

การันตีไม่มีใบสั่งยกร่าง ก.ม.ลูก

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญของ สนช.ว่า สิ่งที่กมธ.ไปศึกษาช่วงที่ผ่านมาเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเห็นของประชาชน นักวิชาการที่ศึกษาในเรื่องต่างๆในเชิงเปรียบเทียบจากของต่างประเทศ และสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านั้นมากระทบต่อการทำกฎหมายให้ดีขึ้น การทำกฎหมายที่เกี่ยวกับองค์กรอิสระไม่ควรถอยหลังเข้าคลอง ซึ่ง สนช.พร้อมรับฟังทุกฝ่าย อย่าไปออกข่าวว่า สนช.โต้กับ กรธ. ยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งกัน แต่เป็นเรื่องปกติที่จะมีความเห็นแตกต่างกัน อย่ามองเป็นความขัดแย้ง ทุกฝ่ายต่างยึดความยุติธรรมและประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ขอย้ำว่า ไม่มีใบสั่งในการพิจารณา มีเพียงคำแนะนำจากทุกหน่วยงานที่ สนช.ต้องรับฟัง ไม่มีใบสั่ง แต่ใบแนะนำมีและ สนช.ต้องรับฟัง โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและบ้านเมือง

เหน็บพวกโวยวายกลัวตกขบวน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ถ้าทุกฝ่ายจริงใจปรองดอง กรรมการองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่อยู่ขณะนี้ ควรแสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่ง แต่ไม่ตัดสิทธิเข้ารับการสรรหาใหม่หลังรัฐธรรมนูญบังคับใช้ แต่ความเป็นจริงขณะนี้เนื้อหารัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย กรรมการองค์กรอิสระจึงออกงิ้วกับ กรธ. เมื่อเห็นว่า อาจหลุดเก้าอี้ สภาพแบบนี้จะแก้ปัญหาความขัดแย้งได้อย่างไร เพราะร่างกติกาคิดแต่ตัดสิทธินักการเมือง พอกับพวกตัวเองรักษาสิทธิไว้ให้ ใครทำท่าจะตกขบวนก็โวยวาย จนถึงวันนี้ยังไม่เห็นใครเสียสละอะไร ปากก็อธิบายว่า นักการเมืองคือภัยร้าย แต่ที่เห็นคือ มีนักการเมืองและเครือข่ายทางการเมืองกลุ่มใหม่เกิดขึ้นโดยไม่ผ่านการเลือกตั้งกำลังทำในสิ่งที่กล่าวหาคนอื่น เราจะแก้ปัญหาประเทศได้อย่างไรในสภาพแบบใครใหญ่ใครอยู่ จะสร้างความปรองดองตรงไหน ถ้าใช้หลักทีเอ็งข้าไม่ว่า ทีข้าเอ็งอย่าโวย

“พรเพชร” ปัดจ่อประชุมนัดพิเศษ

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการสั่งให้สมาชิก สนช.เตรียมความพร้อมประชุมสนช.ระหว่างวันที่ 28 พ.ย.-2ธ.ค. เนื่องจากอาจมีวาระสำคัญพิเศษเข้ามาว่า ยังไม่มีการนัดประชุมพิเศษ ส่วนการประสานให้สมาชิกเตรียมความพร้อมนั้น เนื่องจากช่วงเดือน ธ.ค.มีวันหยุดยาวติดกัน เกรงว่าจะมีปัญหาเรื่ององค์ประชุมประกอบกับได้รับสัญญาณจากรัฐบาลว่า อาจมีวาระเร่งด่วนที่ต้องนำเข้าที่ประชุม สนช. แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นวาระอะไร คาดว่าเกี่ยวกับวาระการให้ความเห็นชอบสนธิ

สัญญาต่างๆ จึงเกรงว่าองค์ประชุมจะไม่ครบ เพราะได้ยินสมาชิกคนหนึ่งบอกว่าจะจองตั๋วไปต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ มีเพียงแค่นี้ ไม่ได้มีคำสั่งอะไรเป็นทางการอย่างตามที่สื่อมวลชนลงข่าว

ยันจำเป็นต้องทำบัตรรัฐสภาใหม่

นายพรเพชรกล่าวว่า ส่วนกรณีรัฐสภาเตรียมใช้งบประมาณจัดทำบัตรประจำตัวสมาชิก สนช.สปท. และข้าราชการรัฐสภาใหม่ทั้งหมดว่า เป็นข้อเสนอจากคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงอาคารรัฐสภาและพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยที่เห็นควรปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยมากขึ้น โดยบัตรประจำตัวจะเป็นระบบสมาร์ทการ์ดที่เก็บข้อมูลได้ครอบคลุม ถือว่ามีความจำเป็นต้องเปลี่ยนบัตรเพื่อรักษาความปลอดภัย ตนพิจารณาแล้วว่ามีความเหมาะสมอยู่ที่ราคา 50 บาทต่อคน ถือว่าราคาถูก จากเดิมที่กังวลว่าจะใช้งบประมาณมากกว่านี้ คณะกรรมการฯแนะว่า ควรทำตั้งแต่วันนี้เพื่อเป็นตัวอย่างไว้ และสภาฯทั้งสองฝ่ายก็พร้อม แต่ตนถูกสมาชิกต่อว่าทำไมต้องทำบัตรใหม่ ซึ่งตนก็คิดว่า ทำไมต้องทำใหม่ แต่ได้อนุมัติไปแล้ว การจัดซื้อจัดจ้างจะทำอย่างโปร่งใส ราคาถูก คุ้มค่า

โต้มีความจำเป็นไม่ได้ผลาญงบ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงอาคารรัฐสภา และพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัย กล่าวว่า มติคณะกรรมการฯให้ทำบัตรใหม่เฉพาะสมาชิก สนช.และผู้ติดตาม รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ไม่รวมถึงสมาชิก สปท. และกรธ.ที่กำลังจะหมดวาระหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ภายในเวลาไม่นาน แต่บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรหมดอายุตั้งแต่เดือน ก.ย.ปี 59 และบัตรเจ้าหน้าที่วุฒิสภากำลังจะหมดอายุปี 60 ดังนั้นคณะกรรมการฯ ไม่ได้ผลาญงบตามที่เป็นข่าว เพราะคำนึงถึงความคุ้มค่าการใช้งบประมาณแผ่นดิน เหตุที่ต้องทำบัตรใหม่มี 3 ข้อคือ 1.รูปแบบบัตรประจำตัวเดิมของทั้ง 2 สภา มีถึง 23 แบบ เป็นปัญหาของเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาในการจดจำรักษาความปลอดภัย และกำหนดพื้นที่การเข้า-ออก 2.บัตรเดิมถ่ายรูปบุคคลแตกต่างกัน บางคนใส่สูท บางคนใส่เครื่องราชย์ฯ บัตรใหม่จึงเน้นถ่ายเฉพาะใบหน้าบุคคลนั้น ให้เจ้าหน้าที่เน้นจดจำใบหน้า เพื่อรักษาความปลอดภัย 3.เพื่อการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพ จึงลดรูปแบบบัตรจาก 23 แบบ เหลือ 6 แบบ แบ่งการเข้าออกพื้นที่รัฐสภาตามสีของบัตร ใช้งบ 100,000 กว่าบาทเท่านั้น ราคาถูกกว่าเดิม เพราะทำในปริมาณมาณมาก

ประสานเพื่อนบ้านลากตัวแก๊งหมิ่น

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมหมิ่นเบื้องสูงใช้ประเทศเพื่อนบ้านเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลว่า ในการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ที่ประเทศลาวได้ขอร้องประเทศเพื่อนบ้านตรงๆให้ช่วยดูแลไม่ให้กลุ่มคนเหล่านี้เคลื่อนไหวโจมตีอยู่ข้างบ้าน จึงเป็นที่มาประเทศเพื่อนบ้านห้ามคนเหล่านี้ใช้ประเทศเพื่อนบ้านเคลื่อน ไหว ตอนนี้ประเทศเพื่อนบ้านให้ความร่วมมืออย่างดี น่าชื่นชม ส่วนการขอให้ส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในไทยนั้น เวลานี้คนเหล่านี้อยู่ที่ไหนยังไม่รู้ ถ้าได้ตัวคงจะส่งตัวมา แต่จะได้หรือไม่ยังไม่ทราบ แต่ได้บอกไปแล้วว่ามีกลุ่มคนเหล่านี้โจมตีสถาบันและรัฐบาล จะปล่อยอยู่ได้อย่างไร ส่วนกระแสวิจารณ์กองทัพจ้าง น.ส.อรพิมพ์ รักษาผล ไปบรรยายในหน่วยงานของทหารนั้น กองทัพไม่มีการขออนุมัติเรื่องนี้ ตนก็ไม่รู้จักตัวเบสท์ และยังไม่ได้ถามไปที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เชื่อว่า เขาเจตนาดีต่อบ้านเมือง ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย

“บิ๊กต๊อก” ยัน 6 พันรายเอี่ยวจำนำข้าว

ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องโครงการรับจำนำข้าว หลังมีชื่อผู้เกี่ยวข้อง 6,000 รายว่า พูดหลายครั้งแล้วว่า ไม่ใช่ว่า 6,000 รายชื่อ ที่ออกมาจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด เพราะตนไม่เคยรับรู้กระบวนการซื้อขายข้าว แต่ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการ ศอตช.ตามที่ ครม.สั่งให้เอารายชื่อทั้งหมดออกมาดู จากนั้นมาแยกแยะว่า กลุ่มใด ชื่ออะไรต้องรับผิดชอบคนละเท่าใด ไม่ได้มีหน้าที่บอกว่าใครถูกหรือผิด แต่มีหน้าที่เอารายชื่อให้รัฐบาลดูว่า มีใครเข้าเกี่ยวข้องบ้าง ถ้าคิดว่าถูกก็ไปต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม ไม่ต้องมาต่อสู้กันบอกผ่านสื่อ

ผบ.ทบ.สั่ง กกล.รส.จัดระเบียบสังคม

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ได้ย้ำให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) มีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาต่างๆในลักษณะสนับสนุนส่วนราชการที่รับผิดชอบโดยตรงเพื่อดูแลให้ภาพรวมของประเทศมีความเรียบร้อยพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยให้ กกล.รส.ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดระเบียบสังคมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม รวมทั้งภารกิจด้านอื่นๆ เช่น ป้องปรามการกระทำผิดกฎหมาย, การพนัน, การสนับสนุนมาตรการเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น การช่วยรับซื้อข้าว การสกัดการลักลอบนำผลผลิตทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทย การช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากภัยพิบัติภัยหนาว ไฟป่าและหมอกควัน

ไฟเขียวงบฯสานต่อโครงการหลวง

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ครั้งที่ 1/2560 ประจำปีงบประมาณ 2560 โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลพยายามขับเคลื่อนนำแนว ทางของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ไปปฏิบัติ โดยได้สั่งการแก้ไขเรื่องการเกษตรและน้ำที่อยู่ทั้งในและนอกเขตชลประ ทาน ของการปฏิรูปงบประมาณปี 2559-2561 ทั้งนี้ ได้สนับสนุนงบประมาณโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในปีงบประมาณ 2560 จำนวน 32 โครงการวงเงิน 910,000,000 บาท

ลุยปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ-สังคม

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 20 พ.ย.ที่ศูนย์การประชุม Lima Convention Center กรุงลิมา ประเทศเปรู พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวสุนทรพจน์การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก

ช่วงที่ 1 ภายใต้หัวข้อความท้าทายต่อการค้าเสรีและการลงทุนในบริบทโลกปัจจุบัน โดย พล.อ.อ.ประจินได้กล่าวขอบคุณน้ำใจและความปรารถนาดีต่อปวงชนชาวไทย การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นำความเศร้ามายังชาวไทยทั้งชาติ ความเห็นใจจากทุกท่านถือเป็นกำลังใจที่สำคัญยิ่ง ทั้งนี้ การบูรณาการทางเศรษฐ-กิจคือ หนทางที่นำพาเอเชีย-แปซิฟิกไปสู่ความมั่งคั่ง และความมั่นคง โดยประเด็นสำคัญของความร่วมมือคือ การเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงทรัพยากร พร้อมการปฏิรูปโครงสร้างทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ประเทศไทยสนับสนุนการจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรีของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (FTAAP) ซึ่งเป็นวาระหลักของเอเปกช่วงหลังปี 2020

ท้วง “วิษณุ” ยื้อปม “คิง เพาเวอร์”

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) รายงานผลการตรวจสอบกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ถึงความเสียหายของรัฐที่เกิดจากการขายสินค้าปลอดอากร โดยไม่เชื่อมต่อระบบพ้อย ออฟ เซล กับระบบของการท่าอากาศยาน (ทอท.) ที่จะต้องได้ส่วนแบ่งร้อยละ 15 ตามสัญญาการซื้อขายสินค้าว่า เรื่องนี้นายกฯได้สั่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปแก้ไขปัญหาตั้งแต่ เดือน ก.ค. แต่ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า เป็นเหตุให้รัฐได้รับความเสียหายร่วม 40,000 ล้านบาท

มะเร็งคร่าชีวิต “ลิขิต ธีรเวคิน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายลิขิต ธีรเวคิน อดีต รมช.มหาดไทย และนักวิชาการชื่อดัง ด้านรัฐศาสตร์ ได้เสียชีวิตด้วยวัย 75 ปี เมื่อกลางดึกวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ด้วยโรคมะเร็ง ที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า หลังจากเข้ารักษาตัวเมื่อปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา สำหรับประวัตินายลิขิต เกิดเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2484 เคยรับราชการเป็นอาจารย์ประจำคณะรัฐ-ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับแต่งตั้งเป็นคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อปี 2526 และเป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ ในปี 2531 ก่อนได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นราชบัณฑิตเมื่อปี 2547 ซึ่งจะมีพิธีรดน้ำศพในวันที่ 21 พ.ย. เวลา 17.00 น. ที่วัดธาตุทอง

รอยกระสุนปริศนาบ้าน “เรืองไกร” ไม่พบคราบเขม่าดินปืน เชื่อโดนวัตถุอื่นเจาะทะลุกระจกบ้าน คาดชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงใช้ลูกเหล็ก ยิงนก-กระรอกบนต้นไม้ แต่พลาดเป้าโดนบ้าน “เรืองไกร” เจ้าตัวยอมรับไม่เกี่ยวข้องประเด็นการเมือง... 22 พ.ย. 2559 00:59 22 พ.ย. 2559 01:00 ไทยรัฐ