วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พระโกศจันทน์ออกแบบเสร็จแล้ว กรมศิลป์จัด150ช่างสิบหมู่ สร้างสุดฝีมือ

พระโกศจันทน์ออกแบบเสร็จแล้ว กรมศิลป์จัด150ช่างสิบหมู่ สร้างสุดฝีมือ

  • Share:
กรมศิลป์จัด150ช่างสิบหมู่ เตรียมลงมือสร้างสุดฝีมือ

กรมศิลปากรออกแบบเสร็จแล้ว พระโกศไม้จันทน์ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช งดงามสมพระเกียรติอย่างที่สุด โดยเตรียมพื้นที่สำนักช่างสิบหมู่เป็นที่จัดเก็บวัสดุประกอบพระโกศ จัดกลุ่ม 4 ภารกิจงาน ช่างฝีมือกว่า 150 ชีวิต พร้อมเปิด ให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลื่อย ฉลุลาย ขณะที่ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศไหลบ่ามายังพระบรมมหาราชวังไม่ขาดสาย แต่ปรับจราจรรอบสนามหลวงใหม่ ปิดถนนแค่ 8 เส้นทางหลัก ส่วนปัญหาคนบางกลุ่ม ใช้สิทธิพิเศษเข้าถวายสักการะพระบรมศพก็คุมเข้มให้ ขรก.ติดบัตรตามจำนวนที่แจ้งมา ด้านนายกฯ น้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” มาปฏิบัติ และชวนคนไทย ร่วมแสดงพลังแห่งความภักดีโดยพร้อมเพรียงกัน

วันที่สามสิบหก ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญ พระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง แต่ประชาชนไม่ว่าจะมาจากพื้นที่ห่างไกลแค่ไหน ต่างก็มุ่งมั่นตั้งใจเดินทางเข้ามาเมืองหลวง เพื่อให้ได้เข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

บำเพ็ญพระราชกุศลวันที่ 36

สำหรับพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อเวลา 06.56 น. วันที่ 18 พ.ย.สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ บำเพ็ญพระราชกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา ต่อมาเวลา 11.00 น. ม.ร.ว.ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ จากนั้นเวลา 15.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จบำเพ็ญพระกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง มีพระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัด ราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ในการนี้ ทรงนำลูกพลับจากสหรัฐอเมริกา มาถวายแด่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชด้วย และเวลา 19.00 น.สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหารและวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ทูลกระหม่อมหญิงฯถวายลูกพลับ

ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้น ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ยังได้โพสต์ภาพทรงบำเพ็ญพระกุศลทอดผ้าไตรพระสงฆ์ และทรงหลั่งทักษิโณทก ในพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ “อินสตาแกรม” ส่วนพระองค์ ว่า Nichax วันนี้จะเอาลูกพลับจากอเมริกาไปถวาย #พ่อของเรา รูปลูกพลับ รูปพนมมือ #ไม่แจกของนะ #เจอกันพรุ่งนี้ Nov 19 16

ตัวแทน กต.สหรัฐฯลงนามแสดงความอาลัย

วันเดียวกัน ที่ห้องแดง ศาลาว่าการพระราชวัง นายแพทริค เมอร์ฟีย์ รองผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนายยูริ เฟดโดทอฟ ผู้อำนวยการบริหารสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เดินทางมาลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช

เข้าสักการะกว่า 3 หมื่นคน

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 17 พ.ย.หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ไห้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.00 น. ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 34,566 คน รวม 20 วัน มี 598,808 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,730,514.50 บาท รวม 20 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 42,627,291 บาท

คนหลั่งไหลมาจนแน่นแต่เช้า

สำหรับบรรยากาศการมาต่อแถวเข้าคิวเพื่อรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศได้เดินทางเข้ามาในบริเวณท้องสนามหลวงอย่างต่อเนื่อง โดยที่ท้ายแถวอยู่ที่จุดพักคอยบริเวณสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ มีประชาชนรอคิวอยู่ภายในเต็นท์ที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ และมีเจ้าหน้าที่ได้เตรียมเก้าอี้บางส่วนไว้ภายในเต็นท์ให้ประชาชนได้นั่งพักรอคิว แต่ก็ยังคงมีอีกจำนวนมากที่ประชาชนต้องยืนรอคิว บางรายทนความเมื่อยล้าไม่ไหว ต้องนั่งกับพื้นยางมะตอยที่ร้อนจัด และมีหลายรายถึงกับเป็นลม อาสาสมัครพยาบาลต้องช่วยกันปฐมพยาบาล ส่วนเต็นท์ของหน่ายงานต่างๆ เจ้าหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานได้เข้าไปติดตั้งเครื่องปรับอากาศระบบไฟฟ้า รวมทั้งระบบการสื่อสาร โดยเวลา 04.55 น.ทันที ที่เจ้าหน้าที่วังเปิดประตูวิเศษไชยศรีให้ราษฎรที่มาต่อแถวรอได้ไปถวายสักการะพระบรมศพ ทหารกองอำนวยการศูนย์มิสกวัน กอ.รมน. กองทัพภาคที่ 1 ซึ่งอารักขาถนนหน้าพระธาตุ รายงานว่า ประชาชนกลุ่มแรกเดินทางเข้าสู่พระบรม มหาราชวัง 1,214 คน จากนั้นตั้งแต่ 05.00-14.00 น. พบว่า มีพสกนิกรเดินผ่านเครื่องตรวจจับโลหะเข้าพระบรมมหาราชวังมากถึง 16,287 คน สำหรับประชาชนจากภูมิภาคต่างๆ ที่ทางกระทรวงมหาดไทยอำนวยความสะดวกให้มาถวายสักการะพระบรมศพ จังหวัดละ 750 คน เป็นประจำทุกวันนั้น ประกอบด้วย ชาวบ้านจาก จ.เชียงราย จันทบุรี ขอนแก่น ชุมพร

กองร้อยชาวเขาเทิดพระองค์สูงสุด

ขณะเดียวกัน มีอดีตกองร้อยชาวเขาอาสาสมัคร 6 กองร้อย จากจังหวัดพะเยา น่าน เพชรบูรณ์ ได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะที่ทรงพระราช ดำเนินไปเปิดกองร้อยชาวเขาอาสาสมัคร พร้อมกับเข้าแถวต่อคิวเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ที่หน้าพระบรมโกศ โดยนายปาว แช่พ่าน นายหมวดกองร้อยชาวเขาอาสาสมัครที่ 11 จ.พะเยา กล่าวว่า ในอดีตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินพร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ เยี่ยมกองร้อย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับอาสาสมัครทุกคน เนื่องจากช่วงนั้นสถานการณ์คอมมิวนิสต์รุนแรงมาก และมีการปะทะกันกับกองร้อย อาสาสมัครหนักมาก จนมีอาสาสมัครหลายคนต้องสละชีพ พระองค์ทรงสอบถามว่า ไหวหรือไม่ ขอเป็นกำลังใจกับทุกคนในการปกป้องประเทศชาติ ทำให้ทุกคนฮึกเหิมพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อประเทศชาติ พระองค์ทรงปลูกต้นขนุนไว้ด้วย จนถึงขณะนี้พวกเรายังคง รักษาขนุนต้นนั้นไว้อย่างดี และเทิดทูนพระองค์ท่าน จนถึงทุกวันนี้

ให้ ขรก.ติดบัตรกันพาคนมาเกิน

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กรณีที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงการที่มีส่วนราชการและองค์กรบางหน่วยงานใช้สิทธิพิเศษมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในลักษณะของการ “แซงคิว” ประชาชนที่ส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาคนละหลายๆชั่วโมงมาเข้าแถวในท้องสนามหลวง เพื่อรอขึ้นถวายสักการะพระบรมศพ จนถูกท้วงติงว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนี้ว่า จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทราบที่มาของปัญหานี้ว่า ในแต่ละวันทางสำนัก นายกรัฐมนตรี จะจัดเวรข้าราชการหมุนเวียนกันมาแต่ละหน่วยงาน เพื่อมาทำหน้าที่ผลัดเฝ้า หรือการสลับเวรกันมาเข้าร่วมในพระราชพิธี ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของพิธีหลวง และตามที่กำหนดไว้จำนวนผู้มาทำหน้าที่ผลัดเฝ้าจะต้องมีหน่วยงานละแค่ไม่เกิน 100 คน หลังเสร็จสิ้นพิธีสวดจะได้รับสิทธิขึ้นถวายสักการะพระบรมศพ ซึ่งโดยปกติจะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ไม่กระทบแถวประชาชนที่รอคิวอยู่ด้านนอก แต่ภายหลังเจ้าหน้าที่บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เริ่มสังเกตความผิดปกติว่า จำนวนข้าราชการชุดผลัดเฝ้ามีมากกว่าปกติ บางครั้งเกินกว่าที่นั่งที่จัดไว้ให้สำหรับข้าราชการ จนต้องเข้าไปนั่งในที่นั่งที่เตรียมไว้สำหรับประชาชนที่เข้าแถวรอมาตั้งแต่ท้องสนามหลวง ทั้งทำให้แถวของประชาชนที่อยู่ด้านนอกต้องรอนานขึ้น สำนักพระราชวังตรวจสอบ เรื่องนี้จนพบข้อเท็จจริงว่า มีหน่วยงานราชการบางหน่วยนำคนมาเกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้จริง ส่วนใหญ่คือ คนที่อยากถวายสักการะพระบรมศพ แต่ไม่ต้องการมาต่อคิว เพื่อเป็นการแก้ปัญหานี้ สำนักพระราชวังประชุมกับทางสำนักนายกฯแล้ว ได้ข้อสรุปว่า จากนี้จำนวนข้าราชการที่เข้ามาเข้าเวร ชุดผลัดเฝ้า จะต้องไม่ให้เกินกว่าที่กำหนดไว้คือ 100 คน และต้องมีการติดบัตรที่ทางหน่วยงานออกให้เพื่อเป็นการแสดงตัว ผู้ที่มาเกินจะไม่ได้สิทธิพิเศษเหนือประชาชนที่ต่อแถวใดๆทั้งสิ้น ยกเว้นแขกวีไอพีของพระบรมวงศานุวงศ์แต่ละพระองค์ และแขกวีไอพีจากประเทศต่างๆเท่านั้น

เริ่มปรับพื้นที่สร้างพระเมรุมาศ

ส่วนที่บริเวณสนามหลวงด้านทิศใต้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากร และเจ้าหน้าที่ของ กทม.เข้ามาสำรวจพื้นที่ในการก่อสร้างพระเมรุมาศ และวัดระดับเพื่อนำดินมาปรับพื้นที่ให้เท่ากัน ปรากฏว่าช่วงเช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร นำอุปกรณ์ รวมทั้งรถบรรทุกดินเข้ามาปรับหน้าดินบางส่วนแล้ว พร้อมกับนำรถบรรทุกน้ำเตรียมพร้อมไว้แล้ว ส่วนที่เต็นท์ พม.เพื่อพ่อหลวง ตรงข้ามวัดมหาธาตุฯ ภายในสนามหลวง นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ร่วมกับกลุ่มเครือข่ายโครงการ ปันฝัน ปันยิ้ม นำโดยนายณัฐพงส์ โมกขพันธ์ จัดกิจกรรมช่วยเหลือชาวนาในพื้นที่นิคมสร้างตนเองเลี้ยงไหม จ.สุรินทร์ โดยรับซื้อข้าวหอมมะลิ 105 จำนวน 1 ตัน หรือ 1,999 แพ็ก แพ็กละ 500 กรัม มาจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมแสดงความอาลัยด้วย

แบบพระโกศงดงามสมพระเกียรติ

ขณะเดียวกัน ที่สำนักช่างสิบหมู่ ศาลายา กรมศิลปากร จัดแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมในการจัดสร้างพระโกศจันทน์ โดยนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรได้เขียนแบบพระโกศเสร็จแล้ว โดยคำนึงถึงความสวยงามสมพระเกียรติกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชอย่างมากที่สุด ตนจึงมาตรวจสถานที่เพื่อเตรียมรองรับไม้จันทน์หอมที่ขอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์ พืชแปรรูปก่อนส่งมาให้พร้อมทั้งตรวจสถานที่เก็บผ้าทองย่น สำหรับใช้ในการประดับพระเมรุมาศ และอาคารประกอบ ซึ่งขณะนี้ได้รับมอบมาแล้ว นำมาจากประเทศจีน มีความยาว 10,500 เมตร น้ำหนัก 900 กิโลกรัม และนำมาเก็บรักษาไว้ที่สำนักช่างสิบหมู่ โดยได้คำนวณแล้วว่าต้องใช้ค่อนข้างมาก นอกจากนี้ การทำพระโกศจันทน์ นั้นจะเปิดให้ประชาชน นักเรียนนักศึกษาที่มีฝีมือ เข้ามามีส่วนร่วม ในการเลื่อยฉลุลาย แต่ต้องอยู่ในการควบคุมของสำนักช่างสิบหมู่

แบ่งภารกิจงาน 4 ด้าน

อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวอีกว่า ตนได้มอบสำนักสถาปัตยกรรมและสำนักช่างสิบหมู่ร่วมกัน จัดกลุ่มภารกิจงานที่สำคัญ 4 เรื่องได้แก่ งานประณีตศิลป์ประดับพระเมรุมาศ และอาคารประกอบและบูรณะ ราชรถ ราชยาน งานประติมากรรมในการจัดสร้างเทวดาสัตว์หิมพานต์และองค์ประกอบพระ เมรุมาศ งานจัดสร้างพระโกศจันทน์ และงานทำพระโกศทองคำลงยาสำหรับเก็บพระบรมอัฐิ ซึ่งมั่นใจว่าคณะช่างมีประสบการณ์ มีความพร้อมที่จะดำเนินงานอย่างเต็มที่ให้สมพระเกียรติทุกขั้นตอน

เตรียมช่างฝีมือกว่า 150 ชีวิต

นายสมควร อุ่มตระกูล ผอ.สำนักช่างสิบหมู่กรมศิลปากร กล่าวว่า ขณะนี้สำนักช่างสิบหมู่ได้เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่บุคลากรทุกสาขา กว่า 150 คนในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะเริ่มดำเนินการหลังจากมีการส่งมอบไม้จันทน์หอมจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ซึ่งจะใช้ในการสร้างพระโกศจันทน์ ท่อนฟืน และดอกไม้จันทน์สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ ขณะเดียวกันจะแบ่งทีมช่างประณีตศิลป์ ช่างปิดทองประดับกระจก และช่างไม้ไปดำเนินบูรณะราชรถ ราชยานด้วย อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานจะต้องวางแผนให้สอดคล้องกับการกำหนดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยสำนักช่างสิบหมู่อาจจะมีการคัดเลือกช่างฝีมือที่มีความสามารถมาร่วมงานด้วยอีกทางหนึ่ง

ศตส.ยกเลิกปิดถนน 27 สาย

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุม ศตส.ว่าวันเสาร์-อาทิตย์ จะยกเลิกปิดถนนโดยรอบท้องสนามหลวงเต็มรูปแบบ 27 สาย จะปิดเพียง 8 สายรอบท้องสนามหลวงเท่านั้น พร้อมขอความร่วมมือประชาชนที่ใช้รถส่วนบุคคล ห้ามจอดรถบนถนนราชดำเนินกลาง เพื่อให้รถขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เข้าไปรับส่งคนได้อย่างสะดวกปลอดภัย

ปัด ขรก.แทรกคิวกราบพระบรมศพ

นายสุวพันธุ์ยังกล่าวด้วยว่า ที่ประชุมได้กำชับและทำความเข้าใจการปฏิบัติของข้าราชการ ซึ่งทุกส่วนราชการจะมีเวรผลัดเฝ้าที่ได้รับมอบหมายรอบละ 100 คน เบื้องต้นมี 6 รอบ จะต้องมีบัตรแสดงตนก่อนผ่านจุดเข้า-ออกให้ชัดเจน โดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.)เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการประสานงาน ดูแลในการปฏิบัติร่วมกับสำนักพระราชวังต่อไป ส่วนความเข้าใจผิดกรณีข้าราชการแทรกคิวเข้าถวายบังคมพระบรมศพไม่เป็นความจริง เพราะข้าราชการที่แต่งชุดขาวได้รับอนุญาตจากสำนักพระราชวังให้ขึ้นไปถวายบังคมพระบรมศพได้ ไม่ได้แทรกคิวแต่อย่างใด

แจงปิดจราจร 8 เส้นทางหลัก

จากนั้น ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการจัดการจราจรเพื่อรองรับประชาชนที่เดินทางเข้ามาถวายสักการะและเข้าเฝ้าถวายบังคมพระบรมศพ ในพื้นที่รอบพระบรมมหาราชวัง กรณีเปลี่ยนแปลงปิดการจราจรเต็มรูปแบบ 27 เส้นทาง กลับมาสู่ 8 เส้นทางหลัก โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย.จะปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 07.00 น.ดังนี้ ถนนที่ปิดการจราจรจำนวน 8 สาย ได้แก่ 1.ถนนราชดำเนินใน (จากแยกผ่านพิภพ-แยกป้อมเผด็จ) 2.ถนนสนามไชย (จากแยกป้อมเผด็จ-วงเวียน รด.) 3.ถนนหน้าพระลาน (จากแยกป้อมเผด็จ-แยกท่าช้าง) 4.ถนนหน้าพระธาตุ (จากสามเหลี่ยมประตูวิเศษไชยศรี-แยก ถ.พระจันทร์ตัด ถ.หน้าพระธาตุ) 5.ถนนหลักเมือง 6.ถนนหับเผย 7.ถนนกัลยาณไมตรี ถึงสะพานข้างโรงสี 8.ซอยสราญรมย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอแนะนำให้พี่น้องประชาชนที่จะเข้ามาถวายบังคมพระบรมศพ แต่งกายให้ถูกต้องเหมาะสมและควรเตรียมความพร้อมวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเส้นทางการจราจรได้ที่ www.trafficpolice.og.th และสายด่วนจราจร 1197 หากพบบุคคลต้องสงสัยหรือต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถแจ้งมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่านสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รัฐบาลน้อมนำศาสตร์พระราชา

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในเมื่อเวลา 20.15 น.วันที่ 18 พ.ย.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติอย่างยั่งยืน” ว่า วันนี้อยากให้ทุกคนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย “ศาสตร์พระราชา” ของพระองค์ สร้างความสำเร็จภายใต้ “โครงการพัฒนาดอยตุง” อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ใช้เวลากว่า 30 ปี ปัจจุบัน “ศาสตร์พระราชา” ภายใต้ “ดอยตุงโมเดล” ได้รับการยกย่องจากประชาคมโลกให้เป็นแนวทางการพัฒนาที่นำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติให้การรับรอง “ศาสตร์พระราชา” เป็นหลักปฏิบัติสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาทางเลือกอีกด้วย

ชวนคนไทยร่วมถวายสัตย์

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในวันอังคารที่ 22 พ.ย.นี้ เวลา 08.00 น. หลังเคารพธงชาติ รัฐบาลขอเชิญชวนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ร่วมแสดงความอาลัยถวายและรวมพลังแห่งความภักดี ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ในพระบรมราชจักรีวงศ์อย่างพร้อมเพรียงกัน ด้วยการร่วมกันถวายสัตย์ปฏิญาณและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ณ ศาลาว่าการจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ หรือ ณ สถานที่บริเวณหน้าสำนักงานที่ตนสังกัด รวมทั้งสถานประกอบการ ธุรกิจเอกชนและอื่นๆทั่วราชอาณาจักรไทย สำหรับต่างประเทศพร้อมกัน ณ สถานเอกอัครราชทูต หรือสถานที่เหมาะสม โดยให้มีการเคลื่อนย้ายน้อยที่สุด เพื่อให้ชาวโลกรับรู้ว่า คนไทย ประเทศไทย มีความจงรักภักดีแด่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย

ศาลอาญาแปรอักษรแสดงความอาลัย

ในส่วนกิจกรรมเทิดพระเกียรติ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 นั้น รวมถึงการทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่างๆเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลนั้น ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยศาลอาญา เวลา 08.00 น.วันที่ 18 พ.ย.นายสุภัทร์ สุทธิมนัส อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เป็นประธานนำคณะผู้พิพากษาศาลอาญา ผู้บริหาร ข้าราชการ ลูกจ้าง จำนวน 264 คน จัดกิจกรรม “ศาลอาญารวมใจภักดิ์ อาลัยรักองค์ภูมิพล เพื่อแสดงความอาลัย น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” โดยมีการกล่าวแสดงความอาลัยและยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที จากนั้นได้ร่วมกันแปรอักษรชุด “ขอสืบสานพระราชปณิธาน และเก็บรูปนี้ไว้ที่บ้านตลอดไป” อย่างงดงาม ซึ่งประกอบด้วยข้อความว่า “ขอเป็นข้าราชการที่ดี” ประกอบเพลงเดินตามรอยเท้าของพ่อ ต่อด้วยข้อความ “ศาลอาญา ภาพหัวใจและเลข ๙” ประกอบเพลงรูปที่มีทุกบ้าน พร้อมชูพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 264 ภาพ ตามด้วยการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีอย่างกึกก้อง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่บางรายถึงกับหลั่งน้ำตา

จัดประกวดภาพและเรียงความ

นายสุภัทร์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้จัดกิจกรรมแจกเสื้อสีดำ ริบบิ้น อาหาร เครื่องดื่มพร้อมบริการย้อมผ้าดำให้กับประชาชนที่สนามหลวง ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ และจะมีกิจกรรมภายในศาลอาญาประกวดภาพวาดในหัวข้อ “ในหลวงของหนู” ประกวดภาพถ่ายในหัวข้อ “อาลัยรักองค์ภูมิพล” และประกวดเรียงความในหัวข้อ “ชีวิตของฉันหลังจากนี้เมื่อไม่มีพ่อแล้ว” และกิจกรรมบริจาคโลหิต รวมทั้งหมด 9 กิจกรรม ในฐานะข้าราชการตุลาการได้น้อมนำพระราชดำรัสมาใช้เป็นหลักยึดมั่นในการทำงานว่า กฎหมายเป็นเพียงแนวทางในการปฏิบัติเพื่อจะนำไปสู่ความยุติธรรม และใช้ชีวิตส่วนตัวตามหลักความพอเพียง

ทร.แสดงความอาลัยกลางอ่าวไทย

ส่วนที่กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร.กล่าวภายหลังร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันกองทัพเรือครบรอบ 110 ปีว่า วันที่ 10 พ.ย.ตนได้นำข้าราชการกองทัพเรือ 2,500 นาย ขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ที่ลอยลำกลางอ่าวไทย พร้อมเรือหลวงตากสิน เรือหลวงนเรศวร เรือหลวงปิ่นเกล้า และ เรือ ต.996 รวมถึงเพลงความฝันอันสูงสุด และเพลงดาบของชาติ อันเป็นเพลงพระนิพนธ์ในพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ เพื่อแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

แห่บริจาคอวัยวะช่วยผู้ป่วย

ขณะที่ทั่วประเทศร่วมกันจัดกิจกรรมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล โดยที่ รพ.ศูนย์สกลนคร นพ.กิตติศักดิ์ ด่านวิบูลย์ ผอ.รพ.ศูนย์สกลนคร เปิดงานสัปดาห์รณรงค์ การรับบริจาคโลหิต บริจาคดวงตา และอวัยวะอื่นๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นหนึ่งใน 9 กิจกรรม ที่ทางโรงพยาบาลกำหนดจัดขึ้น มีทั้งการบริจาคอวัยวะ เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอด ตลอดจนอวัยวะส่วนอื่นๆของผู้เสียชีวิตสมองตายที่ยังทำงานอยู่ได้ แล้วนำไปปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยที่หมดหวังจากการรักษาด้วยวิธีการอื่นๆให้กลับมามีชีวิตที่ดีขึ้น ถือได้ว่าเป็นของขวัญเพื่อชีวิต และเป็นที่สุดแห่งการให้ มีผู้สนใจแจ้งความประสงค์บริจาคอวัยวะตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว 128 ราย โดยคาดว่าจะมีผู้บริจาคทั้งสิ้นกว่า 500 ราย

ทหารเรือเก็บขยะชายหาด

บ่ายวันเดียวกัน นาวาเอกพัฒนพงษ์ นุชนารถ ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 นำทหารเรือทัพภาคที่ 2 จ.สงขลา นักศึกษาและประชาชนมารวมตัวกันที่ลานดนตรีหน้าหาดสมิหลา จ.สงขลา เพื่อร่วมทำกิจกรรมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลด้วยการเดินเก็บขยะตลอดแนวชายหาดจนถึงหน้าร้านอาหารเหมือนฝัน โดยเจ้าของร้านได้บริการข้าวผัด ผัดไทย และก๋วยเตี๋ยวฟรี ส่วนร้านมิสเตอร์โจมาบริการน้ำดื่มฟรีเช่นกัน นอกจากนี้ร้านทำผมชื่อดังทั้งเจนนี่แฮร์ควีน มาดามตู่ และหญิงเค ได้มาตัดผมฟรีบริเวณลานหน้าร้านอาหารเหมือนฝัน มีทหาร ประชาชน และนักเรียนให้ความสนใจใช้บริการจำนวนมาก

ฝูงชนนับหมื่นร่วมเลี้ยงช้าง

ที่อนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ นายอรรถพร สิงหวิชัย ผวจ.สุรินทร์ จัดกิจกรรมเลี้ยงช้าง ร้อยดวงใจไว้อาลัยพ่อหลวง มีช้างเข้าร่วมทั้งหมด 160 เชือก โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวนับหมื่นร่วมกันนำอาหารที่ทางจังหวัด และ อบจ.สุรินทร์ได้จัดเตรียมไว้บนโต๊ะตลอดแนวถนนกรุงศรีนอก มีทั้งกล้วย อ้อย แตงโม และมันฝรั่ง น้ำหนักกว่า 45 ตัน นำไปยื่นให้ช้างกินเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในงานรวมช้าง รวมใจ ไว้อาลัยพ่อหลวง ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 พ.ย.

แปรอักษรแสดงความอาลัย

ที่สันเขื่อนสิริกิติ์ ต.ผาเลือด อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.อุตรดิตถ์ นำประชาชนผู้ใช้น้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ 5 จังหวัดได้แก่น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ กว่า 500 คน ร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่ “รัชกาลที่ 9” มีการแปรอักษรเลข ๙ ในรูปหัวใจ บนสันเขื่อนสิริกิติ์ ส่วนที่ ร.ร.อนุบาลกาฬสินธุ์ นายชาตรี ถาวรรักษ์ ผอ.ร.ร.ร่วมกับครูและนักเรียนกว่า 500 คนจัดกิจกรรมแปรอักษรเลข ๙ รูปหัวใจ โดยนายชาตรี เผยว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร จ.กาฬสินธุ์ พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานดำเนินโครงการต่างๆมากมาย เช่น โครงการลุ่มน้ำพะยัง โครงการอ่างเก็บน้ำสมอทบ อ.เขาวง โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยม่วง อ.กุฉินารายณ์ และโครงการพัฒนาแก้มลิงหนองเลิงเปือย อ.ร่องคำ และ อ.กมลาไสย ทำให้ชาวบ้านอยู่ดีกินดีอย่างพอเพียงถึงทุกวันนี้

จัดค่ายศิลปะภาพพ่อหลวง

ที่อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย (ปราสาทหินพิมาย) อ.พิมาย จ.นครราชสีมา นายกิจวัฒน์ แสนศรีระ อายุ 45 ปี ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนชุมแพศึกษา จ.ขอนแก่น จัดกิจกรรมค่ายศิลปะ ART CAMP เพาะพันธุ์ศิลป์ 7 จัดกิจกรรมก้าวตามพ่อ ก่องานศิลป์ ถวายความอาลัยพ่อหลวง มีนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆทั่วภาคอีสานจำนวน 270 คน ร่วมกันวาดภาพระบายสีโปสเตอร์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชขนาด 1.99×9.99 เมตร เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่องค์อัครศิลปิน โดยนายกิจวัฒน์เผยว่า ได้เปิดกิจกรรมดังกล่าวที่โรงเรียนธานปราสาทเพชรวิทยา อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา และใช้ปราสาทหินพิมายเป็นที่วาด เนื่องจากพระองค์เสด็จฯทอดพระเนตรปราสาทหินพิมาย ทำให้นักเรียนได้เห็นสถานที่จริง หลังวาดเสร็จจะนำภาพทั้งหมดไปจัดแสดงไว้ที่โรงเรียนชุมแพศึกษา จ.ขอนแก่น

รำลึกถวายฎีกาขอโรงเรียน

ด้านนางสั้น กรดเต็ม อายุ 84 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86 หมู่ 3 ต.แพรกหา อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ผู้ถวายฎีกาขอพระราชทานจัดตั้งโรงเรียนปัญญาวุธ ต.แพรกหา อ.ควนขนุน เปิดเผยว่า เดิม ต.แพรกหา และตำบลใกล้เคียงไม่มีโรงเรียนมัธยมศึกษา หากเด็กอยากเรียนต่อต้องไปที่โรงเรียนควนขนุน หรือในตัวเมืองพัทลุงที่อยู่ห่างไกล กระทั่งวันที่ 24 ก.ย.2524 พระครูวิจิตรปัญญาทร อดีตเจ้าอาวาสวัดควนแพรกหา มอบหมายให้ตนและเพื่อนบ้านอีก 2-3 คน ยื่นถวายฎีกาพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อขอพระราชทานจัดตั้งโรงเรียนปัญญาวุธในโอกาสที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรโครงการอ่างเก็บน้ำโคกชะงาย อ.เมืองพัทลุง พระองค์ทรงซักถามข้อสงสัยประมาณ 50 นาที พร้อมกับตรัสกับนายนิพนธ์ บุญภัทโร ผวจ.พัทลุงขณะนั้น ว่า “ให้เขานะ” ตนถึงกับน้ำตาไหล
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ให้ลูกหลานได้มีที่เรียน ไม่ต้องเดินทางไกลถึงตัวเมือง

นำข้าวในนาเลี้ยงพสกนิกร

ขณะที่นายธวัช สุระบาล ผวจ.ศรีสะเกษ นำหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าวในแปลงนาของนางกิตติญาภรณ์ นนท์ศิลา ในพื้นที่หมู่ 3 บ้านหมากยาง ต.เป๊าะ อ.บึงบูรพ์ จ.ศรีสะเกษ โดยนางกิตติญาภรณ์มีความประสงค์ที่จะมอบข้าวในที่นาจำนวน 5 ไร่ เพื่อนำไปประกอบเลี้ยงพสกนิกรที่เดินทางไปเข้าถวายสักการะพระบรมศพที่พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีพสกนิกรในพื้นที่แจ้งความจำนงสนับสนุนข้าวสารและข้าวเปลือกเพิ่มเติมอีกหลายราย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สงฆ์ภาค 14 ดูแลประชาชนเต็มที่

ด้านพระพรหมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา เจ้าคณะภาค 7 ประธานคณะกรรมการโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 พระพรหมเวที เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ เจ้าคณะภาค 15 พระธรรมโพธิมงคล เจ้าอาวาสวัดนิมมานรดี เจ้าคณะภาค 14 พระเทพศาสนาภิบาล รองเจ้าคณะ จ.นครปฐม เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ได้ตรวจเยี่ยมการดูแลประชาชนที่เดินทางมายังศูนย์ต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางเข้าถวายบังคมพระบรมศพ พุทธมณฑล จ.นครปฐม ทั้งนี้ พระธรรมโพธิมงคลกล่าวว่า เฉลี่ยแล้วที่ศูนย์แห่งนี้จะมีประชาชนเดินทางมาแวะพักก่อนเดินทางเข้าถวายบังคมพระบรมศพเฉลี่ยวันละ 1,000-5,000 คน ซึ่งช่วงที่จะมีประชาชนมาที่ศูนย์มากที่สุดคือช่วง 03.00-04.00 น. และในฐานะที่คณะสงฆ์ภาค 14 ดูแลพื้นที่ จ.นครปฐม จึงได้รับความร่วมมือจากคณะสงฆ์ในพื้นที่เป็นอย่างดีในการจัดส่งอาหาร เครื่องดื่มมาคอยดูแลประชาชน ทั้งมีที่นอนพักในพุทธมณฑลได้อีก 500 คน โดยศูนย์แห่งนี้จะดำเนินการไปจนกว่าจะมีพระราชพิธีถวาย พระเพลิง และคณะสงฆ์พร้อมที่จะดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ซึ่งจะมีอาหาร เครื่องดื่มคอยให้บริการตลอดเวลา

พื้นที่รองรับคนแคบลง

ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่เต็นท์กองอำนวยการร่วมกรุงเทพมหานคร พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯ กทม. พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 ร่วมแถลงข่าวหลังประชุมวางแผนการแก้ปัญหาและการจัดระเบียบสนามหลวง โดย พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวถึงกรณีการจัดระเบียบเข้าคิวว่า ในวันหยุดคาดว่าจะมีคนเข้ามากราบพระบรมศพมาก จึงต้องปรับสถานที่ที่ฝั่งทิศเหนือสนามหลวงที่มีสภาพเล็กลง สามารถรองรับคนได้ 1.2 หมื่นคน โดยจะเปิดให้ประชาชนเข้ามาได้ 4 จุดคือด้านโรงแรมรัตนโกสินทร์ ด้านถนนกัลยา หลังกระทรวงกลาโหม วงเวียน รด. และถนนพระจันทร์ สามารถรองรับประชาชนชุดแรกได้ 5 พันคน จะให้นั่งคอยที่เต็นท์หน้าถนนพระธาตุ และจะเข้ากราบพระบรมศพได้เลย ทั้งนี้ ได้เตรียมอาหารและน้ำดื่มบริการด้วย หากประชาชนมากันมากกว่า 1.2 หมื่นคน จะเกิดความแออัดขึ้น จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ทยอยกันเดินทางมา ไม่ควรเดินทางมาพร้อมกัน เพราะถึงมาเร็วก็ต้องเข้าคิว ส่วนการจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดีในวันที่ 22 พ.ย.นี้ ในส่วนของสนามหลวงจะไม่มีจัดกิจกรรมพิเศษ แต่จะร่วมกันร้องเพลงชาติไทยตามสภาพ ณ จุดที่ประชาชนเข้าแถวหรือรอคิว ส่วนที่หน้ากระทรวงกลาโหมจะมีการจัดกิจกรรมร้องเพลงชาติ โดยปลัดกระทรวงกลาโหมมาร่วมร้องเพลงชาติด้วย

แจงไม่เคลียร์วีไอพีแทรกคิว

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ยังกล่าวถึงปัญหาการแทรกคิวว่า ได้กำหนดหมายเลข กำหนดแถวของประชาชน เดินในเส้นทางแบบวันเวย์ ให้ประชาชนนั่งคอยบนเก้าอี้ที่เตรียมไว้ และจะมีการทดลองแจก “ใบลา” หากประชาชนจะออกจากคิวเพื่อไปทำธุระส่วนตัว แล้วกลับมาเข้าคิวที่จุดเดิม เพื่อป้องกันการแทรกคิว ส่วนกรณีมีบางรายใช้ความสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่จัดคิว แล้วให้แทรกคิวนั้น รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า จะใช้ความสนิทสนมคงเป็นไปไม่ได้ แม้แต่ตนหรือผู้ว่าฯ กทม. รวมทั้งญาติพี่น้องก็ไม่สามารถใช้อภิสิทธิ์แทรกคิวได้ ดังนั้น ขอให้ประชาชนช่วยดูแลกันเอง อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่ากรณีเช่นนี้ก็ต้องมีบ้าง แต่ไม่มาก

เข้าสักการะพระบรมศพได้ตลอด

ด้าน พล.ต.ท.อำนวยกล่าวว่า การปิดสนามหลวง เพื่อก่อสร้างพระเมรุมาศนั้น ผู้ว่าฯ กทม.ได้หารือกับอธิบดีกรมศิลปากรแล้ว จะนำรั้วสังกะสีมาปิดล้อมพื้นที่สนามหลวงด้านทิศใต้ โดยจะกินพื้นที่ฝั่งด้านทิศเหนือประมาณ 80 เมตร ซึ่งในวันที่ 10 ม.ค.2560 จะส่งมอบพื้นที่ให้กับกรมศิลปากร เริ่มดำเนินการก่อสร้างพระเมรุมาศได้ในวันที่ 1 ก.พ.2560 แม้ว่ามีการส่งมอบพื้นที่แล้วประชาชนยังสามารถเดินทางมากราบพระบรมศพได้ทาง 4 ช่องทางเช่นเดิม นอกจากนี้ ในส่วนของชาวไทยมุสลิม ทางกรุงเทพมหานครจัดเตรียมสถานที่ไว้ประกอบศาสนกิจไว้ 3 จุด ได้แก่ ที่ชมรมมุสลิม มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ มัสยิดตึกดิน ถนนราชดำเนิน และที่มัสยิดจักรพงษ์ เขตพระนคร

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้