วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบแล้ว พ่อเลี้ยงอำมหิต ฆ่า2ขวบ อุ้มศพทิ้งข้างถนน

อ้างเด็กร้องงอแง สลดแม่แท้ๆรู้เห็น

รวบแล้วพ่อเลี้ยงโหด สารภาพโมโหลูกเลี้ยงวัย 2 ขวบ ร้องไห้งอแงขี้เยี่ยวเลอะเทอะ ใช้กำลังทุบตีแต่เด็กยังไม่หยุดร้อง เลยลากตัวเข้าห้องน้ำใช้สายยางฉีดน้ำใส่หน้าจนเหยื่อสำลักน้ำขาดใจตายทุรน แม่เด็กตื่นมาเจอลูกชายเป็นศพกลับทำเฉยชา ปล่อยให้ผัวหนุ่มอุ้มร่างไร้วิญญาณลูกไปโยนทิ้งริมถนนอำพรางคดี แล้วพากันหนีไปกบดานบ้านเกิดหวังเรื่องเงียบ ตำรวจโรงพักเสนา เมืองกรุงเก่า ไม่ละเลยจี้ติดคดี ลากตัวฆาตกรใจทมิฬมาชดใช้กรรมทันควัน

กลายเป็นเรื่องสะเทือนใจขึ้นมาทันที กรณีพบศพเด็กชายนิรนามวัย 2-3 ขวบ ถูกโยนทิ้งไว้ใต้กอไผ่ ริมถนนสายเสนา-บางซ้าย มุ่งหน้าสุพรรณบุรี ห่าง รพ.ศุภมิตร ราว 500 เมตร หมู่ 2 ต.สามกอ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา สภาพศพสวมเสื้อกล้ามสีเหลืองเพียงตัวเดียว ไม่สวมกางเกง นอนหงายขึ้นอืดมีตัวเหี้ยกัดแทะศพ ตรวจสอบร่างกายพบบริเวณใบหน้า หน้าอก มือขวามีรอยไหม้หนังถลอก เสียชีวิตมาราว 2 วัน ในที่สุดตำรวจรู้แล้วว่าหนูน้อยผู้เสียชีวิต เป็นเหยื่ออารมณ์ของพ่อเลี้ยงโหด ถูกทุบตีทารุณกรรมจนขาดใจตาย แล้วนำศพไปโยนทิ้งเพื่ออำพรางคดี

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 18 พ.ย. พ.ต.อ.กิติศักดิ์ เกตุอร่าม ผกก.สภ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า หลังพบศพเด็กชายคนดังกล่าว ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข่าวละแวกใกล้เคียงจนได้ข้อมูลว่า แม่ของเด็กชายที่เสียชีวิตคือนางกาญจนา (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี บ้าน ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี พนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในสวนอุตสาหกรรมบ้านแพน พักอยู่หอพักมิตรพันธ์ หมู่ 5 ต.บางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ด้านหลัง รพ.ศุภมิตร ใกล้จุดพบศพ และหลบหนีออกไปจากหอพักหลังมีผู้พบศพเด็ก ตำรวจติดตามไปจับตัวได้ที่บ้านใน จ.สิงห์บุรี พร้อมกับนายภาณุวัตร บุญรักษ์ อายุ 27 ปี อดีตสามี อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 2 ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี นำตัวทั้ง 2 คนกลับมาสอบปากคำที่ สภ.เสนา

จากการสอบสวน นางกาญจนาให้การอ้างว่า เด็กที่เสียชีวิตเป็นลูกชายชื่อ ด.ช.ตู่ (นามสมมติ) วัย 2 ขวบ เป็นลูกที่เกิดกับสามีใหม่ ส่วนผู้ที่ฆ่าลูกชายคือ นายภาณุวัตร บุญรักษ์ สามีเก่า โดยก่อนหน้านี้ตนคบหากับนายภาณุวัตร จนมีลูกด้วยกัน 1 คน ภายหลังเลิกรากันไป ต่อมาตนได้สามีใหม่ มีลูกด้วย 2 คน คนโตเป็นลูกสาววัย 3 ขวบ ส่วนคนเล็กคือ ด.ช.ตู่ ผู้ตาย กระทั่งสามีใหม่เดินทางไปทำงานต่างประเทศปล่อยให้ตนอยู่บ้านเลี้ยงลูกเพียงลำพัง ระหว่างนั้นนายภาณุวัตร สามีเก่ามางอนง้อขอคืนดี ด้วยความเหงาที่สามีไม่อยู่ จึงยอมกลับไปคบหากับนายภาณุวัตรอีกครั้ง โดยที่สามีใหม่ไม่รู้เรื่องและยังส่งเงินมาให้ดูแลลูกทั้ง 2 คนทุกเดือน

นางกาญจนาให้การต่อว่า จากนั้นตนและนายภาณุวัตร ออกจากบ้านมาทำงานที่โรงงานแห่งเดียวกันได้ราว 1 ปี และเช่าห้องอยู่ด้วยกันที่หอพักดังกล่าว พร้อมนำ ด.ช.ตู่ ลูกชายมาอยู่ด้วย แต่นายภาณุวัตรเป็นคนโมโหร้าย ชอบทุบตีลูกเลี้ยงเป็นประจำ วันเกิดเหตุเห็นนายภาณุวัตรตีลูกชายหลายครั้ง แต่ตนทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น และนอนคลุมโปงหลับไป ตื่นขึ้นมาราว 02.30 น. พอลุกไปเข้าห้องน้ำพบลูกชายนอนตายบนพื้นห้องน้ำแล้ว จึงไปปลุกนายภาณุวัตรขึ้นมาปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรดี

ต่อมานายภาณุวัตร ได้ใช้ผ้าห่มห่อศพลูกชายเดินออกจากห้อง นำศพไปโยนทิ้งริมถนน หลังเกิดเหตุพากันหนีกลับมาอยู่บ้านพ่อแม่ใน จ.สิงห์บุรี เพื่อรอเรื่องเงียบ แต่ถูกตำรวจตามมาจับได้ในที่สุด

ต่อมา พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ รอง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางมาที่ สภ.เสนา เพื่อร่วมสอบปากคำนายภาณุวัตร พ่อเลี้ยงอำมหิต เบื้องต้นให้การรับสารภาพอ้างว่า ช่วงหัวค่ำเด็กร้องไห้เสียงดังและขี้เยี่ยวเลอะเทอะ จึงโมโหลงมือทุบตีหลายครั้ง จากนั้นจับเด็กเข้าห้องน้ำใช้สายยางล้างตัวเพื่อชำระสิ่งปฏิกูล โดยใช้สายยางฉีดน้ำใส่หน้าทำให้น้ำเข้าจมูกจนเด็กหายใจไม่ทันและสำลักน้ำสิ้นใจตาย กระทั่งแม่ของเด็กตื่นมาพบศพลูก จึงปรึกษากันว่าจะนำศพไปทิ้งริมถนนเพื่ออำพรางคดี จากนั้นรอเวลาช่วงใกล้สว่างประมาณตีสี่ ได้ใช้ผ้าห่อศพเด็กอุ้มออกจากห้องเดินไปโยนทิ้งริมถนนในจุดเกิดเหตุ แล้วกลับมาเก็บของหลบหนีไปกบดานที่บ้านเกิด ก่อนถูกตำรวจตามจับตัว

หลังพ่อเลี้ยงใจทมิฬให้การรับสารภาพ ตำรวจนำตัวนายภาณุวัตร ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ พร้อมแจ้งดำเนินคดีข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนนางกาญจนา แม่ของเด็ก พนักงานสอบสวนจะสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของลูกชายหรือไม่ หาก รู้เห็นเป็นใจด้วยจะแจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อไป

รวบแล้วพ่อเลี้ยงโหด สารภาพโมโหลูกเลี้ยงวัย 2 ขวบ ร้องไห้งอแงขี้เยี่ยวเลอะเทอะ ใช้กำลังทุบตีแต่เด็กยังไม่หยุดร้อง เลยลากตัวเข้าห้องน้ำใช้สายยางฉีดน้ำใส่หน้าจนเหยื่อสำลักน้ำขาดใจตายทุรน... 19 พ.ย. 2559 00:41 19 พ.ย. 2559 02:17 ไทยรัฐ