วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปิดเยาวราชจัดแสดงอาลัย แจกผ้ายันต์เจ้าคุณธงชัย ปลุกเสกให้ผู้ร่วมงาน

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เผยแม้ “ในหลวงรัชกาล ที่ 9” เสด็จสู่สวรรคาลัย แล้ว แต่สิ่งที่เหลืออยู่คือพระราชปณิธาน เพื่อ ให้ประเทศก้าวหน้าอย่าง ยั่งยืน แนะทุกคนต้องเข้มแข็งเพื่อก้าวต่อไป เผยตลอด 70 ปี “ในหลวง ภูมิพล” พระราชทานวิธีรักษาชีวิตคนไทยจากพิษภัยธรรมชาติ ชี้คนแสวงหาความร่ำรวยจนเกิดสงครามแย่งชิงทรัพยากร วอนขอประชาชนทำตามพระราชปณิธาน จะทำให้คนไทยและคนทั้งโลกอยู่รอด เผยสถิติประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อ 20 พ.ย. วันเดียวกว่า 4 หมื่นคน เข้าคิวรอตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ได้เข้าถวายสักการะคนสุดท้ายเกือบเที่ยงคืน ผอ.กอร.รส. แนะประชาชนควรทยอยเดินทางมาถวาย สักการะพระบรมศพ เพื่อไม่ต้องคอยนานนับสิบๆชั่วโมง เตรียมเพิ่มเก้าอี้ที่จุดพักรอ ประชาชนแห่ชื่นชมเจ้าหน้าที่วังดูแลอำนวยความสะดวกอย่างดีมากโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ในการเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ชาวเยาวราชจัดงาน “ในหลวงในดวงใจชาวไทยจีน” แจกผ้ายันต์เจ้าคุณธงชัย

พสกนิกรทุกสาขาอาชีพจากทั่วประเทศ ยังหลั่งไหลเดินทางมากราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรม โกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดเริ่มต้นเข้าคิวไว้ที่บริเวณท้องสนามหลวง ด้านทิศเหนือแล้วเข้าแถวตอนเรียงสี่ เดินเข้ามาจุดพักคอยภายในเต็นท์ที่มีหมายเลขกำกับไว้ มีทหารที่คอยดูแลตามแถวต่างๆ ก่อนที่จะเดินผ่านถนนเส้นหลักกลางสนามหลวง ตามถนนหน้าพระธาตุ เข้าไปนั่งคอยอยู่ในเต็นท์หน้ากรมศิลปากร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งโทรทัศน์ตามเต็นท์ ในจุดรอคอยแห่งนี้ มีการถ่ายทอดพระราชพิธีต่างๆ รวมทั้งพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 และบรรยากาศในพระบรมมหาราชวัง ให้ประชาชนที่มารอ กราบพระบรมศพได้ชม นอกจากนี้ ยังมีจิตอาสา รวมทั้ง เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งคอยบริการอาหารและน้ำดื่ม

เข้าคิวยาวเหยียดหลังฟ้าสาง

การเปิดให้ราษฎรเข้าถวายสักการะพระบรม ศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ดำเนินต่อเนื่องมาถึงวันที่ 21 พ.ย. นับเป็นวันที่ 24 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ภาพมหัศจรรย์ของพลังความรักความศรัทธาพสกนิกรก็บังเกิดราษฎรจากยอดดอยสูงเสียดฟ้า จดชายขอบผืนน้ำมหาสมุทร หลั่งไหลมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ไม่ขาดสาย และทุกคนล้วนต้องเริ่ม จากการก้าวย่างมาที่ท้องสนามหลวง ผ่านถนนหน้าพระธาตุ ข้ามถนนหน้าพระลาน เข้าสู่ถนนอมรวิถี ถนนจักรีจรัณย์ ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นจุดหมายปลายทางเดียวกัน โดยเส้นทางการถวายสักการะพระบรมศพบนถนนสายนี้ ได้ถือเป็น เส้นทางสายประวัติศาสตร์ไปแล้ว ทั้งเป็นความทรงจำที่งดงามและความภูมิใจของราษฎรทุกคนที่ได้เหยียบย่าง

แม้รอนานแต่ภูมิใจได้ถวายสักการะ

ทั้งนี้ พสกนิกรจำนวนมากมายที่ผ่านเส้นทางสายนี้ ได้กลับไปถ่ายทอดบรรยากาศบอกเล่ากัน ด้วยข้อความและภาพผ่านทางสังคมออนไลน์และโซเชียลมีเดีย อย่างกว้างขวาง ด้วยความทรงจำที่ประทับใจว่า ในครั้งหนึ่งของชีวิตการเกิดเป็นพสกนิกรของรัชกาลที่ 9 เคยประสบความสำเร็จกับการเข้าแถวก้าวผ่านเส้นทางประวัติศาสตร์ เพื่อขึ้นไปถวายสักการะพระบรมศพมาแล้ว แม้ผ่านเวลารอคอยที่ยาวนานหลายชั่วโมง ซึ่งสถิติของการรอคอยที่ยาวนาน กลายเป็นสถิติแห่งความภาคภูมิใจและความภักดี ที่ได้มาแสดงความกตัญญูกตเวที เฉกเช่นราษฎรพึงปฏิบัติ โดยมีจุด ปลายทางสุดท้ายของภารกิจสำคัญ คือรับภาพพระราชทาน เป็นภาพพระบรมโกศ พระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นำกลับไปบูชารำลึกถึงพระองค์ต่อไป

20 พ.ย. กราบพระบรมศพกว่า 4 หมื่นคน

สำหรับบรรยากาศการถวายสักการะพระบรมศพ ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 20 พ.ย. ประตูวิเศษไชยศรีฝั่งเหนือของพระบรมมหาราชวัง ต้องขยายเวลาปิดจาก 21.00 น. ไปเป็น 22.20 น. เนื่องจากไม่สามารถปิดกั้นพลังศรัทธาพสกนิกรที่หลั่งไหลกันมาทั้งวันได้ ทั้งนี้ มีรายงานจากเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังที่ปฏิบัติหน้าที่บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทด้วยว่า ประชาชนคนสุดท้ายที่ขึ้นถวายสักการะพระบรมศพ คือเวลา 23.50 น. กระทั่งเวลาผ่านพ้นไปสู่เช้าวันใหม่ คือหลังเที่ยงคืนของวันที่ 20 พ.ย. ถึงสามารถปิดพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อทำความสะอาดสำนักพระราชวัง รวบรวมตัวเลขจากการแจกภาพพระบรมโกศ พระบรมศพ ตามที่จัดเก็บเป็นสถิติไว้ประจำวัน พบว่า มีพสกนิกรขึ้นถวายสักการะพระบรมศพในวันที่ 20 พ.ย.วันเดียว ทำลายสถิติทะลุไปถึง 40,023 คน เท่ากับทำลายสถิติทะลุ 4 หมื่นคนมาแล้วถึง 2 วัน คือวันที่ 19-20 พ.ย. จากเดิมที่สถิติการเปิดถวายสักการะพระบรมศพวันแรกคือ 29 ต.ค. มีประชาชนรับภาพพระบรมโกศ พระบรมศพ ตามที่บันทึกเพียง 29,480 คนเท่านั้น

ชื่นชมเจ้าหน้าที่วังทำงานดีมาก

ขณะที่บรรยากาศการถวายสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผู้สื่อข่าวพบว่า สำนักพระราชวังอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาเฝ้ารออย่างดีที่สุด ส่งผลให้ได้รับคำชื่นชมจากประชาชนว่าเจ้าหน้าที่วังปฏิบัติอย่างสุภาพ และทำงานโดยไม่เหน็ดเหนื่อย โดยเฉพาะในช่วงที่มีการทำความสะอาด หรือติดขบวนเสด็จ หรือช่วงพิธีถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรมทั้งเช้าและเพล ที่ส่งผลทำให้แถวของประชาชนต้องหยุดรอเป็นเวลานาน เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังยังได้แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบก่อน เพื่อไม่ให้ต้องเครียดกับการรอในช่วงแถวต้องหยุดนิ่ง นอกจากนี้ ในช่วงที่มีการเปิดให้ข้าราชการชุดผลัดเฝ้าตามเวรขึ้นถวายสักการะพระ บรมศพ ก็ยังเปิดให้ประชาชนที่ต่อแถวรอถวายสักการะพระบรมศพจากสนามหลวงได้ขึ้นไปสักการะพร้อมๆกันอย่างเสมอภาค

บำเพ็ญพระราชกุศลเช้า

ส่วนพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรม ศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในเวลา 07.00 น. พล.ท.ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โดยมีราชสกุลจิตรพงศ์, ราชสกุลสวัสดิวัตน์ และราชสกุลเทวกุล ร่วมในพระราชพิธี จากนั้นเวลา 11.00 น. ม.จ.ฑิฆัมพร ยุคล ทรงเป็นประธานถวาย ภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร

เตรียมเพิ่มเก้าอี้ที่จุดพักรอ

ช่วงบ่ายมีการประชุมกองอำนวยการร่วม รักษาความสงบเรียบร้อยโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ท้องสนามหลวง โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม หลังประชุมเสร็จสิ้น พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะ ผอ.กอร.รส. กล่าวว่า ในที่ประชุมหารือถึงการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เข้ามากราบพระบรมศพ ในเต็นท์ที่จุดพักคอยบริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ โดยแต่ละเต็นท์จุคนได้ 1,600 คน รวมทั้งสิ้น 12,000 คน ในสัปดาห์หน้าจะเพิ่มเก้าอี้และเต็นท์ให้สามารถรองรับประชาชนได้ 30,000 คน โดยจะพยายามอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ แต่การปรับพื้นที่มีข้อจำกัดเพราะต้องดำเนินการช่วงกลางคืน เพราะกลางวันต้องดูแลประชาชน ทำให้ไม่สามารถติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกได้ นอกจากนี้ ได้เพิ่มเจ้าหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกประชาชนในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ให้มีความครอบคลุมมากขึ้น

แนะประชาชนควรทยอยมา

รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวอีกว่า ปัญหาที่พบในช่วงหยุดสุดสัปดาห์คือ ประชาชนพร้อมใจกันเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เป็นจำนวนมากกว่า 20,000 คน ปกติแล้วช่วงเช้าจะให้ประชาชนเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพได้เพียง 10,000 เท่านั้น ส่งผลให้คนที่เหลือต้องยืนรอนาน อีกทั้งประชาชนบางกลุ่มเข้าแถวไม่ถูกจุด ทำให้เกิดความยากลำบากในการจัดคิว กลายเป็นบางคนมาเช้า ก็ได้เข้าพระบรมมหาราชวังในช่วงสายพร้อมกับคนที่มาทีหลัง ปัญหานี้อยากขอความร่วมมือให้ประชาชนทยอยกันมา อย่าพร้อมใจมาช่วงเช้าทีเดียว

ร่วมร้องเพลงชาติกลางสนามหลวง

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 22 พ.ย. กอร.รส. จะเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย แต่ไม่ได้มีการจัดแถว หรือมีกิจกรรมพิเศษแต่อย่างใด เมื่อถึงเวลาเริ่มกิจกรรมจะมีการเผยแพร่ภาพจากทำเนียบรัฐบาล และให้ประชาชนกับเจ้าหน้าที่ร่วมร้องเพลงชาติ กล่าวคำปฏิญาณ และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีตามคณะรัฐมนตรี โดยใครที่ยืนอยู่ตรงไหนก็ให้ร่วมกิจกรรมตรงนั้น ไม่ต้องเคลื่อนย้ายไปที่ไหน เพื่อไม่ให้กระทบการจัดคิวของประชาชน ภายหลังที่กิจกรรมเสร็จสิ้น การอำนวยความสะดวกให้ประชาชนก็จะดำเนินต่อไปตามปกติได้ทันที

ย้ำชัดไม่มีคิวพิเศษแน่นอน

ด้านนายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงพาคนจากภูมิลำเนาต่างๆมาถวายสักการะพระบรมศพได้วันละ 3,000 คน โดยแบ่งเป็น 4 จังหวัด จังหวัดละ 750 คน จะเป็นกลุ่มประชาชนที่ขาดโอกาส หรือติดปัญหาเรื่องปัจจัยจริงๆ กลุ่มแรกจะมาถึงบริเวณสนามหลวงเวลา 05.00 น. แล้วจะเข้าไปต่อคิว แต่เนื่องจากไม่สามารถต่อแถวทั้งกลุ่มในคราวเดียวกัน เพราะมีประชาชนทั่วๆไปมาต่อคิวเหมือนกัน จึงต้องมีการแบ่งเป็นรอบละ 100-200 คน ส่งผลให้คนกลุ่มนี้จะต้องใช้เวลารอประมาณ 14-16 ชม. ก่อนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาในเวลาประมาณ 23.00 น. ทั้งนี้ ขอยืนยันว่ากลุ่มประชาชนที่มากับกระทรวง มหาดไทยต้องมาเข้าแถวเหมือนกับประชาชนทั่วไป ไม่ได้มีคิวพิเศษแต่อย่างใด เหมือนอย่างที่มีการกล่าวหากัน

ผบ.ตร.ตรวจสนามหลวง

ที่จุดคัดกรองประตู 5 ตรงข้ามอนุสาวรีย์ทหารอาสา ช่วงสาย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เดินทางมาตรวจสอบความเรียบร้อยของประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากนี้ยังตรวจเยี่ยมเต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภ รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร บริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งทิศเหนือ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ช่วงวันหยุดที่ผ่านมามีประชาชนเดินทางมามาก เจ้าหน้าที่สามารถดูแลประชาชนได้ดี มีการปรับแผนตลอดเวลา ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมดูแลจุดคัดกรอง 9 จุด ไม่พบสิ่งผิดปกติ

“องค์สิริวัณณวรีฯ” เสด็จบำเพ็ญพระกุศล

เวลา 15.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จมาบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ทำเนียบฯพร้อมจัดงานรวมพลังภักดี

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลถึงการจัดเตรียมสถานที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี เพื่อประกาศความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในวันที่ 22 พ.ย.ว่า เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมเวที ติดตั้งระบบแสง สี เสียง และโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ 2จออยู่ด้านซ้ายและขวาของเวที กิจกรรมจะเริ่มขึ้นในเวลา 08.00 น. ที่ทุกคนจะร่วมร้องเพลงชาติ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.จะนำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณ แสดงความจงรักภักดีต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

มอบข้าวเปลือก 5.1 ตันแจกชาวบ้าน

ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รับมอบข้าวเปลือกจำนวน 5.1 ตัน สำหรับบรรจุถุงเป็น “ข้าวพอเพียง” ที่จัดทำขึ้นเพื่อมอบให้ประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ไว้เป็นที่ระลึก นอกจากนี้ยังรับมอบข้าวสารหอมมะลิบรรจุถุง ถุงละ 5 กิโลกรัม จำนวน 200 ถุง จากนายเชิดชัย พรหมแก้ว ผอ.กองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร กรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรดอนเจดีย์ จำกัด จ.บุรีรัมย์ และผู้จัดการชุมชนสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์ จำกัด จ.บุรีรัมย์

จัดระเบียบ ขรก.เฝ้าพิธีธรรม

จากนั้นนายจิรชัยกล่าวถึงการลงนามคำสั่ง การจัดข้าราชการเฝ้าในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชว่า จากเดิมได้จัดข้าราชการเฝ้าในพระพิธีธรรมวันละ 6 รอบ รอบละ 100 คน และยังมีเจ้าหน้าที่องค์กรอิสระและหลายภาคส่วน ที่ไม่ได้มีชื่อในบัญชีร้องขอมาจึงต้องบริหารจัดการให้เกิดความเหมาะสม โดยประสานปรับลดเป็นวันละ 4 รอบ รอบละ 50 คน จัดระเบียบให้ติดบัตรแสดงตนในการเข้าถวายสักการะพระบรมศพแต่ละครั้ง หลังดำเนินการแล้ว 4-5 วัน พบว่ามีระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น โดยคำนึงถึงการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้ประชาชนได้ขึ้นถวายสักการะพระบรมศพได้เร็วขึ้น เชื่อว่าปัญหาข้าราชการแทรกคิวไม่มีแล้ว ดูแล้วพอใจ ขอบคุณทุกส่วนราชการให้ความร่วมมือและไม่มีการเซลฟี่

กก.พระเมรุมาศจ่อประชุมนัดแรก

ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 11.00 น. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการดำเนินการจัดสร้างพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชว่า ในวันที่ 28 พ.ย. คณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ จะประชุมครั้งแรก เพื่อติดตามความคืบหน้าที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. ขณะนี้รูปแบบพระเมรุมาศ สถานที่ รวมถึงพระโกศจันทน์ และรายละเอียดต่างๆ ถือว่าสมบูรณ์แล้ว แต่เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุด จะปรับให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ในส่วนประชาชนที่มีความสามารถในงานฝีมือ เช่น การแทงหยวกกล้วย การทำกระดาษย่น จะเชิญมาร่วมในกระบวนการจัดสร้างด้วย โดยอยู่ภายใต้การดูแลของช่างสิบหมู่ คาดว่าสัปดาห์ที่สองของเดือน ม.ค.60 หรือไม่เกินวันที่ 10 ม.ค. จะกำหนดพื้นที่ประดิษฐานพระเมรุมาศบริเวณพื้นที่ท้องสนามหลวงได้ แต่ขณะนี้ยังต้องใช้พื้นที่รองรับประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ

ตั้งเป้าก่อสร้างเสร็จเดือน ก.ย.60

พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ทุกคนทำด้วยใจทุ่มเททุกอย่าง ให้แล้วเสร็จ โดยเร็ว และมีความละเอียดรอบคอบ คณะกรรมการทั้งหลายจะไปตรวจดูอย่างต่อเนื่อง อาจมีการตั้งศูนย์ติดตามการดำเนินการในบริเวณใกล้เคียง ส่วนแบบจำลองพระเมรุมาศจะใช้โรงละครเล็กเป็นสถานที่จัดสร้าง เพื่อให้เห็นถึงรายละเอียดก่อนดำเนินการจัดสร้างจริง จะช่วยให้ทำงานได้อย่างชัดเจนมากขึ้น การจัดสร้างคาดว่าจะเสร็จตามกรอบเวลา 1 ปีที่กำหนด ตั้งเป้าว่าจะแล้วเสร็จก่อนเดือน ก.ย.60 แต่ต้องดูสภาพอากาศฟ้าฝนด้วยว่า ส่วนใดสามารถทำได้ก่อนฤดูฝน หรือส่วนใดทำได้ในช่วงฤดูฝน โดยผู้เกี่ยวข้องที่จะมาร่วมพระราชพิธีมีประมาณ 7-8 พันคน

เตรียมรายงานแบบพระเมรุมาศ

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า หลังจากที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงประกอบพิธีบวงสรวงอธิษฐานจิตบูรพมหากษัตริย์ ทวยเทพเทวดา ครูอาจารย์ทุกสาขา เพื่อเตรียมการถวายพระเพลิง พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช จากนี้กรมศิลปากรจะต้องเตรียมรายงานแผนการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. รวมถึงความคืบหน้า และกรอบการทำงานของกรมศิลปากร ให้ที่ประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ บูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ในวันที่ 28 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล ทั้งในส่วนแบบพระเมรุมาศ แบบพระโกศจันทน์ การบันทึกจดหมายเหตุ การบูรณะราชรถ ราชยาน และการกำหนดฤกษ์บวงสรวงการดำเนินงานในส่วนต่างๆ รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานของกรมศิลปากรทั้งหมด

เริ่มบูรณะราชรถ-ราชยานเดือน ธ.ค.

อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวอีกว่า กรมได้กำหนดให้มีการบูรณะราชรถ ราชยาน เป็นอันดับแรก กำหนดคร่าวๆ ในช่วงเดือน ธ.ค. ที่โรงราชรถ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร จะนัดหารือกับนายชาย นครชัย ผอ.สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ขอให้เคลื่อนย้ายเต็นท์จัดนิทรรศการ ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ออกไป หาที่ตั้งนิทรรศการใหม่ อาจจะใช้พื้นที่โรงละครแห่งชาติ เพื่ออำนวยความสะดวกในการบวงสรวงและใช้พื้นที่ดำเนินการบูรณะ โดยจะใช้คณะทำงานจากกรมศิลปากร ทั้งกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ช่างสิบหมู่ ร่วมกับกรมสรรพาวุธ ทหารบก ขณะที่การแปรรูปไม้จันทน์นั้น มอบหมายให้สำนักช่างสิบหมู่ประสานงานโดยตรงกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

มธ.ทำบุญ 39 วันการสวรรคต

ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เช้าวันเดียวกัน มีการจัดพิธีทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ในโอกาสครบ 39 วัน แห่งการสวรรคต โดยตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป จากนั้นเป็นพิธีสวดพระพุทธมนต์สดับปกรณ์ โดยพระธรรมปาโมกข์ เจ้าอาวาสวัดราชผาติการามวรวิหาร เป็นองค์ประธานสงฆ์ พร้อมคณะสงฆ์จากวัดราชผาติการามวรวิหาร และวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย จ.ลำพูน ส่วนฆราวาส มีนายนรนิติ เศรษฐบุตร นายกสภามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายมานิจ สุขสมจิตร กรรมการสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศิษย์เก่าร่วมงานจำนวนมาก

ปตท.เชิญ ดร.สุเมธพูดวิถีพอเพียง

ที่อาคารสำนักงานใหญ่ ปตท. ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อพระราชปณิธาน วิถีพอเพียง แบ่งปัน ผูกพัน ดิน น้ำ ป่า ในการสัมมนาวิชาการ “สืบสานพระราชปณิธาน วิถีพอเพียง แบ่งปัน ผูกพัน ดิน น้ำ ป่า” ที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สถาบันลูกโลกสีเขียว ร่วมกับมูลนิธิพลังที่ยั่งยืนจัดขึ้น ตอนหนึ่งว่า วันนี้ทุกคนรู้สึกโศกเศร้า แต่ทุกคนต้องเข้มแข็งเพื่อก้าวต่อไป ซึ่งแม้พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จจากไปแล้ว แต่สิ่งที่เหลืออยู่คือพระราชปณิธาน เพื่อให้ประเทศก้าวหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน

เผยทรงสอนการบูรณาการดิน น้ำ ป่า

ดร.สุเมธกล่าวอีกว่า สิ่งที่พระองค์สอนมาโดยตลอดคือการบูรณาการดิน น้ำ ป่า ให้เป็นหนึ่ง ซึ่งเมื่อรวมกันก็คือธรรมชาติที่เป็นปัจจัยในชีวิตของคนเรา โดยเฉพาะเรื่องน้ำที่จะทำอย่างไรให้สามารถใช้อย่างยั่งยืนได้ ความเป็นจริงแล้วตลอด 70 ปีที่ผ่านมา พระองค์ท่านทรงพระราชทานวิธีรักษาชีวิตไว้ให้เรา เพราะทุกวันนี้มนุษย์กำลังทำลายชีวิต โดยแสวงหาความร่ำรวยโดยไม่ได้นึกถึงพิษภัยธรรมชาติ ทำให้ทรัพยากรลดน้อยลง จนนำไปสู่การแย่งชิง และนำไปสู่สงครามแย่งชิงทรัพยากร ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่จะต้องดำเนินการรักษา ฟื้นฟู ขอเพียงทำตามพระราชปณิธานของพระองค์ท่านก็จะสามารถทำให้ทั้งคนไทย และคนทั้งโลกก็สามารถอยู่รอดได้

ทรงทิ้งบทเรียนไว้ให้สานต่อ

นอกจากนี้ ดร.สุเมธยังกล่าวถึงพระราชกระแสรับสั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งที่เข้าเฝ้าฯกราบบังคมทูลว่า มีอายุ 72 ปีแล้ว และพระองค์ทรงประทานพรว่า “สุเมธ งานยังไม่เสร็จ” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในพระราชหฤทัย ทรงห่วงพระราชกรณียกิจทั้งหลาย เกรงว่าเราจะละทิ้งไป จึงขอยืนยันพระองค์ไม่ได้เสด็จไปไหน แต่ยังมีบทเรียนที่พระองค์ท่านทิ้งไว้ให้เราสืบสานต่อ เข้าใจ เข้าถึงการกระทำ และพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อส่งต่อไปสู่รุ่นลูกหลานต่อไป

ปิดเยาวราชจัดงานใหญ่

ที่หอการค้าไทย-จีน เขตสาทร นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานหอการค้าไทย-จีน พร้อมด้วย นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานประชาคมนักธุรกิจย่านเยาวราช น.ส.ภัคพร สงวนศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ และ พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 ร่วมแถลงข่าวว่า การจัดกิจกรรมในหลวงในดวงใจชาวไทยจีน เทิดพระเกียรติ แสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 พ.ย. เวลา 16.00-20.00 น. โดยจะปิดถนนเยาวราช ตั้งแต่วงเวียนโอเดียน ถึงแยกลำพูนชัย จัดงาน ในงานจะมีพิธีสดับปกรณ์และพิธีสงฆ์สวดพระอภิธรรม นำโดยพระพรหมมังคลาจารย์ (เจ้าคุณธงชัย) วัดไตรมิตรวิทยาราม มีการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์โดยวงดุริยางค์ราชนาวี แปรอักษรเลข 9 จุดเทียน ยืนแสดงความอาลัย 89 วินาที และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี คาดว่าจะมีประชาชนกว่า 1 แสนคน ร่วมงาน หลังเสร็จพิธีมีบริการอาหารเครื่องดื่มฟรี จากริมถนนเยาวราช ถึงสี่แยกราชวงศ์ กว่า 1.1 แสนชุด และเตรียมผ้ายันต์เจ้าคุณธงชัยเพื่อแจกให้ผู้มาร่วมงาน

คนไทยในอิตาลีแสดงความจงรักภักดี

วันเดียวกันเฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี เผยแพร่ว่า วัดเทวราชเวนิส เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ได้จัดงานรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่จัตุรัสซานมาร์โก เมืองเวนิส เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น มีนายธนา เวสโกสิทธิ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี นายแอนเดรีย มาร์คอน กงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ณ เมืองเวนิส ชาวไทยในอิตาลีและครอบครัวกว่า 200 คน เข้าร่วมแสดงพลังแห่งความจงรักภักดี ทั้งหมดได้ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีท่ามกลางสายฝนในจัตุรัสซานมาร์โก นายธนาได้กล่าวรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมถึงขอให้ชาวไทยทุกคนน้อมนำพระราชจริยวัตรและพระราชดำรัสแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นแบบอย่างในการดำรงตนและการปฏิบัติงาน เพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติไทยสืบไป

500 นักปั่นจักรยานแปรอักษร

ส่วนกิจกรรมเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตามต่างจังหวัดยังคงจัดกันอย่างต่อเนื่อง ที่สนามหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองเมืองพล อ.พล จ.ขอนแก่น นายศิริวัฒน์ พินิจพานิชย์ นายอำเภอพล ให้การต้อนรับคณะนักปั่นจักรยานกว่า 500 คัน จากชมรมปั่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เดินทางจากหนองคาย อุดรธานี และสมทบตามเส้นทางที่ผ่านมาถึงหยุดพักผ่อนก่อนมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯเพื่อถวายสักการะพระบรมศพที่พระบรมมหาราชวัง นักปั่นจักรยานทั้งหมดร่วมกันแปรอักษรด้วยขบวนรถจักรยานเป็นเลข ๙ ล้อมรอบด้วยหัวใจ ก่อนออกเดินทางต่อ โดยมีชาวบ้านจำนวนมากมาให้กำลังใจพร้อมมอบน้ำดื่ม ผ้าเย็น เวชภัณฑ์ยา และชุดปฐมพยาบาล กำหนดถึงกรุงเทพฯวันที่ 23 พ.ย.

ครู-นร.ปลาปากแสดงอาลัย

ที่สนามโรงเรียนปลาปากวิทยา โรงเรียนประจำอำเภอปลาปาก จ.นครพนม นายสุรพล มีหนองหว้า ผอ.โรงเรียน นำครู นักเรียนกว่า 900 คน ร่วมพิธีลงนามแสดงความอาลัย กล่าวคำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นร่วมกันแปรอักษรเป็นเลข ๙ และรูปหัวใจ มีอักษรชื่อย่อของโรงเรียนคือ ปว อยู่ด้านล่าง ถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของคณะครูและนักเรียนที่ร่วมน้อมใจแสดงออกถึงความจงรักภักดี ส่วน นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผอ.รพ.กระบี่ นำคณะแพทย์ พยาบาล ร่วมแสดงความอาลัย ปฏิญาณตนเป็นคนดี ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และร่วมกันแปรอักษรเป็นรูปหัวใจล้อมเลข ๙ เช่นกัน

ชาวเมืองพังงาอุปสมบทหมู่

ที่วัดธัญเขต หมู่ 2 ต.ตากแดด อ.เมืองพังงา นายนฤทธิ์ มงคลศรี นายอำเภอเมืองพังงา เป็นประธานปลงผมนาค 54 คน ที่จะอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยมีชาวบ้านญาติพี่น้องมาร่วมงานกว่า 500 คน จากนั้นร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีร่วมกัน นายวีชัช ชูดวง ผญบ.หมู่ 2 ต.ตากแดด หนึ่งในผู้อุปสมบทกล่าวว่า การอุปสมบทหมู่วันนี้เกิดจากที่ได้พูดคุยกันในกลุ่มเล็กๆ จนมีชาวบ้านทราบข่าวและมีความตั้งใจที่จะบวชอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลพากันมาลงชื่อรวม 54 ราย รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เกิดเป็นชายชาตินี้มีโอกาสบวชถวายเป็นพระราชกุศลให้พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 และจะจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ตลอดไป

พระราชทานแหล่งน้ำให้ราษฎร

นางเทียมจัน บุระเนตร อายุ 52 ปี ชาว จ.สกลนคร เผยความประทับใจ เมื่อครั้งได้เข้าเฝ้าฯรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 23 พ.ย.2535 พระองค์เสด็จฯมาทอดพระเนตรประตูน้ำสุรัสวดี ติดทะเลสาบหนองหาร ต.นาตงวัฒนา อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร ที่ทรงมีพระราชดำริ ให้ก่อสร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง ว่า ตอนนั้นทราบว่าในหลวงจะเสด็จฯมาทอดพระเนตร การก่อสร้างประตูน้ำกํ่า ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นประตูน้ำสุรัสวดี รีบเดินทางไปรับเสด็จ พระองค์มานั่งพบปะราษฎรที่ข้างประตูน้ำ บังเอิญตนนั่งอยู่หัวแถว ทรงตรัสถามด้วยพระสุรเสียงอ่อนโยนถึงความเป็นอยู่ของประชาชน ตนตอบไปว่าตอนนี้ชาวบ้านลำบาก เพราะเดือดร้อนเรื่องไม่มีน้ำประกอบสัมมาชีพ หลังจากนั้นมาจนถึงทุกวันนี้ ประตูน้ำสามารถช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมและให้ราษฎร มีน้ำทำการเกษตร ราษฎรริมหนองหาร 12 ตำบลมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและไม่ขาดแคลนน้ำอีกต่อไป

เมืองจันท์แลกเหรียญวันแรกวุ่น

ที่หน้าศาลากลางจังหวัดจันทบุรี มีประชาชนจำนวนมากมารอต่อคิวแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระ เกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่ออนาคตอันมั่งคั่ง ที่ผลิตเมื่อปี 2538 ราคาเหรียญละ 20 บาท สำนักงานธนารักษ์พื้นที่จันทบุรีเปิดให้แลกวันละ 600 เหรียญ เป็นเวลา 5 วัน แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรก มีประชาชนมาต่อคิวรอจำนวนมากแล้วไม่ได้รับบัตรคิว อีกทั้งมีการแซงคิวจนเป็นเหตุชุลมุนวุ่นวาย สร้างความไม่พอใจแก่ประชาชนที่ไม่ได้คิวแลกเหรียญ มีกำลังทหาร ตำรวจ และ อส.มาควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง

ชาวประมงตราดเดินเข้ากรุง

ขณะที่ประชาชนจากต่างจังหวัดหลายคน ยังแสดงความตั้งใจมุ่งมั่นเดินเท้าเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปถวายสักการะพระบรมศพ ล่าสุด นายชาตรี ธรรมเกษร อายุ 51 ปี ชาวประมงพื้นบ้าน อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ออกเดินเท้าจากบ้านมุ่งหน้าสู่พระบรมมหาราช วัง กรุงเทพฯ ระหว่างทางบนถนนสุขุมวิทสายคลองใหญ่-ตราด มีฝนตกลงมาสลับกับแสงแดดที่ร้อนระอุเป็นระยะๆ แต่ไม่ทำให้นายชาตรีย่อท้อ ตั้งใจเดินวันละ 75-80 กม.คาด 5 วันถึงที่หมาย โดยมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสมาคมกู้ภัยบุญช่วยเหลือ จ.ตราด และตำรวจตามดูแลตลอดเส้นทาง

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เผยแม้ “ในหลวงรัชกาล ที่ 9” เสด็จสู่สวรรคาลัย แล้ว แต่สิ่งที่เหลืออยู่คือพระราชปณิธาน เพื่อ ให้ประเทศก้าวหน้าอย่าง ยั่งยืน แนะทุกคนต้องเข้มแข็งเพื่อก้าวต่อไป เผยตลอด 70 ปี “ในหลวง ภูมิพล” 22 พ.ย. 2559 00:52 22 พ.ย. 2559 05:51 ไทยรัฐ