วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝรั่งทิ้งหุ้นไทย 3 หมื่นล้าน

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) กล่าวถึงภาวะตลาดหุ้นไทยขณะนี้ว่า ต้องติดตามแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติอย่างใกล้ชิด เนื่องจากต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยออกมาอย่างหนัก โดยได้ขายสุทธิติดต่อกัน 20 วันทำการแล้ว รวมกว่า 32,000 ล้านบาท และเมื่อรวมแรงขายตั้งแต่เดือน ต.ค.ถึงวันที่ 18 พ.ย. 59 ต่างชาติขายสุทธิรวมแล้วกว่า 43,000 ล้านบาท ซึ่งหากยังขายสุทธิต่อเนื่องอีก จะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อตลาดหุ้นไทย โดยสาเหตุหลักที่ทำให้กระแสเงินทุนไหลออกเป็นผลจากความกังวลกับนโยบายของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ และทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

“เดือนนี้แค่วันที่ 1-18 พ.ย. ต่างชาติขายสุทธิแล้ว 25,568 ล้านบาท เป็นการขายสุทธิมากสุดในรอบปีนี้ ต้องรอดูว่าจะหยุดขายเมื่อไหร่ เพราะหากยังขายต่อเนื่อง จะเกิดความกังวลใจต่อนักลงทุน แต่กระแสเงินไหลออกนี้ ไม่ใช่เกิดเฉพาะกับไทยอย่างเดียว แต่เป็นทั้งภูมิภาคหนักสุดคือไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์”

สำหรับผลดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไตรมาส 3 ที่ บล.เคทีบีรวบรวมจำนวน 655 บริษัทนั้น พบว่ามีกำไรสุทธิรวม 210,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 240.09% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 13.51% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ต่ำกว่าที่ บล.เคทีบีประเมินไว้ที่ 239,000 ล้านบาท ส่วนงวดรวม 9 เดือน มีกำไร 670,000 ล้านบาท สาเหตุที่กำไรไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น เพราะปีที่แล้ว ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ บมจ.ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) ขาดทุนถึง 46,000 ล้านบาท และเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในกลุ่มสถาบันการเงินที่สูงขึ้น ส่วนสาเหตุที่กำไรไตรมาส 3 ลดลงกว่าไตรมาส 2 เป็นผลจากผลดำเนินงานในธุรกิจสื่อสาร โดยเฉพาะโทรศัพท์ที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรงในการตัดราคาขายเพื่อรักษาลูกค้า และกลุ่มพลังงานมีกำไรลดลง.

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) กล่าวถึงภาวะตลาดหุ้นไทยขณะนี้ว่า ต้องติดตามแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติอย่างใกล้ชิด 21 พ.ย. 2559 00:35 21 พ.ย. 2559 00:35 ไทยรัฐ