วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

6 พฤติกรรมสุดเสี่ยง พยายามเลี่ยงก่อนตาพัง!

โดย Women's Health

คุณเคยตั้งเป้าหมายให้ดวงตามีสุขภาพดีบ้างรึเปล่า หรือเพิ่งจะเริ่มคิดเมื่อได้ยินเรื่องน่ากลัวจากเว็บไซต์ dailymail เกี่ยวกับผู้หญิงไต้หวันที่ตาบอดหลังจากใส่คอนแทคเลนส์คู่เดิมนานตั้ง 6 เดือน ทั้งที่ก็รู้แก่ใจว่าเป็นคอนแทคเลนส์ประเภทใส่แล้วทิ้ง ปล่อยให้เชื้ออะมีบากัดกินตาเธอจนบอด

พอได้ยินที่มาของเรื่องแล้ว สงสัยใช่ไหมคะว่าจริงหรือเปล่า แต่จะจริงหรือไม่ มันก็เตือนสติเราได้ดี ว่าเราไม่มีดวงตาสำรองนะคะ เสียแล้วเสียเลย ฉะนั้นต้องใส่ใจดูแลมันอย่างจริงจัง ริชาร์ด ชูการ์แมน (Richard Shugarman) ศาสตราจารย์ด้านจักษุวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยไมอามี่และโฆษกสถาบันจักษุวิทยาจะมาบอกเล่าถึงการดูแลดวงตาด้วยวิธีง่ายๆ แต่ได้ผล และพฤติกรรมต่อไปนี้คือความผิดมหันต์ที่อาจสร้างความเสียหายแก่ดวงตาอย่างใหญ่หลวง

1. เล่นกีฬาประเภทแร็กเก็ตโดยไม่สวมเครื่องป้องกัน

กีฬาที่ใช้แร็กเก็ตตีลูกบอลมีโอกาสสูงที่จะสร้างความเสียหายแก่ดวงตา หากเล่นแบบไม่ระวัง กีฬาจำพวกนี้ทำให้ดวงตาบาดเจ็บรุนแรงได้ในพริบตา ฉะนั้นต้องปกป้องดวงตาไม่ให้โดนกระแทกด้วยการสวมแว่นโพลีคาร์บอเนต แม้เราจะมีกระดูกรอบดวงตาทำหน้าที่ปกป้องดวงตาจากการกระแทกอยู่แล้ว แต่บอลลูกเล็กๆ ก็ไม่วายหลุดลอดเข้ามาทำร้ายดวงตาโดยตรง

2. ใส่คอนแทคเลนส์นานเกินไป

คนไข้ที่มีรอยแผลถาวรบนกระจกตา และสูญเสียการมองเห็นเนื่องจากใส่คอนแทคเลนส์นานเกินไป คุณอาจอ้างเหตุผลต่างๆ นานา ในการใช้คอนแทคเลนส์คู่เดิมไม่ยอมเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นเพราะความสะดวกสบาย หรือไม่อยากเสียเงินซื้อเลนส์คู่ใหม่

ปัญหาแรกคือ เมื่อกระจกตาถูกคอนแทคเลนส์ปิดทับ หลอดเลือดจะไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนเข้าสู่กระจกตาได้ น้ำตาจึงทำหน้าที่นั้นแทน แต่ก็เข้าถึงกระจกตาได้ไม่มากนัก เพราะมีคอนแทคเลนส์เป็นปราการคอยสกัดกั้น

ปัญหาต่อมา ก็ทำนองเดียวกับฟันคุณนั่นแหละ คอนแทคเลนส์จะก่อฟิล์มบางๆ หากเราไม่ทำความสะอาดเป็นประจำ มันจะกั้นการไหลเวียนของออกซิเจนที่ไปหล่อเลี้ยงกระจกตา ผลสุดท้ายคือกระจกตาพังเพราะขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน และเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย

ปัญหาบางอย่างขึ้นอยู่กับชนิดของคอนแทคเลนส์ที่ใช้ด้วย แต่ละยี่ห้อแต่ละประเภทมีวิธีใช้แตกต่างกันไป ตั้งแต่ระยะเวลาที่ควรเปลี่ยน หรือการทำความสะอาด ไม่ว่าจะใช้แบบไหน ก็ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ถึงแม้เรื่องของผู้หญิงไต้หวันที่ตาบอดจะไม่ใช่เรื่องจริง แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นกับคุณถ้าใส่คอนแทคเลนส์นานเกินไป โอกาสติดเชื้อรุนแรงจนเกิดอันตรายต่อดวงตามีสูง และบางกรณีอาจจะสายเกินแก้

3. ขยี้ตา

พฤติกรรมนี้คนส่วนใหญ่ชอบทำมากที่สุด เพราะลืมความจริงที่ว่า เมื่อดวงตาระคายเคืองแสดงว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ถ้าหากมีสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไปติดกระจกตา การขยี้ตาอาจจะดันเจ้าตัวปัญหาเล็ดลอดเข้าไปลึกกว่าเดิม และเกิดอันตรายกับลูกตาในที่สุด

นอกจากนี้ การขยี้ตาจะกระตุ้นให้เกิดขบวนการผลิตน้ำตาในกระจกตา ซึ่งสุดท้ายนำไปสู่การติดเชื้อ สิ่งที่ควรทำคือ อย่าขยี้ตาทันทีที่รู้สึกเคืองตา น้ำตาจะชะล้างเศษฝุ่นออกไปเอง แต่ถ้ายังรู้สึกระคายเคืองไม่หาย แนะนำให้ใช้น้ำตาเทียมหยอดจนกว่าจะรู้สึกเป็นปกติ หากยังไม่หายอีก ถึงเวลาต้องให้จักษุแพทย์ช่วยแล้วละค่ะ

4. ใช้มาสคาร่าแท่งเดิมนานเกินไป

คุณอ่านไม่ผิดหรอก เจ้าแปรงมหัศจรรย์ลูกรักของคุณก็มีวันหมดอายุนะคะ เครื่องสำอางมีแนวโน้มจะปนเปื้อนสิ่งที่เป็นอันตรายต่อดวงตา ดังนั้น ทุกครั้งที่ปัดขนตาด้วยมาสคาร่าและเก็บแปรงเข้าไปในหลอด นั่นแหละแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียชั้นดี ขอเตือนให้เปลี่ยนมาสคาร่าทุกๆ 3 เดือน เพื่อสุขอนามัยที่ดี อีกอย่างคือ ห้ามใช้นิ้วถูอายแชโดว์แล้วเอามาทาตาเด็ดขาด ถ้าไม่แน่ใจว่าล้างมือสะอาดหมดจดแล้ว คุณโตพอที่จะรู้จักการใช้แปรงแต่งหน้าแล้วล่ะ จริงไหมคะ

5. ลืมสวมแว่นกันแดด

จะไปเที่ยวทะเลสักหน่อย อ้าว ลืมแว่นกันแดดไว้ที่บ้านนี่นา งานกร่อยแล้วตรู ไม่เป็นไรแวะซื้อที่ร้านสะดวกซื้อทันทีห้ามอิดออด แม้ไม่ได้จ้องแสงอาทิตย์ตรงๆ แต่มันอาจสะท้อนรังสีและแสงผ่านคลื่นทะเลและผืนทรายได้ ทำเอากระจกตาอักเสบรุนแรงถึงขนาดกระจกตาไหม้ อาการดังกล่าวส่งผลให้คุณตาบอดชั่วคราวได้

เมื่อคุณตัดสินใจซื้อแว่นกันแดด เลือกแบบเลนส์ใหญ่ๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่ปกป้องดวงตา (โบนัส คือ ความเก๋ไก๋มีสไตล์เวลาถ่ายรูปไงล่ะ) อีกทั้งคุณยังต้องป้องกันรังสียูวีเอและยูวีบี โดยเฉพาะรังสียูวีบีที่เป็นสารก่อมะเร็ง การออกแดดโดยไม่สวมแว่นกันแดดเป็นเวลานานนำไปสู่ปัญหาระยะยาวอย่างต้อหิน ซึ่งเป็นระยะเริ่มต้นของการสูญเสียการมองเห็นหรือแม้แต่มะเร็งผิวหนังที่เปลือกตา อย่าลืม! สวมแว่นกันแดดให้บ่อยที่สุดนะคะ

6. สวมคอนแทคเลนส์ลงน้ำ

ไม่ว่าจะเป็นน้ำทะเล อ่างอาบน้ำ หรือฝักบัว พยายามเลี่ยงไม่ให้คอนแทคเลนส์สัมผัสกับน้ำเหล่านี้ รวมทั้งแช่คอนแทคเลนส์ไว้ในน้ำเหล่านี้ แทนที่จะใช้น้ำยาแช่คอนแทคเลนส์โดยเฉพาะ น้ำเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคชั้นดีซึ่งนำพาปัญหาอื่นๆ ตามมา หนักที่สุดก็คือ ตาบอด นี่ยังไม่พูดถึงอะมีบานะคะ

ที่มา – Women’s Health Thailand
www.womenshealththailand.com
www.instagram.com/womenshealththai

คุณเคยตั้งเป้าหมายให้ดวงตามีสุขภาพดีบ้างรึเปล่า หรือเพิ่งจะเริ่มคิดเมื่อได้ยินเรื่องน่ากลัวจากเว็บไซต์ dailymail เกี่ยวกับผู้หญิงไต้หวันที่ตาบอดหลังจากใส่คอนแทคเลนส์คู่เดิมนานตั้ง 6 เดือน 21 พ.ย. 2559 10:41 21 พ.ย. 2559 14:35 ไทยรัฐ