วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลงทุนรถไฟฟ้าดันหนี้สาธารณะพุ่ง

ลงทุนรถไฟฟ้าดันหนี้สาธารณะพุ่ง

  • Share:

นายธีรัชย์ อัตนวานิช รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า หนี้สาธารณะคงค้างสิ้นเดือน ก.ย.59 มีมูลค่า 5.988 ล้านล้านบาท คิดเป็น 42.73% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 200,000 ล้านบาท หรือ 3.5% ส่วนใหญ่มาจากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ การกู้เงินเพื่อลงทุน เช่น การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กู้เงินเพื่อลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สายสีเขียว และสายสีม่วง การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กู้เงินเพื่อปรับปรุงทางรถไฟที่ไม่ปลอดภัยต่อการเดินรถ โครงการก่อสร้างทางคู่เส้นทางรถไฟสายตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย โครงการรถไฟชานเมือง สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และโครงการก่อสร้างทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น โดยแบ่งเป็นหนี้รัฐบาล 4.471 ล้านล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 994,794 ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน 500,054 ล้านบาท และหนี้หน่วยงานของรัฐ 22,317 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในส่วนหนี้รัฐบาล 4.471 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 48,731 ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 994,794 ล้านบาท ลดลง 1,138 ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินแต่รัฐบาลค้ำประกัน 500,054 ล้านบาท ลดลง 7,579 ล้านบาท เป็นผลจากการชำระคืนต้นเงินกู้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 3,580 ล้านบาท และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) 3,000 ล้านบาท ขณะที่หนี้หน่วยงานของรัฐ 22,317 ล้านบาท ลดลง 958 ล้านบาท เป็นผลจากการชำระคืนต้นเงินกู้ของสำนักงานกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย 1,101 ล้านบาท

“หนี้สาธารณะในปัจจุบันยังถือว่าอยู่ภายใต้กรอบ วินัยทางการคลัง และยังมีช่องว่างทางการคลังเหลือเพียงพอที่จะจัดทำงบประมาณรายจ่าย รวมถึงทำให้รัฐบาลสามารถกู้เงินลงทุนในโครงการลงทุนสำคัญที่รัฐบาลกำลังมีแผนดำเนินการในปีหน้า โดย สบน. ประเมินว่าภายในสิ้นปีงบประมาณ 60 หนี้สาธารณะของประเทศจะทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 45.5% ของมูลค่าจีดีพี 14.6 ล้านล้านบาท มีการเบิกจ่ายเงินลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานราว 220,000 ล้านบาท.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้