วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่'หย่าศึก กกต.-กรธ. เป็นผู้ใหญ่แล้วไม่สมควรทะเลาะกันผ่านสื่อ

ไม่สมควรทะเลาะกันผ่านสื่อ

“บิ๊กตู่” หย่าศึก กรธ.-กกต.ปรามเป็นผู้ใหญ่กันทั้งนั้น ทะเลาะ ผ่านสื่อทำให้สังคมวิตกขัดแย้งกันอีก ไล่ปฏิรูปตัวเองก่อนคุยกันให้รู้เรื่อง “มีชัย” วางคุณสมบัติเข้มปิดช่องคนหน้าเดิมยึดองค์กรอิสระซ้ำซาก “สุรชัย” ปัด สนช.เห็นสวนทางทีมยกร่าง ก.ม.ลูก จี้องค์กรอิสระปรับตัวรับกติกาใหม่ “ปู” สะกิดอย่ามองแค่จุดเล็กน้อย ต้องเขียนกติกาให้ระบบเดินได้ “นายกฯ” ตรวจบริหารน้ำเมืองปทุมฯ โต้ยึดอำนาจไม่ได้ทำให้ข้าว-พืชผลราคาตก ถก นบข.เคาะจำนำยุ้งฉางข้าวเหนียวตันละ 13,000 บาทเท่าข้าวหอมมะลิ บ่นเวียนหัวแสลงหูชื่อเรียกเหมือนจำนำข้าว “ยิ่งลักษณ์” ขอเรียกค่าชดใช้เจ๊งข้าวให้เป็นธรรมอย่าเหวี่ยงแห “ประยุทธ์” ยันเด้งหลาน “ทักษิณ” แก้แบ่งก๊ก ไม่เกี่ยวกับนามสกุล พท.เหน็บ ผลงานโดดเด่นเด้ง ขรก. ป.ป.ช.เมินรื้อคดีสอบทรัพย์สิน “บิ๊กติ๊ก” หลังเงินบัญชีเมียงอก อ้างไม่มีใครมาร้อง

หลังจากกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กับกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดศึกตอบโต้กันไปมาเกี่ยวกับการกำหนดคุณสมบัติของกรรมการองค์กรอิสระในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาปรามขอให้ทุกคนซึ่งเป็นผู้ใหญ่กันแล้วถ้อยที ถ้อยอาศัยกัน พูดคุยกันให้รู้เรื่อง การโต้ตอบกันผ่านสื่อจะทำให้สังคมหวั่นว่าจะเกิดความขัดแย้ง

“บิ๊กตู่”หวด กรธ.-กกต.หยุดโต้ผ่านสื่อ

เมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 20 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างนาย สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลางกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการ กรธ.ว่า ขอให้ทุกคนถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน คุยกันให้รู้เรื่อง หากจะให้ปรามก็จะกลายเป็นว่าตนไปดุ กกต.และ กรธ.ล้วนเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ด้วยกันทั้งนั้น และเชื่อมั่นว่าทุกคนปรารถนาดี แต่การตอบโต้ไปมาผ่านสื่อจะทำให้สังคมเกิดความวิตกว่าจะเกิดความขัดแย้งกันอีกหรือไม่ ดังนั้น เรื่องนี้ต้องว่ากันด้วยเหตุผล ทุกคนต้องดูว่าประเทศไทยอยู่ตรงไหน วันนี้เรากำลังปฏิรูปประเทศ มันก็ต้องปฏิรูปตัวเองก่อนคือการฟังคนอื่น ฟังกันไปฟังกันมาแล้วหาข้อยุติให้ได้ อย่างน้อยระดับหนึ่งต้องทำให้ได้ก่อน อันไหนที่ยังไม่ได้เดี๋ยวค่อยมาเถียงกันต่อ ถ้าเถียงกันตั้งแต่แรก มันจะไม่ได้สักอัน แล้วจะพาลให้อย่างอื่นไม่เสร็จด้วย

“บิ๊กป้อม” ไม่ห่วงเห็นต่างเคลียร์กันได้

ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีความเห็นต่างกันเรื่องกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ไม่มีความเห็น คงต้องไปถามผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่มาถามตน เป็นเรื่องของหน่วยงาน ซึ่งเป็นธรรมดาที่จะมีความคิดเห็นต่าง เมื่อถามว่าจะกลายเป็นปัญหาบานปลายหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า หลังจากนี้เขาคงพูดคุยกันเอง ไม่กลัวว่าจะกลายเป็นปัญหา เพราะเป็นเรื่องเฉพาะหน่วยงานระหว่าง กรธ.และ กกต. ทุกอย่างที่เป็นปัญหาสามารถแก้ไขได้

“มีชัย” ปิดช่องหน้าเดิมยึดองค์กรอิสระ

เมื่อเวลา 13.30 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาทบทวนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองและร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยนายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมถึงคุณสมบัติต้องห้ามของคณะกรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ มาตรา 216 (3)ประกอบมาตรา 202 (1) ห้ามเคยเป็นองค์กรอิสระมาก่อนว่า ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหา เพราะร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ที่ออกมา เรากำหนดให้คณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยเอง ไม่ต้องมีคนมาร้อง โดยจะสอบประวัติทุกคน ทุกหน่วยงาน ใครขาดคุณสมบัติก็ชี้มา เจตนารมณ์ของ กรธ.ไม่ต้องการ ให้บุคคลเดิมๆทำหน้าที่ซ้ำไปซ้ำมา แต่ตอนที่กรรมการองค์กรอิสระชุดปัจจุบันเข้ามาตามรัฐธรรมนูญเดิม ไม่มีข้อห้ามนี้ กรธ.จึงให้คณะกรรมการสรรหาหาข้อยุติเอง เรื่องนี้ไม่ต้องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ

ชี้ ปธ.ศาลคุมสรรหาไร้การเมืองแทรก

นายมีชัยกล่าวว่า เชื่อว่าการชี้ขาดคุณสมบัติและการสรรหากรรมการองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะไม่กระทบต่อการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาเวลา กกต.ครบวาระ เข้ามาใหม่ยกชุดก็ยังทำงานกันได้ หากไม่มีการสรรหา กกต.ใหม่เลย กกต.เดิมต้องศึกษาเนื้อหาในรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องอยู่ดี เมื่อถามว่า การให้อำนาจคณะกรรมการสรรหา ให้สรรหาบุคคลนอกเหนือจากที่มารับสมัครได้จะมีประเด็นการเมืองหรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า ประธานคณะกรรมการสรรหากำหนดให้เป็นประธานศาลฎีกา คงไม่มีเหตุอะไรจะกลายเป็นเรื่องการเมือง ที่ผ่านมาสรรหากันตามที่มาสมัครก็โดนเรื่องใครเป็นคนของใคร จึงเปิดช่องให้กว้างขึ้นมองคนนอกได้ มันเป็นของใหม่ต้องลองใช้ แล้วศึกษาข้อดีข้อเสีย ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไปตามรัฐธรรมนูญให้เดินไปตามโรดแม็ป

ถ้า สนช.ตีตก กมธ.ร่วมต้องร่างใหม่

เมื่อถามถึงขั้นตอนผ่านกฎหมายลูกตามมาตรา 267 หาก สนช.มีมติ 2 ใน 3 ตีตกกฎหมายลูกของ กมธ.ร่วมระหว่าง สนช. กรธ. และองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง จะทำอย่างไร เพราะไม่ได้กำหนดไว้ นายมีชัยกล่าวว่า หากไปถึงการตั้ง กมธ.ร่วม แสดงว่า สนช.ต้องมีการแก้ไข ร่างกฎหมายลูกที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของ กรธ.แล้ว เมื่อ กมธ.ร่วมเสนอร่างกฎหมายให้ สนช.อีกครั้ง แล้วถูกตีตกด้วยเสียง 2 ใน 3 มาตรา 267 ไม่ได้บอกว่าให้สนช.ไปนำร่างเดิมที่แก้ไขก่อนมีการตั้ง กมธ.ร่วมมาลงมติเห็นชอบใหม่ อีกครั้ง คิดว่าเมื่อเป็นเช่นนั้นรัฐบาลคงต้องเป็นผู้ร่างกฎหมายลูกตัวนั้นมาให้ สนช.พิจารณาใหม่เอง หรือหากยังไม่ครบกำหนด 8 เดือน กรธ.อาจจะร่างให้ใหม่ได้ สำหรับ กรธ.คงไม่ทักท้วงถึงขนาดคุยกันไม่ได้ จนต้องไปตั้ง กมธ.ร่วม เพราะเข้าใจว่าเป็นเรื่องความเห็นต่าง แต่ต้องไม่กระทบหลักการ

“สุรชัย” ปฏิเสธ สนช.ขัดแย้ง กรธ.

ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะประธานกรรมาธิการพิจารณาศึกษา เสนอแนะและรวบรวมความเห็น เพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สนช.กล่าวถึงการเตรียมพร้อมการพิจารณากฎหมายลูกของ สนช.ว่า ขณะนี้ยังไม่มีบทสรุปว่า สนช.เห็นสวนทางกับ กรธ. เพราะร่างกฎหมายอย่างเป็นทางการ ของ กรธ.ยังไม่มีการเปิดเผย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. บอกว่า ยังไม่ตกผลึก อยู่ในขั้นตอน รับฟังความเห็น แต่ประเด็นที่ถกเถียงกันมากคือ การเซ็ตซีโร่องค์กรอิสระหรือไม่ ในรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ กำหนดให้เป็นต่อไปได้หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ จนกว่าจะมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญออกมาว่า จะให้เป็นต่อหรือเปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมา กมธ.เคยตั้งโจทย์ว่าถ้าให้บุคคลในองค์กรอิสระอยู่ต่อจนกว่าจะครบวาระผลจะเป็นอย่างไร และถ้าให้เปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องตามคุณสมบัติจะเป็นอย่างไร จะเกิดสุญญากาศหรือการหยุดชะงักในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ทั้งนี้ ไม่ว่า กรธ.จะตกผลึกอย่างไรโจทย์ข้อนี้ต้องตกมาอยู่ที่ สนช. ซึ่งกระบวนการที่ออกแบบไว้ ในรัฐธรรมนูญค่อนข้างรัดกุม มีการถ่วงดุลระหว่างสนช. กับ กรธ. เชื่อว่าในที่สุดจะได้กติกาดีที่สุดสำหรับบ้านเมือง

ให้องค์กรอิสระรับสภาพเปลี่ยนแปลง

นายสุรชัยกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ กกต.บางคนกังวลว่ากฎหมายลูกจะส่งผลกระทบต่อการทำงานขององค์กรอิสระนั้น องค์กรอิสระทุกแห่งกังวลแน่นอน เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องปรับตัวเข้าหากติกาใหม่ แม้กระทั่ง สนช.เคยจัดสัมมนาเกี่ยวกับคุณสมบัติใหม่ตามรัฐธรรมนูญใหม่เช่นกัน สำหรับบทลงโทษพรรค การเมืองกรณีซื้อขายตำแหน่ง ที่ระบุโทษถึงขั้นประหาร ชีวิต เป็นแนวคิดต้องการปฏิรูประบบการเมืองประเทศให้ใสสะอาด ไม่ให้มีการทุจริตการเลือกตั้ง จึงมีมาตรการลงโทษรุนแรง น่าจะเป็นวิธีการที่ได้ผล เรื่องนี้เป็นแนวคิดของ กรธ. แต่ สนช.คิดในแนวคิดอื่นเผื่อไว้ด้วยว่าจะมีมาตรการลงโทษอื่นๆ หรือไม่ที่จะได้ผลในการจัดการการทุจริตเลือกตั้ง

“วัชรพล” ไม่กังวลคุณสมบัติใหม่

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้บริหารสำนักงานและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ร่วมตักบาตรพระสงฆ์และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ สำนักงาน ป.ป.ช. เนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปี การก่อตั้งสำนักงาน ป.ป.ช. จากนั้น พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตว่า ป.ป.ช.จะส่งให้ กรธ.ภายในวันที่ 30 พ.ย. ส่วนการกำหนดคุณสมบัติองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก เมื่อถามว่า กังวลเรื่องคุณสมบัติหรือไม่ เพราะ พล.ต.อ.วัชรพลเคยดำรงตำแหน่งรองเลขานุการนายกฯฝ่ายการเมือง ก่อนมาเป็น ป.ป.ช. โดยลาออกจากตำแหน่งไม่ถึง 10 ปี พล.ต.อ.วัชรพลตอบว่า ไม่กังวล ข้อกำหนดดังกล่าวอยู่ในรัฐธรรมนูญที่รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และผ่านการทำประชามติมาแล้ว

“ปึ้ง” เชียร์คุมเข้ม กก.องค์กรอิสระ

วันเดียวกัน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า เห็นด้วยกับหลักการของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.ที่ว่าองค์กรอิสระเปรียบเหมือนเสาหลักของบ้านเมือง การกำหนดคุณสมบัติต้องรอบคอบละเอียดถี่ถ้วน ผู้จะเข้ามาดำรงตำแหน่งต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ถูกต้องตามที่กฎหมายลูกและบทบัญญัติตามรัฐ– ธรรมนูญระบุไว้ ใครจะเก่งกว่าใครหรือไม่คงไม่ใช่สาระที่จะต้องถูกหยิบยกขึ้นมาพูดอวดอ้างหรือโต้เถียงกันอย่างเช่นในขณะนี้ หลักการของกฎหมายและการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดเอาไว้อย่างเคร่งครัดเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องยึดถือ ไม่ใช่ต่างคนต่างใช้จินตนาการตีความตัวบทบัญญัติของกฎหมายเข้าข้างตนเอง เพื่อประโยชน์ของพวกตน หรือพยายามใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทำลายซึ่งกันและกัน

“ปู” วอนเขียนกติกาให้ทุกอย่างเดินได้

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดการร่างกฎหมายเอาผิดนักการเมืองถึงขั้นประหารชีวิต ว่า ไม่มีข้อคิดเห็น แต่อยากจะเรียนว่าผู้ที่คิดกฎกติกาควรคิดกฎกติกาที่จะทำให้ระบบทุกอย่างเดินไปได้ อย่ามองเพียงแค่จุดเล็กจุดน้อย แล้วเอามาเขียนกติกาที่บังคับใช้กับคนหมู่มาก ซึ่งจะเกิดปัญหาขึ้นมาภายหลังแล้วการแก้ไขจะทำได้ยาก

“นิพิฏฐ์” แขวะชอบทำของง่ายให้ยาก

นายนิพฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความเห็นต่างระหว่าง กรธ.กับ กกต.เรื่องการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ว่า เห็นด้วยกับนายมีชัยว่า หลักการเขียนกฎหมายลูก ต้องเป็นไปตามที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนผ่านประชามติมาให้ จะขัดกับฉบับแม่ไม่ได้ แต่ใจตนอยากให้เขียนในบทเฉพาะกาลไว้ว่า ผู้ดำรงตำแหน่งใดๆในองค์กรอิสระเดิมตามรัฐธรรมนูญเก่า ให้เขาอยู่ต่อไปจนครบวาระ พอคนเก่าพ้นตำแหน่ง ค่อยหาคนมาใหม่แทนตามรัฐธรรมนูญใหม่ หากปล่อยไปจนอาจเกิดความเห็นต่าง ไม่ตรงกันเรื่องคนเก่าจะอยู่ต่อ หรือคนใหม่จะมาแทน จะต้องมีหน่วยงานมาตัดสิน ซึ่งในการตัดสินมีศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้อาจมีคนส่งไปตีความว่าขัดหรือไม่ ทีนี้ต้องไปดูในบทเฉพาะกาลวุ่นวายอีก แต่ตนว่า ฝ่ายผู้ร่างกฎหมายลูก อย่าไปขัดแย้งกันเลย เป็นธรรมดาที่การกำหนดกติกาใหม่ๆ จะไปก้าวล่วงการทำงานแต่ละฝ่ายที่มีอยู่เดิม พอเขาได้รับผลกระทบ ก็อยากให้มีข้อยกเว้น ถ้าทำอย่างที่แนะนำได้จะไม่ขัดแย้ง ยกเว้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยากให้วุ่นวาย กฎหมายลูกเขียนง่ายมาก มีเค้าโครงหลักในร่างแม่อยู่ แค่เหล่มองร่างหลักไปด้วย เขียนกฎหมายลูกไปด้วยออกมาเสร็จไล่เลี่ยกันยังได้ แต่บ้านเราก็แปลกกลับทำตรงกันข้าม ชอบทำของง่ายให้ยาก

นายกฯตรวจจัดการน้ำ จ.ปทุมธานี

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 08.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. พร้อมด้วยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ นายรอยล จิตรดอน ผอ.สถาบันสารนิเทศน้ำและการเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ในฐานะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิผู้ว่าฯกทม. และนายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ติดตามการบริหารจัดการน้ำพื้นที่การเกษตร จ.ปทุมธานี จุดแรกนายกฯไปตรวจการบริหารจัดการน้ำคลองระพีพัฒน์แยกตก บริเวณประตูน้ำที่ 8 อ.หนองเสือและพบปะประชาชน โดยนายกฯกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้จะทำอย่างไรให้คนไทยกว่า 70 ล้านไปด้วยกันได้ ต้องฟังที่ตนพูด ต้องดูสิ่งที่รัฐบาลทำ อย่างปี 59 น้ำไม่ท่วม เพราะรัฐบาลไม่ได้ปล่อยปละละเลย ถ้าละเลยก็ท่วมเหมือนในอดีต

ย้ำเข้ามาทำแค่ช่วงเปลี่ยนผ่าน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่โทษใคร เพียงแต่ทุกคนต้องคิดร่วมกัน และหาทางออกให้ได้ อย่าเอาความขัดแย้งทั้งหมดขึ้นมา ไม่อย่างนั้นทำอะไรไม่ได้เลย การสร้างอ่างเก็บน้ำ สร้างแก้มลิงทำแน่ทั้งหมด ส่วนการทำนาต้องปลูกข้าว แต่ไม่ใช่ให้ปลูกกันตอนน้ำท่วม แล้วรัฐต้องมาเสียเงินมันคุ้มกันไหม พื้นที่ตรงไหนเป็นแก้มลิงต้องเสียสละ รัฐบาลจะชดเชยให้ ส่วนหนี้สินเกษตรกรมีมากกว่างบประมาณแผ่นดินอีก รัฐบาลกำลังแก้ไขอยู่ เคยมีรัฐบาลไหนทำให้ท่านบ้าง เขาไม่รบเหมือนกับตน ที่ไปรบกับทุกคนเพื่อให้ทุกคนไม่ลำบาก “จำไว้ ไม่ต้องตีกันแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว ต้องมีประชาธิปไตย ผมเข้ามาทำช่วงเปลี่ยนผ่านตรงนี้เท่านั้นเอง ขึ้นอยู่กับท่านแล้วว่าจะเอาอย่างที่ผมพูด หรือเอาแบบเดิม” เมื่อนายกฯพูดจบ มีชาวบ้านตะโกนว่า “เอาอย่างนายกฯพูด เอาอนาคตฝากไว้กับนายกฯ” นายกฯ ได้ตอบกลับทันทีว่า “โน่นไปฝากกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.เพราะมาจากการเลือกตั้งทั้งสิ้น เอาคนดีมาทำงาน”

ปัดยึดอำนาจทำข้าวพืชผลราคาตก

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปที่องค์การบริหารส่วนตำบลบึงซำอ้อ โดยกล่าวกับประชาชนที่มาต้อนรับว่า ทุกคนอยากให้สินค้าเกษตรราคาสูงขึ้น แต่ตรงข้ามกับสถานการณ์ตลาดโลกปัจจุบัน ยืนยันว่าราคาตกไม่ใช่เพราะการยึดอำนาจ อย่าไปเชื่อใครบิดเบือน ไม่อยากโม้รัฐบาลขายไก่สดแช่แข็งได้ถึง 3,000 กว่าล้านบาท ไม่เคยขายได้มากมา 12 ปีแล้ว ส่วนเรื่องข้าวรัฐบาลมีทางเลือกให้ คือการขายกับโรงสี เป็นไปตามราคาตลาดโลก กับชาวนาต้องปรับวิธีการ ไม่ใช่จะรอแค่รัฐบาลใหม่เข้ามา แล้วรอขายข้าวให้ได้ราคาที่พอใจ แต่ไม่คิดว่าภาระตกอยู่ที่ผู้อื่น ที่ให้จำนำยุ้งฉาง ไม่ได้จำนำทุกเมล็ด แต่จำนำบางเวลาที่มีปัญหาเท่านั้น ไม่ต้องเช่าคลังเก็บปีละ 2-3 พันล้านบาท ปัญหาทั้งหมดถือเป็นภาระที่ตนต้องรับผิดชอบ ไม่โทษใคร ข้าวหอมมะลิแต่ละประเทศคุณภาพแตกต่างกัน แต่สุดท้ายราคาเหมือนกันหมด เป็นมากี่ปีแล้วใครทำเอาไว้ ไม่ยอมแก้ วันนี้ต้องทำให้ราคาแตกต่างให้ได้

ปลุกคนไทยจับมือฝ่าฟันอุปสรรค

นายกฯกล่าวอีกว่า ขอชื่นชมการแก้ไขปัญหาในประเทศ ถือว่าสำเร็จน่าพอใจ แต่หวังว่าจะดีกว่านี้อีก และต้องทำความดีมากขึ้นด้วย วันนี้อยู่ในช่วงแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านยังอยู่กับพวกเราเสมอ ไม่ว่าฟ้า น้ำและแผ่นดิน พระองค์ทรงฟื้นฟูและรักษาไว้ ขอให้ทุกคนรำลึกถึงพระองค์ท่านเสมอ และขอให้ถวายความจงรักภักดีแด่พระองค์ใหม่รัชกาลที่ 10 ต่อไป เอาความโศกเศร้า ความสูญเสียมาร่วมมือกันฝ่าอุปสรรคและสถานการณ์ในวันนี้ไปให้ได้ ร่วมมือกับรัฐบาล หลายอย่างที่คิดมาทั้งหมด ถ้าไม่ได้ทำจะกลายเป็นโม้ แต่พบว่ามีการบิดเบือน โครงการใหญ่ๆถูกต้าน วันนี้ต้องเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ ตนจะทำให้ดีที่สุดตามโรดแม็ปที่มีอยู่

ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ และคณะเดินทางไปยังอาคารมูลนิธิชัยพัฒนา โครงการสระเก็บน้ำพระราม 9 หารือแนวทางการบริหารจัดการน้ำร่วมกับนายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา พร้อมด้วยตัวแทนภาคเอกชนจากโครงการประชารัฐ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า เราพูดถึงต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ให้เกิดขึ้นได้ในปี 60-61 บนความร่วมมือทุกฝ่าย และสื่อต้องช่วยโดยอย่าขยายความขัดแย้ง

บ่นเวียนหัวแสลงหู “จำนำข้าว”

ต่อมาเวลา 16.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ว่า สรุปคือ ธ.ก.ส.ให้สินเชื่อรับซื้อตันละ 9,500 บาท แต่จะมีเพิ่มเติมช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพให้อีกตันละ 2,000 บาท ค่าขึ้นยุ้งเก็บรักษาตันละ 1,500 บาท รวมเป็น 13,000 บาท รัฐบาลหวังว่าราคาจะไม่ตกไปกว่านี้ วิธีนี้เรียกว่าการดูดทรัพย์ออกมาข้างนอก โดยรัฐบาลไม่ต้องรับผิดชอบ จะมีการเก็บในยุ้งฉางตัวเอง ถ้าไม่มียุ้งฉาง ธ.ก.ส.จะจัดเก็บตามกลไกที่มีอยู่ ไม่ต้องไปจ้างเก็บหรือรับซื้อแบบคราวที่แล้ว ถือเป็นมาตรการชะลอการขาย โดยเก็บไว้ในยุ้งฉาง จริงๆตนไม่อยากให้เรียกว่า “จำนำ ยุ้งฉาง” เพราะเดี๋ยวจะเหมือนกันอีกมันเวียนหัว เพราะรัฐบาลไม่ได้ซื้อมาเก็บไว้เองทุกเมล็ด โดย 3 เดือนให้มาไถ่ถอน ถ้าไม่มาไถ่ถอน ธ.ก.ส.ก็ขาย และ อยากให้เห็นใจรัฐบาล เพราะวันนี้ข้าวยังขายไม่ได้หมด ข้าวใหม่มาอีกแล้ว

นบข.ช่วยข้าวเหนียวตันละ 1.3 หมื่น

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เป็นประธาน เห็นชอบโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกเหนียวปี 2559/2560 หรือจำนำยุ้งฉางข้าวเหนียว โดยเกษตรกรที่นำข้าว เหนียวเข้าโครงการจะได้รับเงินตันละ 13,000 บาท เป็นอัตราเดียวกับข้าวเปลือกหอมมะลิที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติก่อนหน้านี้ คำนวณมาจากเงินสินเชื่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่จะจัดให้ตันละ 9,500 บาท คิดจาก 90% ของราคาตลาด รวมกับค่าขึ้นยุ้งฉางตันละ 1,500 บาท และเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงสภาพตันละ 2,000 บาท ซึ่งส่วนนี้จะช่วยเหลือไม่เกินครัวเรือนละ 12,000 บาท ทั้งนี้ เกษตรกรที่ปลูกข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว ส่วนใหญ่จะเป็นรายเดียวกัน โดยปลูกข้าวหอมมะลิไว้ขาย ปลูกข้าวเหนียวไว้รับประทานเอง ดังนั้น ผู้ใช้สิทธิ์จากโครงการจำนำยุ้งฉางข้าวหอมมะลิ เต็มจำนวนแล้ว คือไม่เกินรายละ 15 ไร่ จะไม่ได้รับสิทธิ์นำเข้าเหนียวมาเข้าโครงการอีก จึงกำหนดเป้าหมายการรับจำนำยุ้งฉางทั้งสองโครงการรวมกัน ไม่เกิน 2 ล้านตัน ซึ่งเป็นกรอบเดิมที่อนุมัติโครงการจำนำยุ้งฉางข้าวหอมมะลิไป ระยะเวลาเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2559-สิ้นเดือน ก.พ.2560

คลายทุกข์ชาวนา 3.7 ล้านครัวเรือน

ด้าน น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วงเงินรวมที่จะใช้สำหรับช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงสภาพข้าวเปลือกตันละ 2,000 บาท สำหรับข้าวทุกชนิดไม่เกินรายละ 12,000 บาทนั้น ปัจจุบันมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ขึ้นทะเบียนไว้จำนวน 3.7 ล้านครัวเรือน ดังนั้น หากเกษตรกรทุกครัวเรือนใช้สิทธิ์สูงสุดครัวเรือนละ 12,000 บาท จะใช้วงเงินช่วยเหลือรวม 44,400 ล้านบาท ซึ่งในความเป็นจริงจะน้อยกว่านั้นแน่นอน เพราะยังมีเกษตรกรที่มีพื้นที่นาน้อยกว่าที่กำหนดสูงสุดเอาไว้

“ประยุทธ์” จี้สร้างแบรนด์ข้าวไทย

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติอย่างยั่งยืน” ว่า ปัจจุบันรัฐบาลอยู่ระหว่างจัดทำแนวทางบริหารราชการแผ่นดิน ตามยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี โดยกำหนดวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ชาติช่วง 20 ปีข้างหน้า ที่ผ่านมาเราไม่เคยทำงานอย่างมียุทธศาสตร์ ถ้าไม่เริ่มทำวันนี้จะตอบโจทย์แก้ปัญหาชาติไม่ได้แบบเบ็ดเสร็จ ส่วนการปฏิรูปต้องครอบคลุมทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม การต่างประเทศ ต้องให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี ตนจะเริ่มต้นไว้ก่อน 1 ปีแรก ช่วยกันทำให้เกิดความต่อเนื่องต่อไปในทุกรัฐบาลในอนาคต จะต้องลดการแข่งขัน แย่งตลาดกันเอง ทำให้ราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น หลายเรื่องเราลดราคาแข่งโดยไม่ดูคุณภาพ เราต้องสร้างแบรนด์คนไทยให้ได้ โดยเฉพาะแบรนด์ด้านการเกษตร แบรนด์ข้าว ข้าวหอมมะลิที่แตกต่างกับข้าวหอมอื่นในโลก ต้องเชื่อมโยงทุกห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้น กลางและปลายทางให้ได้

ขู่คนไม่ดีต้องไม่มีที่ยืนในสังคม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ด้านความมั่นคงต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมงานด้านความมั่นคง เพื่อลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศจากสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะการช่วยกันเฝ้าระวัง การสร้างกลไกประชารัฐ สร้าง เครือข่ายด้านความมั่นคง คงไม่เน้นว่าให้ประชาชนไปปราบปราม จับกุม เพียงแค่ใช้ตา ใช้ปากในการสังเกต แจ้งเจ้าหน้าที่ทำให้ทุกพื้นที่ปลอดภัย เพราะมีประชาชนอยู่ทุกพื้นที่ ตำรวจ ทหารอยู่ในเฉพาะพื้นที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ไม่สามารถวางกำลังทหาร ตำรวจไว้ทุกตารางนิ้วได้ ขณะที่ด้านยุติธรรมต้องช่วยกันสร้างกระบวนการยุติธรรมที่เชื่อถือ ไว้วางใจได้ทั้งระบบ ขจัดการทุจริต ผู้มีอิทธิพล มีการดำเนินการทั้งมาตรการทางกฎหมายและมาตรการสังคม คนไม่ดี ไม่มีคุณธรรม ทำผิดกฎหมาย ต้องไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป ให้สังคมช่วยกันดูแล ใช้กฎหมายอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องไม่ ทะเลาะเบาะแว้งกัน นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้

“ยิ่งลักษณ์” ยันใช้ทุกสิทธิ์สู้คดีข้าว

อีกด้าน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมฟังการไต่สวนพยานจำเลยนัดที่ 6 คดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นจำเลยฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบกรณีไม่ยับยังโครงการรับจำนำข้าว โดยนัดนี้ฝ่ายจำเลย เตรียมพยานให้ศาลไต่สวน 2 ปากคือ นายอำพน กิตติอำพน อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีต รมช.คลัง โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวถึงการคัดค้านคำสั่งทางปกครองให้ชดใช้ค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวว่า ได้ยื่นคำขอให้เพิกถอนคำสั่งแล้ว ยังไม่ได้ให้การตอบรับต่อคำสั่ง ยืนยันจะขอใช้ทุกสิทธิ์ทุกขั้นตอนที่มีภายใต้กรอบเวลาของกฎหมาย และหากมีอะไรเพิ่มเติมจะเป็นหน้าที่ของทนายความกับฝ่ายกฎหมายที่ศึกษาอยู่ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะแจ้งให้สื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนทราบอีกครั้ง

ขอเป็นธรรมกับทุกคนอย่าเหวี่ยงแห

เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลระบุว่า มีการตรวจสอบเรียกร้องค่าเสียหายกับผู้ที่เกี่ยวข้องโครงการจำนำข้าวอีกร้อยละ 80 น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า อยากขอรัฐบาลดำเนินการให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกคน และทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกระบวนการทางกฎหมาย อย่าเร่งรัด การมองเหวี่ยงแหแบบนี้ไม่แน่ใจว่าจะเป็นผลดีหรือไม่ หรือจะกลายเป็นผลกระทบโดยกว้างมากกว่า ส่วนที่มีการวิจารณ์การขายข้าวให้ชาวนา เป็นกิจกรรมทางการเมืองนั้น ตนคงห้ามไม่ได้ แต่ในสถานการณ์ขณะนี้ควรจะมองว่าใครกันที่ช่วยกันแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวนา ควรช่วยกันมากกว่าที่จะมาตีกันเป็นประเด็นการเมือง

“วรงค์” แนะจัดระบบสั่งซื้อช่วยชาวนา

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้รับข้อมูลเอกสารราชการของผู้ว่าฯเชียงราย ประทับตราด่วนมาก ที่ ชร.0009.3/ว.29064 ลงวันที่ 15 พ.ย. ถึงหน่วยงานราชการทุกภาคส่วนใน จ.เชียงราย ขอความร่วมมือซื้อข้าวสารหอมมะลิช่วยเหลือชาวนา อย่างน้อยคนละ 1 ถุง 15 กิโลกรัม ราคา กก.ละ 20 บาท เป็นเงิน 300 บาทต่อถุง กำชับให้นายอำเภอแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่สนับสนุนด้วย แม้ตั้งใจดี แต่อาจเข้าใจไม่ถ่องแท้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบว่าซื้อราคานี้จริงหรือไม่ ต้องปรับราคา เพราะการขายตัดราคาเหลือ กก.ละ 20 บาท จะเป็นการชี้นำราคาตลาดที่ต่ำ ระยะยาวจะไม่จูงใจให้ชาวนาปลูกข้าวและสีขายเอง การซื้อข้าวสารหอมมะลิจากชาวนา กก.ละ 20 บาท ชาวนาไม่ได้ประโยชน์ เพราะถ้าสีจากโรงสีชุมชน อัตราสีแปรน้อยแต่ได้ของดี ไร้การรมยา ยกเว้นไปซื้อข้าวสารหอมมะลิจากโรงสีใหญ่ กก.ละ 17-18 บาท แล้วมาใส่ถุงขาย เครื่องจักรโรงสีใหญ่สีได้มากต้นทุนข้าวสารจะถูกกว่าของชาวนามาก ที่สำคัญการรวมคำสั่งซื้อทั้งจังหวัดจำนวนมากๆ โรงสีชุมชนของชาวนาผลิตไม่ทัน ชาวนาอาจไม่ได้ประโยชน์ใด เนื่องจากขายข้าวเปลือกไปหมดแล้ว หากจะช่วยชาวนาต้องทำให้เขาได้ประโยชน์เต็มที่และยั่งยืนคือการจัดระบบการสั่งซื้อจากกลุ่มชาวนาอย่างต่อเนื่อง

บช.น.เปิด 88 โรงพักช่วยขายข้าว

ช่วงบ่ายที่ บช.น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. นายรัตน์พิโพธิ ทวีกันย์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดกลุ่มเกษตรอินทรีย์ยโสธร กลุ่มปลูกฮักจาก จ.ยโสธร กลุ่มคนกล้าคืนถิ่น จ.ร้อยเอ็ด และ จ.อุดรธานี กลุ่มวังหิน อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ ร่วมประชุมโครงการ “ตำรวจนครบาลช่วยขาย เพิ่มรายได้ให้ชาวนาไทย” โดย พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ได้ใช้พื้นที่ 88 สถานีตำรวจนครบาล 13 กองบังคับการ 1 กองบัญชาการ จัดให้กลุ่มเกษตรกรนำข้าวมาจำหน่ายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และประสานกรมส่งเสริมสหกรณ์ขอข้อมูลช่วยเหลือชาวนาที่ขึ้นทะเบียนไว้

ด้านนายรัตน์พิโพธิ กล่าวว่า พวกตนรวมตัวจากหลายจังหวัด โดยนายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผู้ว่าฯยโสธร ให้การสนับสนุน หลังจากนี้จะมีปริมาณข้าวเพิ่มมากขึ้นภายในสิ้นเดือนนี้ จะเริ่มนำข้าวมาวางจำหน่ายตามโรงพักในวันที่ 29 พ.ย. ครั้งแรกจะนำมา 10 ตันก่อน โดยจะนำข้าวหอมมะลิเกรดเอมาขายกิโลกรัมละ 35 บาท และนอกจากกลุ่มตนแล้ว กลุ่มอื่นๆยังมีข้าวอีกมาก

หน.คสช.โต้ใช้ ม.44 ไม่สนนามสกุล

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 16.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ ถึงคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 68/2559 ตามความในมาตรา 44 ย้าย น.ส.ปณิตา ชินวัตร รอง ผอ.สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า เหตุผลเพื่อประสิทธิภาพการทำงาน ไม่อยากให้มีแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในองค์กร และให้เวลา สสว.แก้ไขมา 2 ปีแล้ว และยัง มีอีกหลายหน่วยงานที่ต้องพัฒนาให้เร็วที่สุด สำคัญไม่ว่าใครจะเก่งอย่างไร ถ้าคิดต่างกัน ทำให้แตกแยกมันก็ไปไม่ได้ จำเป็นต้องแยกออกมาก่อน เมื่อถามว่า ยืนยันการโยกย้ายครั้งนี้ไม่เกี่ยวการเมือง นายกฯตอบว่า “มันเกี่ยวตรงไหนละ นามสกุลอะไรผมยังไม่รู้เลย เขาส่งชื่อมา 3 คน ที่ต้องเอาออกก่อนเพื่อให้ทำงานได้สมบูรณ์ ผมก็เซ็นออกคำสั่งไป ไม่ได้สนใจว่านามสกุลอะไร นามสกุลนี้ทำถูกได้ ทำผิดไม่ได้หรืออย่างไร ปัดโธ่”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายกฯพูดจบได้เดินออกจากวงให้สัมภาษณ์ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที แต่ระหว่างนั้นมีกลุ่มแฟนคลับที่มาเป็นจิตอาสาบรรจุข้าวพอเพียง ยืนอยู่ด้านหน้าสำนักปลัดสำนักนายกฯส่งเสียงเรียกนายกฯ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์หันไปยกมือทักทายกลับก่อนหันมากล่าวกับสื่อมวลชนว่า “คนพวกนี้แหละที่เขาต้องการปฏิรูปประเทศ มัวแต่ไปสนใจแต่นามสกุลอยู่นั่นแหละ”

พท.เหน็บ “บิ๊กตู่” ผลงานเด่นเด้ง ขรก.

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต ทีมสำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยิ่งอยู่ในอำนาจนาน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เปลี่ยนไปจากคนที่พูดจาไม่มีความยั้งคิด กลายเป็นคนพูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย นอกจากนี้ ไม่เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์จะสร้างผลงานอะไรที่จับต้องได้ แต่เก่งเรื่องผลักภาระให้ประชาชน ชอบตำหนิคนจนว่าเอาแต่แบมือขอเงินจากรัฐบาล อ้างว่าไม่ยอมเสียภาษี ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ เองก็อยู่บ้านหลวง กินข้าวหลวง เรียนหนังสือด้วยเงินหลวง ใส่เสื้อผ้าของหลวง นั่งรถเบนซ์ที่ซื้อด้วยเงินหลวง น้ำมันก็เป็นเงินหลวง แถมมีทหารรับใช้ ที่หลวงต้องจ่ายเงินเดือนให้ทุกเดือน เป็นค่าซักเสื้อผ้า ถุงเท้า และค่าล้างถ้วยชามให้ พล.อ.ประยุทธ์มาเกือบทั้งชีวิต พล.อ.ประยุทธ์มีผลงานโดดเด่นอย่างเดียวคือ ใช้อำนาจสั่งย้ายคน แค่คิดเห็นไม่ตรงกัน ก็เด้งทันทีแทบจะไม่ทันข้ามวัน แต่เมื่อเป็นเรื่องของน้องชาย น้องสะใภ้และหลานชายของตัวเอง กลับไม่เคยมองเห็นว่าทำอะไรผิด

ป.ป.ช.ไม่รื้อบัญชีทรัพย์สิน “บิ๊กติ๊ก”

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงการเรียกร้องให้ ป.ป.ช.รื้อการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ที่เคยตีตกไป เนื่องจากพบหลักฐานใหม่เกี่ยวกับบัญชีเงินฝากของนางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ภริยา พล.อ.ปรีชา มีเงินหมุนเวียนในบัญชีเงินฝาก 5 บัญชี หลายสิบล้านบาท ช่วงปี 2557 ทั้งที่แจ้ง ป.ป.ช.ว่า ไม่มีรายได้และไม่ประกอบธุรกิจว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ช.เคยมีมติเอกฉันท์ให้ตีตกการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ พล.อ.ปรีชาไปแล้ว จึงยังมีมติเดิมให้ข้อกล่าวหาตกไป

เงินเมียงอกไม่รื้อคดี อ้างไม่มีคนร้อง

เมื่อถามว่า มีการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าบัญชีเงินฝากของนางผ่องพรรณมีเงินไหลเวียนในบัญชีหลายสิบล้านบาท ทั้งที่ไม่มีรายได้ และไม่ได้ประกอบธุรกิจ จะใช้เหตุควรสงสัยเข้าไปไต่สวนดูเรื่องร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพลตอบว่า ต้องดูหลักฐานเพิ่มเติม แต่ปัจจุบันยังไม่มีใครร้องเรียนเข้ามา จึงต้องคงตามมติเดิมไว้ เนื่องจากกฎหมาย ป.ป.ช. หากจะรื้อคดีขึ้นใหม่ ต้องมีพยานหลักฐานใหม่ หากไม่มี ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะอาจขัดกฎหมายได้ ป.ป.ช.ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาด้วย

“บิ๊กตู่” หย่าศึก กรธ.-กกต.ปรามเป็นผู้ใหญ่กันทั้งนั้น ทะเลาะ ผ่านสื่อทำให้สังคมวิตกขัดแย้งกันอีก ไล่ปฏิรูปตัวเองก่อนคุยกันให้รู้เรื่อง “มีชัย” วางคุณสมบัติเข้มปิดช่องคนหน้าเดิมยึดองค์กรอิสระซ้ำซาก... 19 พ.ย. 2559 00:38 19 พ.ย. 2559 05:32 ไทยรัฐ