วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กลุ่มลับโผล่ ลิงค์เถื่อนผุด! ไขข้อข้องใจปมปิดโคตรฮิต ทีวีไทยชักใยเบื้องหลัง?

อาจุมม่าแสนใจดีกลับหนีหน้า
Besee จ๋าหายไปไหนฉันเฝ้าห่วง
มาวันนี้วิกฤตินักเจ็บทั้งทรวง
แอบลับลวงไล่ล่าหาซับไทย
เว็บแปลไวภาษาใช่ถูกจริต
แสนหายากสุดฤทธิ์พลิกเน็ตหา
สามีรักลีมินโฮเพิ่งจะมา
โอปป้าจ๋ารอ ‘โคตรฮิต’ หวนชิดเชย.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์...

คอซีรีส์เกาหลีทั่วประเทศสุดเจ็บปวด หลังเว็บไซต์แปลซับไตเติลชื่อดังอย่าง “โคตรฮิต” ประกาศยุติแปลซีรีส์อย่างเป็นทางการ เหตุเพราะสถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ของเกาหลีเริ่มขยับแข้งขยับขา และส่งสัญญาณเตือนทางกฎหมายมาถึง “โคตรฮิต” เว็บไซต์ดังขวัญใจของพี่น้องคอซีรีส์

โดยในช่วงก่อนหน้านี้ มีข่าวลือข่าวหลอกออกมามากมายว่า เว็บไซต์ฉายซีรีย์เกาหลีแบบถูกกฎหมาย (VIU) ได้ทาบทามทีมแปลของโคตรฮิตให้ไปร่วมทีม ซึ่งข่าวดังกล่าวได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ออกไปต่างๆ นานาว่า “จะรอชมผลงานของโคตรฮิตต่อไป”, “โคตรฮิตต้องทำออกมาได้ดีแน่ๆ” หรือแม้กระทั่งความคิดเห็นที่ว่า “การยุติแปลซับของโคตรฮิต เป็นเพราะทีมงานจะย้ายไปทำงานกับ VIU หรือไม่?”

ไม่นานนัก ความเคลือบแคลงสงสัยต่างๆ นานา ก็ถูกคลี่คลายออกไป ภายหลังจากคอซีรีส์เกาหลีผู้หนึ่งได้ตัดสินใจส่งข้อความไปสอบถามทีมงานโคตรฮิต ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก “โคตรฮิต kodhit.com” ซึ่งคอซีรีส์เกาหลีผู้นี้ได้รับคำตอบจากแอดมินกลับมาสั้นๆ ว่า “ข่าวปลอมนะคะ”

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ทีมงานของเว็บไซต์โคตรฮิต เพื่อซักถามเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่สังคมกำลังให้ความสนใจ แต่ได้รับคำตอบจากทีมงานกลับมาสั้นๆ เช่นกันว่า “ต้องขอโทษด้วยนะคะ ไม่สะดวกค่ะ”

คลายข้อสงสัย ทีวีไทยอยู่เบื้องหลังเว็บดังยุติแปลหรือไม่?

ในขณะเดียวกัน ยังมีอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่คอซีรีส์เฝ้าสงสัย และแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า “สถานีโทรทัศน์ของไทยบางช่อง (ที่ซื้อลิขสิทธิ์ซีรีส์เกาหลีมาฉาย) อาจเป็นผู้สะกิดเตือนไปยังเจ้าของลิขสิทธิ์ เพราะหวังให้ผู้ชมหันมาดูซีรีส์จากช่องของตัวเองเพิ่มมากขึ้น”

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง ดร.องอาจ สิงห์ลำพอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ในฐานะสถานีโทรทัศน์ช่องสำคัญที่นำซีรีส์เกาหลีมาฉายแบบสดใหม่ หรือช้ากว่าเกาหลีเพียงเล็กน้อย โดย ดร.องอาจ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ข่าวลือที่ว่า สถานีโทรทัศน์อยู่เบื้องหลังการยุติแปลซับไทยนั้น ในส่วนของช่องเรา เราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องแต่อย่างใด และโดยส่วนตัวมองว่า คนที่ประกอบอุตสาหกรรมทีวีไม่มีใครสนใจเรื่องนี้ และเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่า ใครเป็นผู้ที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้”

เมื่อโคตรฮิตหยุดแปลซับ อาจไปช่วยกระตุ้นยอดผู้ชมให้กับทางช่องหรือไม่? ผู้สื่อข่าวถาม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีโทรทัศน์ช่อง 8

ผู้บริหารช่อง 8 ตอบว่า “กรณีการยุติแปลซับไตเติลของเว็บฯ ดัง คาดการณ์ว่า อาจจะช่วยกระตุ้นเรตติ้งได้ไม่มาก เพราะพฤติกรรมคนที่ดูออนไลน์ เขาก็จะเสพสื่ออยู่บนออนไลน์เสียเป็นส่วนใหญ่ บางทีเขาไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมมาเสพสื่อผ่านหน้าจอทีวีเลย บางคนเขาไม่ถนัดที่จะดูทีวี เขาก็ไม่เอา เขาไม่ยอมดูอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น เว็บฯ ดังปิดไป ก็ไม่ช่วยอะไรเท่าใดนัก

ในช่วงก่อนหน้านี้ ช่อง 8 ออกอากาศซีรีส์เกาหลีทั้งในแบบที่ล่าช้ากว่าเกาหลีราว 2-3 ตอน หรือในแบบรวดเร็วชนิดว่า ซีรีส์บางเรื่องของเกาหลียังฉายไม่จบตอน แต่ช่อง 8 นำตอนที่เกาหลีกำลังฉายอยู่มาฉายในไทยแล้ว ความแตกต่างในเรื่องของระยะเวลาดังกล่าว มีผลต่อยอดผู้ชมหรือไม่? ผู้สื่อข่าวถามแทนใจคอซีรีส์

ดร.องอาจ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ตอบกลับว่า "ระยะห่างในแง่ของเวลานั้น มีผลต่อเรตติ้งระดับหนึ่ง แต่นอกจากเรื่องเรตติ้ง เรายังได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ชมว่า เราสามารถทำได้ เราสามารถนำซีรีส์เกาหลีที่เขาปิดกล้องแล้ว ตัดต่อเสร็จแล้วมาเข้ากระบวนการแปล, พากย์ และทำซับไตเติลได้ภายในระยะเพียง 2-3 วันก่อนออกอากาศ ซึ่งก่อนหน้านี้ ในประเทศไทยไม่มีใครคิดถึงเรื่องความสดใหม่นี้เลย บางเรื่องช้ากว่าเกาหลีนาน 1-2 ปีด้วยซ้ำ และในวันนี้ เมื่อเราเข้ามาจับกระแสเกาหลี เราก็ได้ค้นพบว่า ถ้าจะให้เกิดผล ต้องแบบนี้ เขาฉายปุ๊บ เราฉายปั๊บ

“สำหรับซีรีส์บางเรื่องที่เราฉายล่าช้ากว่าเกาหลี 2-3 ตอนนั้น มาจากข้อจำกัดในเรื่องที่ว่า 1.ซีรีส์เกาหลีเขามักจะถ่ายไปออนไป 2.มีหลายเจ้าหลายชาติที่ขอซื้อลิขสิทธิ์ เพราะฉะนั้น ก็ต้องวนกันซื้อ 3.ช่วงเวลาในการออกอากาศของเกาหลีก็ไม่ค่อยตรงกับผังของทางช่อง ดร.องอาจ แจกแจง

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวสะกิดถามถึงเรื่องราคาของซีรีส์เกาหลีแต่ละเรื่อง ดร.องอาจ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 แย้มว่า “ไม่สามารถบอกเป็นตัวเลขได้ แต่เอาเป็นว่า ราคาต่ำกว่าผลิตละครไทย 2-3 เท่าตัว”

ขณะที่ นายพลากร สมสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 กล่าวตอบข้อซักถามปมเว็บฯ ดังยุติแปลซับไตเติลว่า “ผมไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ แต่เห็นคนพูดถึงกันอยู่ ตอนนี้อยู่ในช่วงที่จับตาดูสถานการณ์ของผู้ชมไปสักระยะก่อน”

“ซีรีส์ที่นำมาฉายในช่วงก่อนหน้านี้ อย่างเรื่องชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ นับว่าเรตติ้งดี  ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ในเรื่องของราคาซีรีส์เกาหลีนั้น บอกได้ว่า ราคาก็จะแตกต่างกันออกไป แต่ไม่ขอเปิดเผยตัวเลข” นายพลากร กรรมการผู้จัดการ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 กล่าว

เปิดกลุ่มลับ แชร์รัก แชร์ลิงค์!

แม้ว่าเว็บไซต์แปลซับไตเติลหลักอย่างโคตรฮิต หรือเว็บไซต์อื่นๆ จะเริ่มยุติการแปลไปแล้วก็ตาม แต่การกระทำดังกล่าวนั้น ไม่สามารถหยุดกระบวนการละเมิดลิขสิทธิ์ซีรีส์เกาหลีได้แม้แต่น้อย เนื่องจากพลังของคอซีรีส์เกาหลียังคงเสาะแสวงหาช่องทางเสพซีรีส์อื่นๆ อย่างไม่ย่อท้อ โดยผู้สื่อข่าวพบว่า คอซีรีส์หลายต่อหลายท่านมีการเปิดกลุ่มลับผ่านช่องทางโซเชียลฯ ต่างๆ เช่น (กลุ่มหรือเพจ)เฟซบุ๊ก, (กลุ่ม)ไลน์ เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยกันแชร์แหล่งเสพซีรีส์เกาหลีแห่งใหม่

จากการสำรวจเบื้องต้นของผู้สื่อข่าว พบว่า คอซีรีส์เกาหลีต่างมีความกังวลว่า ลิงค์เว็บไซต์ดูซีรีส์จะถูกปิด และกลุ่มลับจะถูกปิดตามไปด้วย ดังนั้นเหล่าผู้ดูแลภายในกลุ่มต่างๆ จึงวิงวอนให้สมาชิกทำตามกติกา คือ อย่าแชร์ลิงค์ออกไปนอกกลุ่ม แต่สุดท้าย เหล่าผู้ดูแลก็ไม่สามารถห้ามปรามได้ เพราะยังมีสมาชิกจากในกลุ่มแชร์ลิงค์ออกไปอย่างต่อเนื่อง

เว็บฯ ใจดีแปลฟรีให้ดู (แต่ได้ค่าโฆษณา) โทษหนัก จำคุกนาน 4 ปี ปรับ 8 แสน

ด้วยเหตุนี้ น.ส.นุสรา กาญจนกูล ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงกล่าวถึงกรณีเว็บไซต์ต่างๆ ที่พยายามแปลซับไตเติลซีรีส์เกาหลีเป็นภาษาไทย โดยไม่ขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ว่า การกระทำเช่นนี้ ถือว่าเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2558 ฉบับแก้ไขใหม่ ใน 2 ฐานความผิด คือ 1.การทำความผิดในการทำซ้ำ ดัดแปลงในการแปลภาษาเกาหลีเป็นภาษาไทย และ 2.การทำความผิดโดยการนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณชน โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์

นอกจากนี้ หากเจ้าของเว็บที่นำซีรีส์เกาหลีมาให้ชมฟรี และมีการได้รายได้จากค่าโฆษณาและทำการค้า จะมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา โดยมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 1 แสน ถึง 8 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากไม่ทำเพื่อการค้า มีโทษปรับตั้งแต่ 2 หมื่น ถึง 2 แสนบาท ส่วนโทษทางแพ่งถือเป็นความผิดส่วนตัว เจ้าของสิทธิ์ที่เป็นผู้เสียหายจะเป็นผู้เรียกร้อง โดยศาลจะให้ชดเชยตามความเสียหายจริงตามที่พิสูจน์ได้ และสามารถตกลงยอมความกันได้ แต่หากตกลงกันไม่ได้ กรมฯ มีบริการรับไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้

อ้าว! คนที่มาลงโฆษณา ผิดไปด้วยไหม?

เมื่อพูดถึงรายได้ของเว็บฯ เถื่อน ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า แหล่งเงินทุนหลักมาจากผู้ลงโฆษณา เพราะฉะนั้นคำถามที่ตามมาก็คือ ผู้ที่ลงโฆษณามีความผิดไปด้วยหรือไม่? อ.ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายลิขสิทธิ์และคอมพิวเตอร์ กล่าวตามข้อกฎหมายว่า "ผู้ลงโฆษณา มีโทษเช่นกัน"

“มีความผิดครับ เพราะถือว่าเป็นการสนับสนุนการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่สิ่งที่น่ากังวลอย่างมากก็คือ ไม่มีใครเอาเรื่องกับบริษัทเหล่านี้เลย บวกกับผู้บังคับใช้กฎหมายไม่มีการติดตาม ทั้งๆ ที่ผู้ลงโฆษณาคือ ท่อน้ำเลี้ยงหลักของเว็บฯ ละเมิดลิขสิทธิ์ หากบีบท่อน้ำเลี้ยงได้ เว็บฯ ละเมิดลิขสิทธิ์ก็อยู่ไม่ได้” อ.ไพบูลย์ กล่าวถึงสภาพปัญหา

อย่างไรก็ตาม การกระทำของผู้ลงโฆษณานั้น เสมือนเป็นการสนับสนุนให้เว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะฉะนั้นผู้สนับสนุนจะได้รับโทษหนึ่งในสามของความผิดตามกฎหมายลิขสิทธิ์ทั่วไป ซึ่งความผิดตามกฎหมายลิขสิทธิ์ทั่วไปจะมีตั้งแต่ปรับ 80,000 บาท 100,000 บาท 300,000 บาท หรือจำคุก

อ้าว! คนดู ผิดไปด้วยไหมเนี่ย?

โดนหางเลขมาถึงสปอนเซอร์ลงโฆษณา แล้วผู้ชมตาดำๆ จะผิดไหม? อ.ไพบูลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายลิขสิทธิ์และคอมพิวเตอร์ ไขข้อข้องใจในเรื่องดังกล่าวว่า ผู้ที่เข้าไปชมภาพยนตร์ หรือชมซีรีส์เกาหลีในเว็บไซต์แปลซับไตเติลนั้น ไม่ถือว่าเป็นความผิด เนื่องจากผู้ชมไม่ได้นำมาทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน จึงเข้าข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา 32 พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2558

“แม้ว่าโคตรฮิตจะออกมาแถลงเช่นนี้ ก็ไม่ถือว่าจะช่วยอะไรเขาได้ เนื่องจากซีรีส์เก่าๆ ที่ทีมงานเคยแปล ยังถูกเผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์ ซึ่งอันที่จริงแล้ว เขาควรจะลบออก เพราะตราบใดที่ซีรีส์ยังเผยแพร่อยู่ หรือกดคลิกดูได้ ก็นับว่าผิดกฎหมายอยู่ดี อ.ไพบูลย์ แสดงความเป็นห่วง.

สุดท้าย
“ผิด” กับ “รัก”
คุณเท่านั้นที่จะต้อง
“แยกแยะ” และ “เข้าใจ”...

เปิดใจทีวีไทยอยู่เบื้องหลังปิดเว็บฯ ดังหรือไม่? และผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ทีมงานของเว็บไซต์โคตรฮิต เพื่อซักถามข้อเท็จจริง ได้รับคำตอบว่า... 19 พ.ย. 2559 17:20 21 พ.ย. 2559 12:23 ไทยรัฐ