วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พม. เร่งเสนอ 4 มาตรการ พัฒนาชีวิตผู้สูงอายุ ตามยุทธศาสตร์ 20 ปี

พม. เร่งเสนอ 4 มาตรการ พัฒนาชีวิตผู้สูงอายุ ตามยุทธศาสตร์ 20 ปี

  • Share:

รมว.พม. เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เพื่อเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี เสนอ 4 มาตรการรองรับสังคมผู้สูงอายุ ...

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 59 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุ ให้ครอบคลุม 4 มิติ คือ มิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสภาพแวดล้อมและบริการสาธารณะ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560–2579)

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า รัฐบาลโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยประเทศไทย ที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ภายในอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า ซึ่งประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นผลมาจากอัตราการเกิดที่ลดลง และความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้สูงอายุมีอายุยืนยาวขึ้น และแนวโน้มโครงสร้างของประชากรวัยสูงอายุในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนและสัดส่วนประชากรที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2549 ประเทศไทยมีผู้สูงอายุ จำนวนมากถึง 10,783,380 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 16.5 โดยคาดว่าในปี 2564 จะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอีก 20% ในปี 2579 จะมีผู้สูงอายุสูงถึง 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ และในปี 2583 องค์การสหประชาชาติ (UN) ประเมินไว้ จะมีประชากรผู้สูงอายุสูงที่สุดในอาเซียนถึง 33%

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวต่อไปว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้รัฐบาลต้องเร่งวางนโยบายและมาตรการต่างๆ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ และให้การดูแลคุ้มครองให้ครอบคลุม ทั้งผู้สูงอายุที่อยู่ในสภาวะ “ติดบ้าน” ซึ่งมีจำนวนร้อยละ 19 และ สภาวะ “ติดเตียง” จำนวนร้อยละ 1.5 รวมทั้งการให้การส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุในสภาวะ “ติดสังคม” ซึ่งมีจำนวนร้อยละ 79.5 ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ครอบคลุม 4 มิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสภาพแวดล้อมและบริการสาธารณะ โดยขับเคลื่อนผ่านกลไก ทั้งในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ เช่น ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ จำนวน 12 ศูนย์ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ จำนวน 878 แห่ง อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ จำนวน 80,000 คน และชมรมผู้สูงอายุทั่วประเทศ จำนวน 27,000 ชมรม

“นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 เห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอมาตรการรองรับสังคมผู้สูงอายุ 4 มาตรการ คือ 1.มาตรการการจ้างงานผู้สูงอายุ 2.มาตรการการสร้างที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Complex) 3.มาตรการสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Reverse Mortgage) และ 4.มาตรการการออมภาคบังคับสำหรับแรงงานในระบบที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งมาตรการทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของรัฐบาลที่มีต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุเพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อม โดยอาศัยกลไกระดับชาติและระดับท้องถิ่น ที่เชื่อมโยงกับทุกภาคส่วนในสังคม ทั้งนี้ พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในครั้งนี้ จะเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนงานด้านผู้สูงอายุ อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” และเกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้สูงอายุต่อไป” พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวในตอนท้าย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้