วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หอม? พระราชทาน

หอม? พระราชทาน

  • Share:

เด็กรุ่นใหม่...บางคนอาจมีข้อฉงน! เหตุไฉน...ประชาชนจึงบ่าหลามทะลักไหลไปกรำแดดกรำฝนรอคิว...เข้าถวายคารวาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชกันไม่ขาดสาย

แต่สำหรับคนรุ่นเก่า...รุ่นที่เกิดก่อน พ.ศ.2500 จะไม่แปลกใจเลย

พวกเขารู้ดี พระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9 พระองค์นี้ เป็นที่รักเป็นที่ชื่นชมของราษฎร...มาแต่ไหนแต่ไร

โรม บุนนาค เก็บข่าวจากหนังสือพิมพ์...เรียบเรียงเป็นหนังสือ รอยเสด็จสี่ภาค เยี่ยมราษฎร ครั้งแรก (สำนักพิมพ์สยามบันทึก พ.ศ.2554)

เรื่องราวของภาพประวัติศาสตร์ นางตุ้ม จันทนิตย์ ผู้เฒ่า อายุกว่าร้อยปี อำเภอพระธาตุพนม ทูลเกล้าฯถวายดอกบัวสายเหี่ยวเฉา...มีรายละเอียดวันเวลา สถานที่...อยู่ในเล่มนี้

สองเรื่อง ต่างเวลาต่างสถานที่ คือแรงรัก แรงศรัทธา ที่ดูๆไป จะกี่เรื่องจะเป็นเนื้อเดียวกัน

เรื่องแรก...เช้า 16 พ.ย. พ.ศ.2498 ขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนออกจากที่ประทับแรมจังหวัดร้อยเอ็ด เสียงไชโยถวายพระพรของผู้ส่งเสด็จ กระหึ่มกึกก้องตามจนรถพระที่นั่งลับตา

ขบวนรถพระที่นั่งหยุดเป็นระยะๆ ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรที่มารอเฝ้าฯ

ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ห่างจากอำเภอธวัชบุรีราว 300 เส้น ชายคนหนึ่ง ผู้บันทึกไม่ทันได้จดชื่อ กราบทูลว่า...

“เมื่อวานไปเฝ้าฯรับเสด็จที่ร้อยเอ็ด เมื่อคืนเดินจากร้อยเอ็ดมาถึงที่นี่ ตั้งใจรอเฝ้าฯรับเสด็จอีก”

“เมื่อวาน เห็นไหม” รับสั่งถาม

“เห็นแล้วครับ” ชายคนนั้นกราบทูล “แต่อยากเห็นอีก

เห็นในหลวงหลายครั้ง แต่ยังไม่อิ่ม”

เรื่องที่สอง เกิดก่อนหน้านั้นที่จังหวัดชัยภูมิ นสพ.เดลิเมล์ ฉบับวันที่ 13 พ.ย.2498 รายงานว่า ระหว่างมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎร...ที่รอเฝ้าฯรับเสด็จริมถนน

รับสั่งถามชายวัย 80 ปีคนหนึ่ง “ลุงอยู่ที่ไหน”

ชายชราพนมมือ ตอบเสียงสั่น “อยู่ตำบลแก้งกร้อครับ”

“ไกลไหม...”

“เดินทาง 2 คืน” ชายชราทูลตอบ ทรงสนพระทัย รับสั่งถามอีก “เดินทางด้วยพาหนะอะไร”

“ย่างมา 2 วัน 2 คืน”

ทรงหันไปถามพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร ประธานองคมนตรี เมื่อทรงเข้าใจความหมายคำว่าย่าง คือ “เดินเท้า”

“ลุงแก่แล้ว ไม่เหนื่อยหรือ” ชายชราตาประกาย แสดงความปลื้มใจ ยกมือขึ้นท่วมหัว กราบทูลว่า “เจ้าประคุณทูลหัว ไม่เหนื่อยหรอกอยากเห็นเจ้าประคุณ”

หยุดนิดหนึ่ง แล้วกราบทูลต่อ “ขอหอมมือจักหน่อยจะได้บ่”

พระเจ้าอยู่หัวทรงยื่นพระหัตถ์ให้ ชายชรายกพระหัตถ์ขึ้นทูลหัว กราบทูลว่า

“จะตายก็ไม่ว่า เกิดมาชาตินี้ สมปรารถนาแล้ว”

ไม่ว่าที่ไหน ไม่แยกถิ่นที่ ราษฎรไทย ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอีสาน รักพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 หนักแน่นมั่นคง... มาเนิ่นนาน

เมื่อทรงอยู่ ก็จงรักภักดี แม้เมื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย...แม้จะเศร้าโศกเสียใจ แต่ความจงรักภักดียิ่งเป็นทวีคูณ

และความจงรักภักดีนั้น ไม่น่าจะเป็นเงื่อนไขให้คนไทยด้วยกันมามีเรื่องเถียงกัน ว่าฉันรักมากกว่า รักน้อยกว่า แต่ประการใดเลย.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้