วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ 3ผ่าน! อีก9ยังเคว้ง

เมื่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

(กกพ.) ปักธงที่จะให้กรณีเงื่อนปัญหา 12 ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ต้องผ่านการตรวจสอบจากอนุญาโตอีกครั้ง...แถมยังบีบเงื่อนเวลาให้ กฟภ.ต้องไปดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน โดยหลักการแล้วไม่มีทางทันเวลาแน่ๆ

มาโนช กำเนิดงาม ที่ปรึกษากฎหมายของกลุ่มผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 12 โครงการ บอกว่า หลังจากที่เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. ได้มีหนังสือลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 ถึงกรรมการผู้จัดการ บริษัท พัฒนาโซล่าเธอร์มอล จำกัด บริษัท อีสานโซล่าพาวเวอร์ จำกัด และบริษัท สยามพลังงานทดแทน จำกัด

ซึ่งทั้ง 3 บริษัทนี้ก็อยู่ในกลุ่ม 12 โครงการด้วย

หนังสือฉบับดังกล่าวเป็นหนังสือแจ้งยกเลิกเงื่อนไขอ้างอิงตามมติของ กกพ. เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2559 ที่เคยระบุข้อความไว้ว่า “ทั้งนี้หากสัญญาซื้อขายไฟฟ้ายังมีผลบังคับใช้ คณะกรรมการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาอัตรารับซื้อไฟฟ้าและอายุของสัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับดังกล่าวให้เหมาะสมและเป็นธรรมได้ในภายหลังตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ โดยให้รับซื้อไฟฟ้าในอัตราปัจจุบัน 5.337 บาทต่อหน่วยไปพลางก่อน”

นั่นหมายความว่าที่ กกพ.ได้ออกหนังสือรับแจ้งการประกอบกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตให้แก่บริษัทไปแล้ว ให้ถือตามนั้น แปลว่า...ให้บริษัททั้ง 3 ยังคงดำเนินการกับคู่สัญญา (กฟภ.) ให้เป็นไปตามระเบียบประกาศข้อกำหนดในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าต่อไป

สรุปสถานการณ์...จากความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ 12 โครงการ วันนี้ กกพ.มีเมตตาปลดปล่อยให้คู่สัญญาไปดำเนินการตามสัญญาที่ทำไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 ได้ในอัตราค่าจำหน่ายไฟฟ้าแบบ Adder...
บวกค่าจูงใจเหมือนเดิม

มาโนช ย้ำว่า ทีนี้...ปัญหายังคงค้างคาใจผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าอีก 9 แห่งที่ยังไม่ได้รับหนังสือการยกเลิกเงื่อนไขเหมือน 3 โครงการจึงมีสารพันคำถามตามมาที่ต้องการคำตอบจาก กกพ.ว่า กกพ.ใช้มาตรฐานอะไรพิจารณาให้ 3 แต่ไม่ให้อีก 9 แห่ง ทั้งที่โครงการทั้ง 12 โครงการ มีที่มาเหมือนกัน เริ่มต้นเหมือนกัน...สัญญาที่ทำไว้กับ กฟภ.ก็รุ่นเดียวกัน ก่อสร้างจนแล้วเสร็จก็พร้อมๆกัน

“ที่สำคัญทั้ง 3 บริษัทที่ได้รับการยกเว้นแล้วนั้น...มีมากกว่า 1 โรงไฟฟ้า แถมก่อสร้างจนแล้วเสร็จตั้งอยู่บนพื้นที่เดียวกัน อบต.เดียวกัน เทศบาลเดียวกัน แต่กลับไปรับอนุมัติ...

การพิจารณาแบบนี้จะเข้าข่ายเลือกปฏิบัติหรือไม่? ขอให้ กกพ.ทบทวนด้วย”

ทนายมาโนชมองว่า สาเหตุของอีก 9 โครงการยังไม่ได้รับหนังสือรับแจ้งการประกอบกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาต เหมือน 3 โครงการนั้น มีที่มาที่ไปคือ หลังจากที่ตัวแทนทั้งฝ่ายผู้ประกอบการและฝ่ายการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีผู้ประกอบการอุทธรณ์ยกเลิกสัญญา 17 โครงการดังกล่าว...ตัวแทนทั้ง 2 ฝ่ายได้สรุปผลการตรวจสอบส่งให้ กกพ.และคณะกรรมการบริหารมาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนครั้งที่ 15 เมื่อวันที่ 24
พฤษภาคม 2555

และเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2556 ผู้แทนทั้ง 2 ฝ่ายได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบและถ่ายรูปความก้าวหน้าของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่หน้างานแล้ว ปรากฏว่า...การก่อสร้างมีความคืบหน้าประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์

สรุปได้ข้อเท็จจริงว่า บริษัทยังคงมีความประสงค์ที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้เสร็จต่อไป และความล่าช้าในการก่อสร้างเกิดจากสาเหตุต่างๆดังนี้...

ผู้รับเหมารายแรกจงใจผิดสัญญาจ้าง ไม่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าจนต้องมีการยกเลิกสัญญาก่อสร้างและต้องทำสัญญาจ้างกับผู้รับเหมารายใหม่ ซึ่งไม่ใช่ความผิดของบริษัท

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2554 อบต.โคกก่องมีหนังสือแจ้งระงับการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อระงับความเดือดร้อนของประชาชน แต่มีผลเป็นการระงับสิทธิของบริษัทในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าตามกฎหมายด้วย เข้าลักษณะเป็นการรอนสิทธิของบริษัท ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า...พอผ่านไปถึงช่วงเดือนกันยายน 2554 ได้เกิดอุทกภัยที่โรงงานของผู้รับจ้างก่อสร้างโรงไฟฟ้า ทำให้ไม่สามารถก่อสร้างโรงไฟฟ้าเสร็จตามสัญญาได้ ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยตามสัญญาด้วยเช่นกัน

30 กรกฎาคม 2555 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแจ้งยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตามมติคณะกรรมการบริหารมาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนกับบริษัท...15 สิงหาคม 2555 บริษัทยื่น
อุทธรณ์การยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)

กกพ.ได้พิจารณาแล้วมีหนังสือลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556 แจ้งให้บริษัทไปดำเนินการตั้งอนุญาโตตุลาการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับการยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต่อไป แต่ปรากฏว่าช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2555 จนถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556 บริษัทต้องรอผลการพิจารณาของ กกพ.ตลอดมา โดยไม่สามารถดำเนินการใดๆ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วได้

กรณีดังกล่าว...ไม่อาจถือได้ว่าเป็นความผิดของบริษัทที่เกิดความล่าช้า

ผลการตรวจสอบทั้ง 2 ฝ่ายสรุปข้อเท็จจริงได้ว่า มีผลทางกฎหมายที่ไม่อาจถือได้ว่า ความล่าช้าในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าของบริษัทตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้านี้เกิดจากบริษัทจงใจไม่ปฏิบัติตามสัญญา และเหตุต่างๆที่เกิดขึ้นดังกล่าวข้างต้น บริษัทไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ ย่อมทำให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังไม่มีสิทธิในการบอกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้านี้ตามกฎหมายแต่อย่างใด

เมื่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังไม่มีสิทธิดังกล่าว แต่ได้มีหนังสือลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2555 ยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับบริษัท หนังสือยกเลิกสัญญาดังกล่าวจึงไม่มีผลทำให้สัญญาซื้อขายไฟฟ้านี้สิ้นความผูกพันตามกฎหมายแต่อย่างใด สัญญาซื้อขายนี้ยังคงมีผลผูกพันบริษัทและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และเนื่องจากเวลาได้ล่วงเลยกำหนดวันเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายมานานแล้ว...

สมควรที่บริษัทและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะได้ทำการตกลงกันเพื่อกำหนดวันเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้าตามสัญญากันใหม่ต่อไปด้วย ลงชื่อผู้แทนทั้ง 2 ฝ่าย ดร.กิตติพันธุ์ เตชะกิตติโรจน์ ผู้แทนบริษัท และนายประเจิด สุขแก้ว อดีตผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผู้แทนฝ่าย กฟภ.

เอกสารสรุปผลการตรวจสอบฉบับที่กล่าวถึงนี้ ทางผู้ประกอบการถือว่าข้อสรุปทั้งหลายทั้งมวลนี้และผู้แทนทั้ง 2 ฝ่ายที่ตั้งขึ้นนี้คือกระบวนการทางอนุญาโตตุลาการแล้ว ตามเอกสารลงวันที่ 26 มีนาคม 2556 ของกลุ่มบริษัททั้ง 12 โครงการที่ได้ส่งถึงผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เรื่องการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการกรณีการยกเลิกสัญญาการซื้อขายไฟฟ้า...จากวันนั้นถึงวันนี้ ทั้งที่คู่สัญญาไม่ได้มีปัญหากัน แต่ไฉน กกพ.จะต้องให้เข้าสู่ กระบวนการอนุญาโตอีก หรือว่ามีเงื่อนปมลึกเร้นอะไรบางอย่าง? มาโนช กำเนิดงาม ฝากทิ้งท้ายว่า

“เรื่องราวที่ยืดเยื้อมาทั้งหมดนี้อาจเป็นเพราะทาง กกพ.มีภารกิจมาก มีเอกสารที่ต้องพิจารณามากมาย จึงทำให้เอกสารสำคัญบางเรื่องตกหล่นได้ ผมคิดว่า...น่าเห็นใจ กกพ.เป็นหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบ มีภาระหน้าที่ที่ต้องแบกไว้มาก จึงอยากขอให้ทาง กกพ.พิจารณาจากเอกสารและหลักฐานต่างๆตามผู้ประกอบการทั้ง 12 โครงการตั้งใจลงทุน และทำงานเพื่อแผ่นดินเช่นเดียวกับท่านด้วย”.

21 พ.ย. 2559 11:20 21 พ.ย. 2559 11:21 ไทยรัฐ