วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ด้วยเครื่องกระตุ้นพฤติกรรมทางกาย

กระตุ้นให้คนไทยมีกิจกรรมทางกาย ขยับเขยื้อนร่างกาย เพื่อเป็นการออกกำลังกายลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ โรคอ้วน, เบาหวาน เป็นต้น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และภาคีเครือข่าย เปิดตัวนวัตกรรมด้านกิจกรรมทางกาย “FeelFit®” ThaiHealth Innovative Equipment for Physical Activity ในงานประชุมนานาชาติว่าด้วยการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและสุขภาพ ครั้งที่ 6

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผอ.สำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า การมีกิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอ (Physical Inactivity) เป็น 1 ใน 4 ปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่การเจ็บป่วยและสูญเสียชีวิตจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-communicable Diseases, NCDs) ซึ่งมีข้อมูลวิชาการ The Lancet ได้บ่งชี้ว่า การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ เป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่มีอัตราความชุกสูง และนำไปสู่การเสียชีวิตด้วยกลุ่ม โรค NCDs มากกว่าการสูบ บุหรี่ ในประเทศไทยนั้น การมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior) ของคนไทย มีสัดส่วน ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี โดยพฤติกรรมเนือยนิ่ง 4 อันดับแรกของคนไทยที่ทำติดต่อกันนานกว่า 1 ชั่วโมงต่อครั้ง คือ นั่ง/นอนดูโทรทัศน์ นั่งคุย/ นั่งประชุม นั่งทำงาน/นั่งเรียน และนั่งเล่นเกมโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของสัดส่วนผู้ที่มีภาวะอ้วนและอ้วนลงพุง

ด้าน ผศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวว่า การมีกิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุของปัญหาทางสุขภาพหลายด้าน สสส. และคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล จึงพยายามคิดค้นเครื่องมือในการวัดกิจกรรมทางกาย ที่สามารถเกาะติดชีวิตประจำวันของคนได้จริง อันจะมีส่วนช่วยในการสร้างแนวทางในการปฏิบัติให้สอดคล้องกับการมีกิจกรรมทางกายของคนไทย จนเกิดเป็นการบูรณาการความรู้ของหลักการทางวิทยาศาสตร์, การแพทย์ และวิศวกรรมศาสตร์ โดยนำองค์ความรู้นี้มาออกแบบเครื่องมือในการวัดกิจกรรมทางกาย ทั้ง Hardware และ Software ที่ให้ผลได้แม่นยำขึ้น เป็นเครื่อง FeelFit® ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องช่วยวัดการมีกิจกรรมทางกายเท่านั้น แต่ตัวเครื่องยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการมีกิจกรรมทางกายที่เพิ่มขึ้นด้วยโดยแบ่งการวัดออกเป็น 5 ระดับ (จากปกติ 3 ระดับ ตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก) คือ ระดับเริ่มต้น เช่น กิจกรรมอ่านหนังสือ การนั่งพักผ่อน, ระดับน้อย เช่น การเดิน, ระดับปานกลาง เช่น การเต้นแอโรบิก, ระดับมาก เช่น การวิ่งจ๊อกกิ้ง และระดับมากที่สุด เช่น การเล่นกีฬา พร้อมกันนี้ยังแสดงผลได้หลายรูปแบบ เช่น ระดับของกิจกรรมทางกาย, ปริมาณการเผาผลาญพลังงาน (แคลอรี), จำนวนก้าวเดินและระยะทาง, เวลาในการใช้งานตัวเครื่อง รวมทั้งมีการพัฒนาเทคนิคการตรวจวัดและวิเคราะห์จนสามารถนำไปใช้ในกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้น เช่น กิจกรรม แกว่งแขนและการปั่นจักรยาน.

กระตุ้นให้คนไทยมีกิจกรรมทางกาย ขยับเขยื้อนร่างกาย เพื่อเป็นการออกกำลังกายลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ โรคอ้วน, เบาหวาน เป็นต้น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 21 พ.ย. 2559 14:40 21 พ.ย. 2559 14:41 ไทยรัฐ