วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มองอนาคตการเมืองในกรอบรัฐธรรมนูญใหม่ : ติดหล่มจมปลัก

ก้าวขึ้นทำเนียบผู้อาวุโสวงการเมือง ผ่านด่านการปั้นนายกรัฐมนตรีมาแล้วถึง 3 คน โดดเด่นอยู่ในถิ่นบูรพาพยัคฆ์ ถึงได้รับฉายาว่า “เจ้าพ่อวังน้ำเย็น”

ขณะนี้รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีองค์ประกอบส่วนหนึ่ง

เป็นบรรดาบิ๊กสายบูรพาพยัคฆ์ เข้ามาบริหารประเทศผ่านมา 2 ปีกว่า ผู้ที่เคยสัมผัส “บิ๊กบูรพาพยัคฆ์” นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาล และ คสช.

เริ่มต้นก็เกริ่นถึงภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะปัญหาปากท้อง ประชาชนไม่มีกำลังซื้อ สถานประกอบการผลิตอะไรมาขายไม่ค่อยได้ สุดท้ายรัฐจะเก็บภาษีจากที่ไหน

ที่สำคัญเกษตรกรชาวนามีต้นทุนการผลิตสูง แต่ขายข้าวเปลือกราคาต่ำ และซื้อข้าวสารราคาแพง

แรงงานแม้ค่าจ้างขั้นต่ำกำลังจะขยับขึ้น แต่ค่าครองชีพยังสูง เลี้ยงชีวิตได้แค่ตัวคนเดียว ไม่เพียงพอเลี้ยงครอบครัว

เมื่อประชาชนยากจนลงแล้วประเทศจะอยู่กันได้อย่างไร

ขณะที่ในด้านการเมือง เมื่อส่องดูเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่รอการประกาศใช้และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ที่คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยกร่าง

สุดท้ายเมื่อมีผลบังคับใช้แล้ว ผลจะออกมาอย่างไรยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้

แม้กระทั่งฝ่ายตั้งใจทำจะสำเร็จหรือไม่ที่จะสืบทอดอำนาจ

แต่ในภาพรวมสะท้อนให้เห็นว่า ต้องการ “บล็อกคน-บล็อกประชาธิปไตย-บล็อกประเทศ” เพราะกำหนดให้เกิดรัฐบาลผสมหลายพรรค ซึ่งต้องไปดึงเสียงจากพรรคเล็ก พรรคน้อย จะเป็นตัวบล็อกไม่ให้รัฐบาลทำงานได้สะดวก

ยิ่งการกำหนดให้ ส.ส.ไม่ต้องปฏิบัติตามมติพรรค จะถอยหลังกลับไปสู่การเมืองสมัยโบราณ โหวตลงมติในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแต่ละครั้ง จะต้องเดินเข้าห้องน้ำ มีการต่อรองกันเกิดขึ้น วุ่นวายไปหมด

ในอนาคตการเมืองไม่พัฒนาขึ้น แต่จะยิ่งแย่ไปกว่าเดิม เพราะสมัยก่อนบ้านเมืองไม่ได้ตกอยู่ในสภาพที่แตกแยก ไม่มีอะไรร้อนคุกรุ่นอย่างนี้ แต่ตอนนี้ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น แล้วจุดติดก็ลุกโชนขึ้นมาเลย

จำได้หรือไม่ว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 ผมออกมาย้ำเตือนตลอดว่าจะทำให้การเมืองยุ่งเหยิง ที่ออกมาคัดค้านไม่ใช่ว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เรารับอยู่แล้ว แต่ขอให้ปรับแก้ไขเนื้อหากันหน่อย

โดยเฉพาะอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีมากจนเกินไป แจกใบเหลือง ใบแดงใครก็ได้ จะก่อให้เกิดปัญหาตามมา สุดท้ายเป็นไปอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ ก่อให้เกิดความขัดแย้งตามมา

ทีมข่าวการเมือง ขอฉายภาพให้เห็นร่าง พ.ร.บ.กกต.ฉบับที่จะเข้าสู่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีสาระสำคัญหลายประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

อาทิ การกำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะมาเป็น กกต.เข้มข้นขึ้น ชนิดที่มี กกต.บางคนตอบโต้ กรธ.อย่างดุเดือด

เช่น ต้องดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ เทียบเท่าระดับอธิการบดี อัยการ ผู้พิพากษาติดต่อกัน 10 ปี ในทางวิชาการต้องอยู่ในระดับศาสตราจารย์มาไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับบริหารงานการเลือกตั้งมาไม่น้อยกว่า 20 ปี โดยประสบการณ์แต่ละด้านสามารถนับรวมเวลากันได้

อำนาจหน้าที่ที่ปรับใหม่ เช่น ให้ กกต.เพียง 1 คน สามารถสั่งให้นับคะแนนใหม่ หรือสั่งระงับการเลือกตั้งได้ทันที หากพบว่าไม่สุจริตยุติธรรม

ยกเลิก กกต.จังหวัดแล้วกำหนดให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งจังหวัด จำนวน 5-7 คน ขึ้นอยู่ที่ความจำเป็นในแต่ละพื้นที่ ซึ่งผู้ตรวจการเลือกตั้ง 2 คนมาจากคนในพื้นที่ และส่วนที่เหลือ กกต.จะสุ่มว่าใครจะต้องไปลงพื้นที่ใดบ้าง มีอำนาจเฉพาะช่วงมีการเลือกตั้ง มีเฉพาะเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทาง แต่ไม่มีเงินเดือน

กำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหากรรมการองค์กรอิสระทำหน้าที่สรรหา กกต.เพิ่มอีก 2 คน ให้ครบ 7 คน และวินิจฉัยว่า กกต.ชุดเดิมมีใครขัดคุณสมบัติตามกติกาใหม่หรือไม่ ถ้าชี้ว่าขัดก็ทำหน้าที่จนกว่าจะสรรหา กกต.คนใหม่มาแทน

ส่วนร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง กรธ.กำหนดให้พรรคการเมืองตามกฎหมายพรรคการเมืองปี 2550 ยังคงสภาพอยู่ ภายใต้เงื่อนไขมีจำนวนสมาชิก จำนวนสาขาและตัวแทนสมาชิกประจำจังหวัดครบตามที่กฎหมายกำหนด

โดยต้องทำให้เสร็จภายใน 90 วันนับแต่กฎหมายบังคับใช้ หากไม่ดำเนินการหรือไม่ทัน มีโทษยุบพรรค

การตัดสิทธิทางการเมืองจากการยุบพรรค จะมีโทษเฉพาะผู้กระทำผิด ไม่เกี่ยวกับคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งมีโทษสูงสุดคือตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต

และหากทำผิดในฐานความผิดล้มล้างการปกครอง การซื้อขายตำแหน่ง มีอัตราโทษทางอาญาที่รุนแรงสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต เพราะเป็นการทำลายระบบการปกครอง

นี่คือเนื้อหาที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ในกฎหมายลูก โดยเฉพาะการเพิ่มอำนาจให้ กกต.คนเดียว สั่งให้นับคะแนนใหม่หรือสั่งระงับการเลือกตั้งได้ทันที หากพบว่าไม่สุจริตยุติธรรม นายเสนาะ บอกว่า แบบนี้จะก่อ ให้เกิดความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น

ถ้าประชาชนไม่ได้รับความชอบธรรม สถานการณ์ความขัดแย้งอาจจะหนักกว่าเดิม เพราะขณะนี้ประชาชนประสบปัญหาปากท้อง ข้าวสารแพง ข้าวเปลือกถูก และปัญหาความขัดแย้งที่ยังไม่คลี่คลาย

จะเสนอทางออกหรือทางแก้ไขอย่างไรบ้าง นายเสนาะ บอกว่า ไม่ต้องไปทำอะไรมาก ในเมื่อรัฐธรรมนูญเป็นกติกาใหญ่ ถ้าเขียนกติกาไว้แบบนี้ ส.ส.ทำอะไรไม่ได้

ควรแก้กติกาการปกครองบ้านเมือง เพื่อให้ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและรัฐบาลที่คิดถึงประชาชน

พอมีการเลือกตั้งทั้งหมดจะออโตเมติก รัฐบาลมาจากประชาชนจะต้องเอาใจประชาชน

หากรัฐบาลไม่แก้ไขปัญหาให้ประชาชน ส.ส.ในพื้นที่จะต้องเร่งให้รัฐบาลทำ เพราะประชาชนในพื้นที่ด่า ส.ส. ผู้แทนในพื้นที่ก็อยู่ไม่ได้

ทางออกของประเทศจะแก้ไขอย่างไร จะแก้ปัญหาปากท้องก่อนหรือมีการเลือกตั้งก่อน นายเสนาะ บอกว่า ขอพูดตรงๆน่าจะนำรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาปัดฝุ่นใช้ ถ้าอยากจะให้สุดๆ นำคนนอกเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี แบบนี้ยังพอคุยกันได้

ถ้าอยากจะสืบทอดอำนาจก็ต้องมาคุยกัน

สมมติถ้าผมเป็นพรรคใหญ่ จะไม่ขอเป็นรัฐบาล อยากเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นต่อ แล้วดูสิว่าเมื่อมาเจอของจริงจะอยู่ได้หรือไม่

จากประสบการณ์ที่ผมอยู่กับการปฏิวัติมาหลายครั้ง ตั้งแต่สมัย 6 ตุลา 19 เอานายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐบาลหอย สภาหอย ประกาศแบบท่องสูตรคูณจะอยู่ 8 ปี 12 ปี 16 ปี ถึงจะเป็นประชาธิปไตย

ผลสุดท้ายรัฐบาลอ่อนแอมาก

เฉกเช่นยุคนี้กติกาใหม่ที่เขียนบล็อกไว้ทั้งหมด ระบบบ้านเมืองเดินไปไม่ได้ มีแต่ล้าหลัง ในที่สุดจะเกิดความขัดแย้ง เอาเฉพาะแค่ประชาชนเลือกตั้งการเมืองใหญ่ได้เสียงข้างมาก แต่ไม่ได้เป็นรัฐบาล มันผิดวิสัยความจริง

รัฐบาลถือว่าปกครองประเทศได้ เพราะมีกองทัพสนับสนุน ดูแลด้านความมั่นคง ป้องกันเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองได้ นายเสนาะ บอกว่า การปฏิวัติที่ผ่านมาไม่เคยมีการออกรัฐธรรมนูญชั่วคราว โดยกำหนดให้คนคนเดียว มีอำนาจตามมาตรา 44 ทำให้อยู่เหนือ
กฎหมาย ทำอะไรก็ได้ ไม่มีใครกล้าทำ

แต่รัฐบาลใช้อำนาจพิเศษมา 2 ปีกว่าแล้ว ก่อให้เกิดปัญหาตามมา มากมาย อาทิ ปัญหาระบบข้าราชการ คนดีอยู่ไม่ดี คนทำงานโดนหมด ถูกย้ายตอนไหนก็ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า ในสถานการณ์การเมืองแบบนี้จะก่อให้เกิดปัญหาตามมาแน่ ควรเซ็ตซีโร่กันใหม่ทั้งหมด เพื่อเริ่มต้นกันใหม่ นายเสนาะ บอกว่า รัฐธรรมนูญที่เขียนเอาไว้ดีๆหลายฉบับ ควรเอามาปัดฝุ่นและเพิ่มเติมสิ่งที่ดีๆเข้าไป ทำง่ายนิดเดียว

จะปล่อยให้กลุ่มคนที่เขียนกติกาแบบอคติต่อนักการเมือง ต่อไปไม่ได้

สุดท้ายก็มาทะเลาะแบ่งแยกกันอีก.

ทีมการเมือง

20 พ.ย. 2559 09:53 20 พ.ย. 2559 10:00 ไทยรัฐ