วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภาพประทับใจ คนตาบอดถวายสักการะ ทหารน้ำตาไหล-ซึ้งปชช.อดทน

พสกนิกรยังล้นแน่นขนัดสนามหลวง รอเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เจ้าหน้าที่ทหาร กอ.รมน.น้ำตาไหล ซึ้งใจในความเพียรพยายามของเหล่าประชาชน ที่เฝ้าอดทนรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพตั้งแต่เช้ามืด แม้นานนับสิบชั่วโมงก็ไม่ย่อท้อ เผยเข้าคิวตั้งแต่ 11 โมงเช้า ได้เข้ากราบ 22.30 น. อุปนายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอด ที่นำนักเรียนผู้พิการทางสายตาเข้าแสดงความอาลัย เผยพระมหากรุณาธิคุณของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ที่ทรงมีพระเมตตาแก่เด็กๆ ผู้พิการ ทั้งพระราชทานเลี้ยงอาหารและทรงดนตรีให้ฟัง กลุ่มชาติพันธุ์ปะโอจากภาคเหนือร่ำไห้ปีนี้ไม่ได้ถวายพระพร “พ่อหลวง” ด้านตำรวจติดภาพ 55 โจรรอบสนามหลวงป้องกันเหตุร้าย

วันที่ 20 พ.ย. นับเป็นวันที่ 38 ของพระราชพิธี บำเพ็ญพระกุศล พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยในเวลา 07.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯมาบำเพ็ญพระราชกุศล สวดพระ อภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารและวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 19 พ.ย. ในการนี้ มี พล.ท.ม.จ. เฉลิมศึก ยุคล , ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์, ม.ร.ว.สวัสดิวุติ สวัสดิวัตน์ และ ม.ร.ว.พิศพัฒน์ รัชนี ร่วมในพระราชพิธีด้วย ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ท. ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล ทรงเป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร

ยังหลั่งไหลสักการะพระบรมศพ

ส่วนการเปิดให้ราษฎรขึ้นสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 23 บรรยากาศและภาพความรักความศรัทธาของพสกนิกรไทย ที่มีต่อพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตากลับไม่ลดน้อย โดยตั้งแต่เวลา 03.00 น. หน้าประตูแม่เหล็กเกตเวย์ทุกจุดที่จะเข้าสู่ท้องสนามหลวง เริ่มปรากฏแถวประชาชนมารอต่อคิวยาวเหยียด ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านผู้ที่ตกค้างมาตั้งแต่การเข้าแถวรอ เมื่อวันที่ 19 พ.ย.

ตี 4 เจ้าหน้าที่เริ่มปฏิบัติงาน

เวลา 04.00 น. เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำเกตเวย์ทุกจุดเริ่มปฏิบัติงาน สีหน้าแววตาของชาวบ้านที่มาอดตาหลับขับตานอนข้ามวันข้ามคืน เริ่มฉายแววความหวัง ทุกคนกรูกันมาเข้าสู่จุดคัดกรอง เพื่อเตรียมเดินเท้าเข้าสู่จุดพักคอยกลางสนามหลวง ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินก้าวเท้าตามระบบ มุ่งหน้าสู่เต็นท์ 13 หลังบนถนนหน้าพระธาตุ ที่ถือเป็นจุดสุดท้ายก่อนเข้าพระบรมมหาราชวัง กระทั่งเวลา 04.50 น. เมื่อสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนกลุ่มแรกได้เข้าสักการะพระบรมศพผ่านทางประตูวิเศษไชยศรี ท่ามกลางความดีอกดีใจของชาวบ้านที่รออย่างใจจด ใจจ่อมาทั้งคืน ทั้งหมดเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง เพื่อไปต่อแถวบนถนนอมรวิถี หน้าพระที่นั่งจักรี รอเจ้าหน้าที่เปิดพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทให้ขึ้นถวายสักการะพระบรมศพในเวลา 05.00 น.

สาวปากน้ำได้เข้าสักการะคนแรก

จากรายงานของกองอำนวยการศูนย์มิสกวัน กอ.รมน.กองทัพภาคที่ 1 กองกำลังอารักขาเส้นทางหลักเข้าสู่วังหลวง แจ้งว่ายอดประชาชนที่เดินผ่านประตูเกตเวย์สุดท้าย ก่อนเข้าพระบรมมหาราชวัง ช่วง 05.00-06.00 น. มีจำนวนมากถึง 4,536 คน ในจำนวนนี้มีผู้ที่ไม่ผ่านประตูเกตเวย์ 160 คน จากการตรวจสอบข้อมูลประชาชนในแนวแถวรอหน้าประตูวิเศษไชยศรี พบว่าเป็นประชาชนที่มาเข้าแถวตั้งแต่เวลา 16.00 น. ของวันที่ 19 พ.ย.โดยผู้ที่เข้าสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คนแรกของวันที่ 20 พ.ย. ชื่อนางอรนุช โชต์ระวี เดินทางมาจาก จ.สมุทรปราการ ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย.

จนท.น้ำตาไหลเห็นคนรอแต่เช้ามืด

จากนั้นยังตรวจสอบข้อมูลพบด้วยว่า เวลาผ่านพ้นไปเพียง 4 ชั่วโมง คือในเวลา 09.00 น.มีจำนวนชาวบ้านจากทั่วทุกสารทิศ ทุกเพศทุกวัย เดินเท้ามุ่งหน้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท คิดเป็นยอดรวมสูงถึง 8,747 คน กลุ่มที่มารอในเต็นท์พักคอย สุดท้ายตรงข้ามประตูวิเศษไชยศรี พบว่ามาเข้าแถวตั้งแต่เวลา 04.30 น. ขณะที่ประชาชนที่อยู่หัวแถวเต็นท์พักคอยฝั่งสนามหลวงทิศเหนือ ณ เวลา 09.00 น. มาเข้าแถวรอตั้งแต่เวลา 05.30 น. สำหรับภาพและจำนวนตัวเลขที่ปรากฏขึ้นในแต่ละวัน ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารจาก กอ.รมน.ที่มาเข้าเวรประจำการหลายคนถึงกับต้องน้ำตา ไหล ที่ได้เห็นความอุตสาหะพยายามของประชาชนที่ต้องการมากราบพระบรมศพของพ่อหลวง จนไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูด

พสกนิกรยังล้นท้องสนามหลวง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตามปกติแล้วประชาชน จะมาต่อแถวเข้าคิวกันที่บริเวณสนามหลวง ตรงข้ามศาลฎีกา แต่เนื่องจากวันที่ 20 พ.ย. เป็นวันหยุดราชการทำให้มีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก จนล้นออกมานอกสนามหลวงไปอยู่บริเวณหน้าศาลแม่พระธรณีบีบมวยผม โดยยืนเรียงแถวบนฟุตปาทยาวเหยียดมาจนถึงหน้าศาลฎีกา มีทหารคอยจัดระเบียบแถวและอำนวยความสะดวกในการข้ามถนนราชดำเนินใน เข้าสู่สนามหลวงเป็นระยะๆ ก่อนที่จะเข้าไปนั่งรอที่เต็นท์ด้านทิศเหนือในสนามหลวง

รถสุขาไม่พอคนใช้บริการ

ส่วนบริเวณเต็นท์พักรอด้านทิศเหนือสนามหลวง มีกลุ่มจิตอาสาทั้งนักเรียน นักศึกษาวิชาทหาร นักเรียนพยาบาลทหาร 3 เหล่าทัพ รวมทั้งประชาชนทั่วไป นำอาหาร ขนม น้ำดื่ม ยาดม มาแจกจ่ายให้กับผู้ที่เข้าคิวอยู่ในเต็นท์ได้รับประทานโดยที่ไม่ต้องลุกออกจากเก้าอี้ ส่วนผู้ที่ต้องการที่จะเข้าห้องน้ำ สามารถลุกออกจากที่นั่งได้โดยไม่เสียสิทธิ์ แต่จะต้องขอ “ใบลาคิว” ซึ่งเป็นบัตรมีหมายเลขกำกับ จากทหารที่คอยดูแลประจำเต็นท์ จึงจะลุกออกจากที่นั่งได้ และเนื่องจากประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ทำให้รถห้องน้ำของ กทม. จำนวน 6 คันที่จอดอยู่ด้านทิศเหนือของสนามหลวง เพื่อให้บริการเฉพาะผู้ที่มาเข้าคิวถวายสักการะพระบรมศพโดยเฉพาะ ไม่เพียงพอกับความต้องการ ทำให้ประชาชนต้องเข้าคิวรอกันยาวเหยียด

ร่ำไห้ไม่ได้ถวายพระพรวันพ่อ

ที่เต็นท์พักคอยที่ 10 ด้านทิศเหนือของท้องสนามหลวง กลุ่มชาติพันธุ์ปะโอ จำนวน 300 คน จากจังหวัดแม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่ แต่งกายชุดประจำเผ่า มาเข้าคิวรอเข้าแสดงความอาลัยพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 นายขิน จองนัน อายุ 44 ปี ผู้ประสานงานกลุ่มชาติพันธุ์ปะโอ กล่าวด้วยน้ำตาว่า ปกติกลุ่มชาติพันธุ์ปะโอจะมาถวายพระพรในวันพ่อและวันแม่ แต่ปีนี้เสียใจที่วันที่ 5 ธ.ค. ไม่มีโอกาสมาถวายพระพรวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกแล้ว จึงได้นัดหมายกันรวมกลุ่มเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพเพื่อให้ใกล้พระองค์ที่สุด โดยออกค่าใช้จ่ายกันเอง พระราชกรณียกิจที่พระองค์ท่านได้ทำให้ทุกกลุ่มชาติพันธุ์ รู้สึกซาบซึ้งมาก เราจะนำพระราชดำรัสเรื่องความไม่ย่อท้อมา ปฏิบัติใช้กับชีวิตประจำวัน

ผู้พิการทางสายตามาแสดงความอาลัย

เวลา 14.00 น. มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับสมาคมนักเรียนเก่าสอนคนตาบอดกรุงเทพ นำผู้พิการทางสายตา 300 คน และจิตอาสาจำนวน 100 คน เดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นกรณีพิเศษ โดยมี น.ส.ปรีชญา พงษ์ธนานิก หรือไอซ์ น.ส.หรรษา จึงวิวัฒนวงศ์ หรือนิวเคลียร์ น.ส.ชีรณัฐ ยูสานนท์ หรือน้ำชา 3 นักแสดง ร่วมเป็นจิตอาสา มาดูแลคนตาบอด

ซาบซึ้งทรงสอนดนตรีเด็กๆ

นายรัชตะ มงคล อุปนายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอด กล่าวว่า โรงเรียนสอนคนตาบอด ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยแนวพระราชดำริของในหลวง ร. 9 ที่ทรงเห็นคุณค่าของผู้พิการทางสายตา ที่สามารถศึกษาวิชาเพื่อเลี้ยงดูตัวเองและผู้อื่น ในสมัยที่ยังทรงงานหนัก ในหลวง ร.9 เสด็จฯไปเยี่ยมโรงเรียนสอนคนตาบอดบ่อยๆ โดยไม่ให้ครูในโรงเรียนบอกเด็กตาบอดให้รู้ว่าในหลวงเสด็จฯมา เด็กๆตาบอดรู้เพียงว่า มีคนชื่อ “พล” มาพูดคุยด้วย แต่ไม่เคยรู้ว่า นั่นคือในหลวงรัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ ยังมีพระมหากรุณาธิคุณ เสด็จฯมาเป็นพระอาจารย์ทรงสอนวิชาดนตรีให้แก่ผู้พิการทางสายตาด้วย เรื่องเหล่านี้หลายคนอาจไม่ทราบ แต่ถูกจดจำในหมู่ของคนตาบอดมาจากรุ่นสู่รุ่น

พระราชทานเลี้ยง-ทรงเป่าแซกฯ

“ในหลวง รัชกาลที่ 9 เคยพระราชทานเลี้ยงอาจารย์และนักเรียนผู้พิการทางสายตาที่พระราชวังพญาไท พร้อมทรงแซกโซโฟนให้พวกเราฟัง ทรงรับสั่งให้กำลังใจให้คนตาบอด ทุกคนให้ลุกขึ้นมาสู้กับชีวิตและโชคชะตา จึงทรงพระราชนิพนธ์บทเพลง “ยิ้มสู้” ขึ้นมาเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ วันนี้ก็ว่าถือผู้พิการทางสายตาทุกคน จะได้โอกาสสำคัญมาแสดงความกตัญญูเป็นครั้งสุดท้าย จากนี้แม้จะไม่มีพระองค์ท่านแล้ว ก็จะน้อมนำคำสอนมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตต่อๆไป” นายรัชตะกล่าว


มท.ยันมีระบบตรวจการแซงคิว

ส่วนกระแสข่าวทางโซเชียลว่ากระทรวงมหาดไทยนำประชาชนจากต่างจังหวัดเข้ามาและมีการแซงคิว นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผอ.สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่มาคอยควบคุมเรื่องการนำประชาชนจากต่างจังหวัดเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยนำคนเข้ามาจากต่างจังหวัดวันละ 4 จังหวัด จังหวัดละ 750 คน แบ่งออกเป็นภาคต่างๆทั้ง 4 ภาค โดยภาคใต้จะพักคอยที่พุทธมณฑล เหนือ อีสาน และกลาง อยู่ที่เมืองทองธานี จ.นนทบุรี

เผยเข้าคิว 11 โมงได้กราบ 22.30 น.

นายวรยุทธกล่าวด้วยว่า คิวแรกเริ่มตั้งแต่ ตี 5 ทุกคณะที่เข้ามาจะต้องผ่านช่องทางการตรวจและเข้าคิวกับประชาชน โดยเจ้าหน้าที่จะประสานมาที่ศูนย์กองบัญชาการรักษาดินแดน ว่า แต่ละคณะอยู่ตรงจุดไหนแล้ว และจะมีการแจ้งเตือนบนผังติดตาม หากมีการแทรกคิว จุดบนผังจะมีการเปลี่ยนแปลงทันที ทำให้ทราบว่ามีการแทรกคิว โดยผู้บังคับบัญชาจะดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องทันที ที่ผ่านมายังไม่พบมีการลัดคิวเกิดขึ้น โดยเมื่อวันที่ 19 พ.ย. ประชาชนที่มาจากจังหวัดชัยภูมิ เข้ามาต่อคิวตอน 11 โมง ได้เข้าถวายสักการะพระบรมศพในเวลา 22.30 น. สำหรับประชาชนที่ทางกระทรวงมหาดไทย อำนวยความสะดวกให้เดินทางมาวันละ 3,000 คน ในวันนี้ประกอบด้วย ราษฎรจาก จ.ตาก ชลบุรี นครพนม นครศรีธรรมราช

นปช.ขอเป็นเจ้าภาพสวดพระบรมศพ

ที่เต็นท์ 23 ด้านทิศเหนือท้องสนามหลวง กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช.นำอาหารจำนวน 1,200 ชุด และน้ำผลไม้ จำนวน 800 กล่อง มาแจกจ่ายให้ประชาชนที่มาร่วมถวายสักการะพระบรมศพ นางธิดากล่าวว่า มาในฐานะประชาชนเพราะกลุ่ม นปช.ยุติการทำกิจกรรมทางการเมืองไว้ชั่วคราว ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่คนทั้งประเทศกำลังโศกเศร้าเสียใจ ดังนั้นการนำสิ่งของมาแจกเป็นการแสดงความจริงใจว่า ประชาชนไทยมีความรักในประชาชนด้วยกัน และรู้สึกเศร้าเสียใจต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ร่วมกัน โดยไม่คำนึกถึงสีเสื้อ หรือภูมิภาคใด นอกจากนี้ นปช.ได้ยื่นเรื่องขอเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมพระบรมศพเรียบร้อยแล้ว

ใช้เชือกกั้นป้องกันการแทรกคิว

เวลา 15.00 น. ที่เต็นท์พักคอยสนามหลวงด้านทิศเหนือ เจ้าหน้าที่ กทม.นำพยัญชนะ ก-ช มาติดไว้ที่หน้าเต็นท์จุดพักคอยเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการเรียกชื่อ และแต่ละแถวจะมีตัวเลขกำกับ เมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่จะเรียกตามแถวที่นั่ง ให้ลุกออกมา เพื่อขยับไปอีกเต็นท์ที่หน้ากรมศิลปากร โดยจะมีทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร และเทศกิจ นำเชือกมาล้อมประชาชนที่กำลังเคลื่อนที่ไปยังอีกเต็นท์คอยดูแลไม่ให้มีการแทรกคิวจากบุคคลภายนอกที่ไม่ได้ต่อคิวเข้ามาโดยเด็ดขาด โดยแถวจะเคลื่อนผ่านถนนกลางสนามหลวง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ประกาศให้ผู้ที่เดินอยู่บนถนนหยุดรอให้ขบวนคนที่จะเข้าถวายสักการะพระบรมศพเดินผ่านให้หมดเสียก่อน

ทูลกระหม่อมโพสต์ไอจี

อีกด้านเมื่อเวลา 13.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี โพสต์ภาพผ่าน “อินสตาแกรม” ส่วนพระองค์ ขณะเสด็จออกจากพระที่นั่งบรมพิมานมาประทานอาหารว่างและพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แก่ประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เต็นท์มูลนิธิทูบีนัมเบอร์วัน ถนนสนามไชย พร้อมข้อความ ว่า Nichax สวัสดีวันอาทิตย์ ถึงเป็นวันอาทิตย์ #ก็ต้องทำงาน #มาแจกของไม่ได้ ภาพนี้เมื่อวาน #Nov1916

เสด็จบำเพ็ญพระกุศล

ต่อมาเวลา 15.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จจากพระที่นั่งบรมพิมาน มาบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง มีพระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ติดภาพ 55 โจรรอบสนามหลวง

เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนำแผ่นป้ายขนาดใหญ่ มีภาพผู้ต้องหา ที่มีพฤติกรรมลักทรัพย์ในบริเวณท้องสนามหลวง จำนวน 55 คน มาติดไว้ที่แผงเหล็กกั้น ตามประตูทางเข้าท้องสนามหลวง ในป้ายเขียนข้อความเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทย เตือนให้ระวังทรัพย์สินอันมีค่า จากบุคคลอันตรายเหล่านี้ และหากใครพบเห็นบุคคลในภาพ ให้แจ้งที่หมายเลข 0-2228-4716 มีประชาชนต่างพากันมุงดูเป็นจำนวนมาก พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 กล่าวว่า ในพื้นที่สนามหลวงมีการตรวจเข้มทางเข้าออก ทั้งชั้นนอกและใน และมีการก่อเหตุลักทรัพย์ในช่วงที่มีงานพระราชทานปริญญาบัตร ม.ธรรมศาสตร์ หลังจากนั้นได้สั่งการให้คุมเข้มมากขึ้น แต่ยังไม่พบว่าเกิดเหตุซ้ำอีกในพื้นที่ดังกล่าวนี้ เพื่อป้องกันเหตุไว้ ได้จัดทำแผ่นป้ายรูปผู้ที่มีพฤติกรรมก่อเหตุในพื้นที่มาติดตามพื้นที่เข้าออกในท้องสนามหลวง

นักเรียนสิบขวบถ่ายภาพฟรี

ที่หน้ามหาวิทยาลัยศิลปากร ด.ช.ธารา ใจอ่อน หรือน้องพีท อายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียน สารสาสน์วิเทศ ธนบุรี ที่กำลังโด่งดังในโลกโซเชียล จากการรับบริการถ่ายภาพฟรี โดยมีเฟซบุ๊กชื่อ พีท ตัวเล็กสะพายกล้อง นำกล้องมารับถ่ายภาพให้กับประชาชน ที่เข้ามาถ่ายภาพกับพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ประดิษฐานที่กำแพงของมหาวิทยาลัยศิลปากร น้องพีทกล่าวว่า เริ่มถ่ายภาพมา 2 ปีกว่าแล้ว ช่วงปลายปีที่แล้ว มีคนมาจ้างให้ไปถ่ายภาพตามงานต่างๆ คุณแม่จึงชวนตนและพี่สาวให้มาบริการถ่ายรูปให้กับประชาชนที่เข้ามากราบพระบรมศพ ที่ท้องสนามหลวงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ทำความดีเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ส่วนประชาชนที่ต้องการรูปให้เข้าดูที่เฟซบุ๊กของตนได้

สรุปยอดเข้าสักการะพระบรมศพ

สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 19 พ.ย. หลังสำนักพระราชวังปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระ ที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 23.10 น. จากเดิมที่กำหนดในเวลา 21.00 น. เนื่องจากมีประชาชนต่อแถวรอเข้าถวายสักการะที่บริเวณมณฑลพิธีสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 40,737 คน รวม 22 วัน มี 675,785 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,947,458.75 บาท รวม 22 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 48,109,596.50 บาท

สร้างประติมากรรมสเตนเลส

นายกมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์กล่าวว่า ได้สร้างสรรค์ประติมากรรมสเตนเลส ฉลุลายชื่อผลงาน “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ” เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีความสูงกว่า 2 เมตร มีเนื้อหาเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริของพระองค์ อาทิ โครงการฯฝนหลวง และกังหันชัยพัฒนา โดยจะฉลุลวดลายลงบนแผ่นสเตนเลส พร้อมทั้งจารึกตัวเลข 9 หมายถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 และตัวอักษรอัครศิลปิน แสดงให้เห็นพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดจนมีการจารึกประโยคในบทเพลงพระราชนิพนธ์ ความฝันอันสูงสุด ได้แก่ “จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง” และ “จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา” ด้วย คาดว่าจะเสร็จในเดือน พ.ย. จากนั้นจะนำไปจัดแสดงที่ หอศิลป์ ร่วมสมัย ถนนราชดำเนินช่วงเดือน ธ.ค.

รวมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ

ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เวลา 15.00 น. ตัวแทนเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุทางถนน และภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมกันจัดงานรวมใจน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันระลึกถึงเหยื่อผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน โดยมีการยืนแสดงความอาลัยบริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กับบนสกายวอล์ก เป็นเวลา 89 วินาที และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีพร้อมแจกพระบรมฉายาลักษณ์ให้กับประชาชนที่สัญจรไปมา นอกจากนี้เครือข่ายเมาไม่ขับ จะจัดพิมพ์พระบรมฉายาลักษณ์พร้อมพระราชดำรัสที่เคยพระราชทานให้ปวงชนชาวไทยในการเสด็จออกมหาสมาคมงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2553 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย มาแจกจ่ายแก่ประชาชนด้วย

ทั่วไทยร่วมแสดงความภักดี

ส่วนบรรยากาศตามต่างจังหวัด ยังคงจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างต่อเนื่อง ช่วงค่ำวันที่ 19 พ.ย. รศ.วิมล ดำศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยอาจารย์และนักศึกษากว่า 6,000 คน จัดพิธีแสดงความอาลัย พร้อมแปรอักษรรูปเลข ๙ ด้านล่างมีข้อความ “ราชภัฏนครฯ คนของพระราชา สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ” จากนั้นยืนสงบนิ่งและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี แสดงถึงความจงรักภักดี

ระนองรวมใจภักดิ์รักราชา

ที่ภูเขาหญ้าสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ต.หงาว อ.เมืองระนอง นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผวจ.ระนอง พร้อมด้วยข้าราชการ ประชาชน และนักเรียนกว่า 15,000 คน ร่วมจัดกิจกรรม “ชาวระนอง รวมใจภักดิ์ รู้รักสามัคคี” เพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว พร้อมแปรอักษรเป็นรูปเลข ๙ อยู่ในรูปหัวใจ จากนั้นยืนสงบนิ่ง 89 วินาที และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อแสดงความจงรักภักดี

ปัตตานีเลี้ยงอาหารเพื่อพ่อ

ที่ลานศิลปวัฒนธรรม อ.เมืองปัตตานี ชมรมผู้ประกอบการอาหารและร้านอาหารในพื้นที่กว่า 100 ร้าน นำอาหารคาว หวาน และน้ำดื่ม มาแจกจ่ายให้กับประชาชน โดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า “เลี้ยงฟรี เพื่อพ่อ” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงภูมิพล เช่นเดียวกับที่ศูนย์แพทย์ทหารบกจังหวัดชายแดนภาคใต้ ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ต.ชุมพล แก้วล้วน รอง ผอ.ศูนย์สันติวิธี เปิดกิจกรรมมอบ
ฟันเทียมสร้างรอยยิ้ม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้านทันตกรรมถวายเป็นพระราชกุศล ขณะที่นายอวยชัย อินทร์นาค ผวจ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยภาครัฐและเอกชน จัดโครงการพลังรักเกาะเต่าปล่อยหอยมือเสือ 99 ตัว รอบเกาะเต่า ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน ถวายเป็นพระราชกุศล รวมถึงอนุรักษ์หอยมือเสือที่กำลังสูญพันธุ์

ซาบซึ้งทรงห่วงเกษตรกร

นายศุภชัย โพธิ์สุ อายุ 58 ปี อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เป็นลูกชาวนาบ้านเกิดอยู่ จ.นครพนม ต่อมามีโอกาสเป็น ส.ส.นครพนม 4 สมัย ได้รับตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2552 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง ร.9 ให้เข้าเฝ้าถวายรายงานตัว เข้ารับตำแหน่ง ณ วังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระองค์ทรงรับสั่งถามว่าเคยทำงานบริหารกระทรวงเกษตรฯมาก่อนไหม ตนตอบว่าไม่เคยพระเจ้าข้า แต่ข้าพเจ้าเคยเป็นครูและเป็นชาวไร่ชาวนามาก่อน มีความรักในอาชีพเกษตรกร ทำให้พระองค์แย้มพระโอษฐ์ พร้อมตรัสว่าขอให้ดูแลเกษตรกรให้ดี พระองค์ทรงงานหนักเพื่อพัฒนาโครงการพระราชดำริ โครงการเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้เกษตรกรอยู่ดีกินดีมาถึงปัจจุบัน

ชาวพิมายวิ่งแสดงอาลัย

ที่ลานพรหมทัต อ.พิมาย จ.นครราชสีมา นายชูศักดิ์ ชุนเกาะ นายอำเภอพิมาย เปิดโครงการวิ่งรณรงค์ต้านโรคเอดส์ พิมายมินิมาราธอน ครั้งที่ 23 เพื่อแสดงความอาลัยแด่ในหลวง ร.9 มีประชาชนร่วมวิ่ง 5,062 คน รวมระยะทาง 10 กม. และ 4 กม. ส่วนที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ นายวิจิตร กิจวิรัตน์ นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ปั่นร้อยดวงใจ นักปั่น แสดงอาลัย พ่อหลวง” ไปตามถนนเพชรมาตุคลา รวมระยะทาง 35 กม. นอกจากนี้มีการแปรอักษรย่อ ภ.ป.ร. และเปิดโรงทาน 89 ซุ้ม เช่นเดียวกับที่สำนักงานเทศบาลตำบลศาลเจ้าพ่อ อ.วังน้ำเขียว นายอภิชาติ ธนะมัย นายอำเภอวังน้ำเขียว เป็นประธานเปิดกิจกรรมปั่นจักรยานแสดงความอาลัยแด่ในหลวง ร.9 มีผู้เข้าร่วมปั่นจักรยาน 189 คน ใช้เส้นทางกบินทร์บุรี- ราชสีมา ระยะทาง 29 กม. เพื่อแสดงความจงรักภักดี

ปรุงน้ำมันหอมระเหยแจก

ที่สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ช่วยกันปรุงน้ำมันหอมระเหยบรรจุขวด เพื่อส่งไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่รอต่อแถวเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง สำหรับน้ำมันหอมระเหยมีส่วนผสม ประกอบด้วย พิมเสน การบูร น้ำมันยูคาลิปตัส น้ำมันพญาเสือโคร่ง ใช้สูดดมบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม จะช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นผ่อนคลายทำให้หายจากอาการวิงเวียนได้

พะเยาเปิดโอกาสผู้ยากไร้

นายจรัล กาญจนปัญญานนท์ นายอำเภอปง จ.พะเยา เปิดเผยว่า จ.พะเยา จัดโครงการให้ประชาชน 3,000 คน เดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ช่วงเดือน ธ.ค.ให้ประชาชนลงชื่อกับผู้นำหมู่บ้าน สำหรับ อ.ปง มอบให้ผู้นำแต่ละหมู่บ้านสำรวจความต้องการของประชาชนเน้นประชาชนที่ยากไร้ แต่ทราบว่าทุกคนล้วนรักและเคารพในหลวง ร.9 อยากไปถวายสักการะพระบรมศพทุกคน เหตุที่เน้นผู้ที่ยากไร้ไปก่อนเนื่องจากเป็นกลุ่มบุคคลที่ไม่สามารถเดินทางไปด้วยตนเอง

แจกข้าวสารงดจัดงานงิ้ว

นายวิสุทธิ์ กังวานไกล ประธานจัดงานงิ้วเจ้าพ่อ ปึงเถ่ากงม่า เจ้าพ่อเสือ ต.ในเมือง อ.เมืองกำแพงเพชร เปิดเผยว่า คณะกรรมการลงมติงดจัดงานงิ้วประจำปี 2559 ช่วงงานลอยกระทงที่ผ่านมา เพื่อแสดงความอาลัยแด่ในหลวงภูมิพล แต่มีพิธีไหว้เจ้าตามประเพณี สำหรับผู้ที่บริจาคเงินให้จัดงานงิ้วก่อนหน้านี้ ได้นำเงินไปซื้อข้าวจากชาวนาแจกในกิจกรรมทิ้งกระจาด และมอบให้มูลนิธิรวมถึงเหล่ากาชาดนำไปมอบให้ผู้ตกทุกข์ได้ยากเป็นการช่วยชาวนาอีกทางหนึ่งเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

ปั่นมอบทุนแด่เด็กยากจน

ที่ลานองค์พระสมุทรเจดีย์ ต.ปากคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ นายสิรศักดิ์ ทัศยาพันธุ์ ปลัดอาวุโส อ.พระสมุทรเจดีย์ เป็นประธานเปิดงาน “ปั่นเพื่อให้ใจเกินร้อย ทำดีตามรอยพ่อ” จัดโดยชมรมรถจักรยานบ้านสงขลาไบท์ จะนำรายได้ทั้งหมดมอบเป็นทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนที่ยากจน มีนักปั่นร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 คน ส่วนที่โรงเรียนหนองรีมงคลสุขสวัสดิ์ หมู่ 7 ต.หนองรี อ.เมืองชลบุรี นายสุนทร ตันติโภคากุล นายก อบต.หนองรี พร้อมคณะครูและนักเรียนกว่า 2,000 คน จัดพิธีแสดงความอาลัยแด่ในหลวง ร.9 พร้อมแปรอักษรเป็นรูปเลข ๙ ด้านล่างมีข้อความ “หนองรีรักพ่อ” จากนั้นยืนสงบนิ่ง 89 วินาที และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเพื่อแสดงความจงรักภักดี

รวมพลังกราบพ่อหลวง

ที่หน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร นายอุเทน จ้อยเอม ประธานชมรมจักรยานสมุทรสาคร พร้อมด้วยสมาชิกกว่า 300 คน เริ่มปั่นจักรยานไปถวายสักการะพระบรมศพในหลวงภูมิพล ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขณะที่นายวรวัฒน์ ประคำสี อายุ 36 ปี ชาว จ.อุทัยธานี พร้อมด้วย น.ส.ณพรรษสร ชัยมงคลธนสุธี อายุ 45 ปี ภรรยา และนายธรรมลักษณ์ ประคำศรี อายุ 18 ปี บุตรชาย เดินเท้าเป็นวันที่ 3 เข้าสู่พื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยมีรถกู้ชีพของเทศบาลตำบลศาลากลาง คอยอำนวยความสะดวก ในการไปถวายสักการะพระบรมศพในหลวง ร.9

ร่วมแสดงความภักดีพร้อมกันทั่ว ปท.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้แจ้งกำหนดการเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศร่วมกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” วันที่ 22 พ.ย. เวลา 08.00 น. เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ และร่วมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยรัฐบาลจะจัดงาน ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า นายกฯจะนำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความ จงรักภักดีต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ส่วนทุกกระทรวงจัดกิจกรรมที่กระทรวง โดยมีปลัดกระทรวงกล่าวนำปฏิญาณ รวมถึงรัฐวิสาหกิจ มหาวิทยาลัย โรงเรียนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกแห่ง

สนามหลวงหยุดการเดินคิวเพื่อร้องเพลง

ทางด้านสนามหลวง กอร.รส. ก็จะจัดกิจกรรมเช่นกัน โดยช่วงเวลาดังกล่าวจะหยุดการเดินคิว ให้ประชาชนได้ร่วมร้องเพลงชาติและแสดงความจงรักภักดีพร้อมกันกับประชาชนทั่วประเทศ ในส่วนของ กทม. จัดงาน ณ ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการฯ พร้อมกับ 50 สำนักงานเขต ขณะที่ต่างจังหวัดจัดที่หน้าศาลากลาง หน้าที่ว่าการอำเภอ หน้าที่ทำการเทศบาล มีทั้งข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทหาร ตำรวจ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่รัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าเข้าร่วม

พสกนิกรยังล้นแน่นขนัดสนามหลวง รอเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เจ้าหน้าที่ทหาร กอ.รมน.น้ำตาไหล ซึ้งใจในความเพียรพยายามของเหล่าประชาชน ที่เฝ้าอดทนรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพตั้งแต่เช้ามืด 21 พ.ย. 2559 05:10 21 พ.ย. 2559 05:10 ไทยรัฐ