วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เดินทุ่งไม่เดินห้าง ร.ต.อ.หญิง ผู้ฝันจะเป็นชาวนา สอนลูกใช้ชีวิตพอเพียง

ร.ต.อ.หญิงที่อุดรธานี เกิดในครอบครัวชาวนาแต่ต้องเช่านาเขาทำ ฝันอยากมีที่นาสักแปลง จนได้สามีเป็นตำรวจด้วยกัน สอบได้สัญญาบัตร เก็บเงินซื้อที่ดิน 20 ไร่ ทำนาสวนผสมใช้ชีวิตอย่างประหยัด ไม่ฟุ้งเฟ้อ พร้อมสอนลูกให้เดินตามรอยพ่อหลวง...

วันที่ 21 พ.ย. ที่ทุ่งนาท้ายหมู่บ้านหนองตูม ต.บ้านจั่น อ.เมืองอุดรธานี ซึ่งเป็นที่นา ร.ต.อ.หญิงวิภารัตน์ กากแก้ว อายุ 44 ปี รอง สวป.สภ.นายูง จ.อุดรธานี ช่วยราชการ กองกำกับการสืบสวน ภ.จ.อุดรธานี และ ร.ต.อ.เริงฤทธิ์ ทิพย์สนเท่ห์ อายุ 52 ปี รอง สว.สส.สภ.บ้านผือ จ.อุดรธานี สองสามีภรรยา กำลังเกี่ยวข้าวที่รวงสุกเหลืองอร่ามอยู่กลางทุ่งนา 20 ไร่ อย่างขะมักเขม้น ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนอบอ้าว แต่ผ่อนคลายด้วยเสียงเพลงลูกทุ่งหมอลำจากวิทยุ

ร.ต.อ.หญิงวิภารัตน์ เล่าว่า ตนเป็นลูกชาวนาโดยกำเนิด แต่พ่อแม่ไม่มีที่นาเป็นของตัวเอง ต้องไปเช่าที่นาคนอื่นทำ และแบ่งผลผลิตข้าวคนละครึ่งกับเจ้าของที่นา ข้าวที่ได้จะเก็บไว้กินตลอดทั้งปี หลังจากทำนาพ่อจะไปทำงานรับจ้าง ส่วนแม่จะค้าขายเล็กๆ น้อยๆ อยู่ที่บ้าน หลังจากที่ตนเรียนจบ สอบเข้ารับราชการตำรวจชั้นประทวนได้ และแต่งงานกับข้าราชการตำรวจด้วยกัน มีลูก 2 คน แต่ยังมีความฝันอยากมีที่นาเป็นของคนเอง จึงได้เก็บเล็กผสมน้อยไปซื้อที่นา 20 ไร่จากชาวบ้านที่มาเสนอขายให้

ตำรวจลูกสาวชาวนา เล่าต่อว่า จากนั้นก็ช่วยกันกับสามีและครอบครัว ขุดตอไม้ ถางกอไผ่ที่มีจำนวนมากเกินความจำเป็นออก เพื่อทำไร่นาสวนผสม โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตามรอยเท้าพ่อหลวง พื้นที่ 20 ไร่ ได้แบ่งเป็นที่นา 13 ไร่ ขุดบ่อปลา 4 บ่อ รวม 5 ไร่ ปลูกบ้าน 1 หลัง พื้นที่เหลือปลูกพืชกินได้ ทั้งมะพร้าว สะเดา ต้นไผ่ กล้วย ชะอม ดอกแค ข่า ตะไคร้ กล้วย โหระพา กะเพา พริก มะเขือ ผลผลิตทั้งหมดนำมารับประทานและแจกญาติพี่น้อง หากมีมากจะนำไปขาย

"ที่นา 13 ไร่ ปลูกข้าวเหนียว กข.6 และข้าวเจ้าหอมมะลิอย่างละครึ่ง ใช้ปุ๋ยคอกจากมูลไก่ ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี โดยจะดำนาเอง และเก็บเกี่ยวเอง ไม่จ้างรถแรงงานหรือรถเกี่ยวข้าว เพราะจะทำให้ข้าวตกหล่นเสียหาย ผลผลิตที่ได้ประมาณ 100 กระสอบปุ๋ย นำไปเก็บในยุ้งฉาง สีเป็นข้าวสารเก็บไว้กินตลอดทั้งปี นำไปทำบุญที่วัด และแจกให้ญาติพี่น้องกิน ส่วนปลาในบ่อซึ่งมีทั้งปลาบึก ปลานิล ปลาตะเพียน จะนำไปทำอาหาร แจกญาติพี่น้อง หากชาวบ้านมาขอซื้อก็ขาย รวมทั้งหน่อไม้ กล้วย สะเดา เพกา กะบก ชะอม ข่า ตะไคร้ ดอกแค หากหน่อไม้มีมากก็จะนำไปแปรรูปเป็นหน่อไม้ดองบรรจุขวดขาย ปีไหนฝนแล้ง ก็จะสูบน้ำจากบ่อเลี้ยงปลามาใส่ที่นา"

ร.ต.อ.หญิงวิภารัตน์ ยังเล่าถึงชีวิตที่ผ่านมาด้วยว่า หลังจากสอบเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรได้ทั้ง 2 คน ตนและสามียังใช้ชีวิตเดิมๆ บ้านไม่ได้เช่า ข้าวไม่ได้ซื้อ ไม่มีหนี้นอกระบบ ไม่มีอาชีพเสริม นอกจากทำนา ตนใช้ชีวิตอย่างประหยัดไม่เดินห้าง ไม่ไปช็อปปิ้งแต่จะหันมาเดินทุ่ง รู้จักอดออม คือเงินเดือนทั้งของตนและสามีทุกเดือน จะหักเก็บออมไว้ 25 เปอร์เซ็นต์ แทบจะไม่ได้ใช้เงิน นอกจากส่งเสียให้ลูกชายทั้ง 2 คนเรียนหนังสือ คนโตเรียน ม.6 คนเล็กเรียน ม. 2 และใช้ชีวิตพอเพียง หันมาทำนา ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ พร้อมกับปลูกฝังให้ลูกทั้งสองใช้ชีวิตแบบพอเพียง

"มีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม เหมือนปู่ย่าตายาย ส่วนหน้าที่การงานก็ทำเต็มที่ในเวลาราชการ นอกราชการก็มาทำนา ใช้ชีวิตแบบพอเพียง ไม่ยึดติดลาภยศ แค่นี้ชีวิตก็มีความสุข" ตำรวจหญิงหัวใจชาวนา กล่าวในที่สุด. 

ร.ต.อ.หญิงที่อุดรธานี เกิดในครอบครัวชาวนาแต่ต้องเช่านาเขาทำ ฝันอยากมีที่นาสักแปลง จนได้สามีเป็นตำรวจด้วยกัน สอบได้สัญญาบัตร เก็บเงินซื้อที่ดิน 20 ไร่ ทำนาสวนผสมใช้ชีวิตอย่างประหยัด ไม่ฟุ้งเฟ้อ พร้อมสอนลูกให้เดินตามรอยพ่อหลวง.. 21 พ.ย. 2559 16:53 21 พ.ย. 2559 17:42 ไทยรัฐ