วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า

คุณสมบัติของบุคคลที่จะเข้ามาเป็น กกต.ที่เกิดปัญหาแล้ว

มีอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ กกต.โดยตรงก็คือการยกเลิก กกต.จังหวัด ซึ่งจะมีการตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่แทน

ลองมาฟังเหตุผลฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ฝ่ายที่เห็นด้วยระบุว่า จากการเปิดรับฟังความเห็นมาแล้วพบว่ามีไม่ถึง 5% ที่ กกต.จังหวัดไว้ใจได้ จับการทุจริตได้สมกับคำเล่าลืออย่างเช่น กำนันเงินหมื่น อบต.เงินแสน เป็นต้น

ประสิทธิภาพการทำหน้าที่จึงไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์

ต้องเสียงบประมาณเป็นเงินจำนวนมากจากการเลือกตั้ง 4 ปีครั้ง กลายเป็นว่า กกต.จังหวัดจึงเป็นองค์กรถาวร

พูดง่ายๆว่าเป็นการขยายปีกที่ทำให้ กกต.ใหญ่โตเกินเหตุ

ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของนักการเมืองทั้งระดับชาติ ท้องถิ่นและผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นที่ควบคุม กกต.จังหวัดได้

ผู้ตรวจการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้นไม่มีอำนาจหน้าที่ในการเอาผิดการทุจริตหรือการทำสำนวนการเลือกตั้ง แต่จะช่วยรองรับขอให้ กกต.ส่วนกลางที่จะลงไปตรวจสอบช่วยให้สามารถระงับการเลือกตั้งในพื้นที่ได้

อีกทั้งจะมีการตั้งสายสืบการเลือกตั้งโดยอาศัยคนในพื้นที่ นักศึกษา

ทั้งนี้ ผู้ตรวจการเลือกตั้งจะต้องลงพื้นที่เพื่อรู้จักพื้นที่ หาข้อมูล ตรวจสอบการทุจริต เพียงแต่ต้องเลือกคนที่มีความกล้า ไม่เกรงกลัวอิทธิพลท้องถิ่น

นี่เป็นเหตุผลคร่าวๆของฝ่ายที่เห็นด้วย

อีกด้านที่ไม่เห็นด้วยระบุว่า จะหาคน 500-600 คนพร้อมปฏิบัติหน้าที่ทุกจังหวัดได้อย่างไร หากไปทำงานในพื้นที่ซึ่งจะต้องอยู่ในจังหวัดนั้นถึง 2 เดือน ซึ่งเป็นไปไม่ได้เนื่องจากมีงานประจำอยู่แล้ว

ยิ่งจับสลากได้ในจังหวัดที่ไม่อยากไปจะทำอย่างไร?

ต้องใช้งบประมาณมาก ทั้งค่ารถ ค่าที่พัก ค่าสวัสดิการ เบี้ยเลี้ยงต่างๆน่าจะใช้งบประมาณสูงถึง 150 ล้านบาท

การให้คนนอกพื้นที่ไปอยู่ในพื้นที่อื่น ซึ่งไม่รู้จักพื้นที่จริงจะเกิดปัญหาในการทำงานได้ โดยเฉพาะจะ “ใจถึง” พอหรือไม่?

นี่ก็เป็นเหตุผลของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย

ว่าที่จริงแล้วเนื่องจาก กกต.เป็นองค์กรอิสระ ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการควบคุมการเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมอันเป็นต้นน้ำที่จะทำหน้าที่กลั่นกรอง “นักการเมือง” อันถือว่าเป็นต้นธารสำคัญและมีผลต่อการเมืองของประเทศ

สิ่งที่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งก็คือ การทำงานของ กกต.ที่ผ่านมายังไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พูดง่ายๆก็คือ ยังไม่สามารถแก้ปัญหาการซื้อเสียงได้

กรธ.คงประเมินบทเรียนจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาทั้งข้อดี-ข้อเสียต่างๆจนคิดค้นวิธีการทำงานของ กกต. ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวน กกต.จาก 5 คน เป็น 7 คน คุมเข้มในเรื่องคุณสมบัติ เพิ่มอำนาจ กกต.ให้มากขึ้น

การยกเลิก กกต.จังหวัดหันมาใช้คณะผู้ตรวจการเลือกตั้งแทน

ถือว่าเป็นแนวทางที่เห็นว่าน่าจะรับมือกับการทุจริตเลือกตั้งได้ดีกว่าใช้วิธีการในรูปแบบเดิมที่ไม่ประสบความสำเร็จ

ยังมีเวลาที่จะพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบด้านได้ จึงต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นให้หลากหลายกว่านี้ก็คงจะได้สูตรสำเร็จที่เป็นเหตุเป็นผล

แต่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่เป็นเรื่องที่ควรกระทำอย่างยิ่ง.

“สายล่อฟ้า”

20 พ.ย. 2559 10:54 20 พ.ย. 2559 10:54 ไทยรัฐ