วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แยก “น้ำมัน-ค้าปลีก” เข้าตลาด

แยก “น้ำมัน-ค้าปลีก” เข้าตลาด

  • Share:

ปตท.ยกเครื่องครั้งใหญ่ผุด “โฮลดิ้ง” รับแข่งขัน

บอร์ด ปตท. (PTT) อนุมัติปรับโครง-สร้างธุรกิจครั้งใหญ่ดันบริษัทแม่ ปตท.สู่ “โฮลดิ้ง คัมปานี” เต็มสูบ โอนธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกให้ PTTOR พร้อมเตรียมดันเข้าตลาดหลักทรัพย์ขายหุ้น IPO ให้ประชาชนทั่วไป ซีอีโอ ปตท.ยันจัดทัพธุรกิจเพื่อความโปร่งใส รองรับการแข่งขันและขจัดครหาอึมครึมเสียที

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัท ปตท.ได้เห็นชอบการปรับโครงสร้างธุรกิจ ปตท. โดยการโอนกิจการของหน่วยธุรกิจน้ำมัน รวมถึงสินทรัพย์และหนี้สินของหน่วยธุรกิจดังกล่าว ตลอดจนหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องให้แก่ บริษัท ปตท. ธุรกิจค้าปลีก จำกัด และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) และให้ PTTOR เป็นบริษัทแกน (Flagship Company) ของกลุ่ม ปตท. ในการดำเนินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก และมีแผนนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เสนอขายหุ้นสามัญของ PTTOR ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) แต่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพลังงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) คณะรัฐมนตรี และที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ ปตท.ด้วย

ทั้งนี้ ภายหลังการขายหุ้น IPO ทาง PTT จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ PTTOR อย่างน้อย 45% โดย PTT และ PTTOR จะกำหนดหลักเกณฑ์การกระจายหุ้นอย่างชัดเจน เพื่อให้มั่นใจหุ้น IPO ของ PTTOR จะกระจายสู่ประชาชนอย่างทั่วถึงมากที่สุด
นายเทวินทร์กล่าวว่า ขั้นตอนต่อจากนี้ไป ปตท.จะเสนอเรื่องให้กระทรวงพลังงานพิจารณาเห็นชอบ เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) พิจารณาอนุมัติเป็นลำดับควบคู่ไปกับการเสนอให้ผู้ถือหุ้นให้ความเห็นชอบในการประชุมสามัญประจำปีในเดือน เม.ย.2560 เพื่อดำเนินการจัดตั้งบริษัทดังกล่าว ที่ถือได้ว่าเป็นการแยกธุรกิจของ ปตท.ครั้งแรกนับตั้งแต่ตั้งกิจการมาเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว ส่วนพนักงานในธุรกิจน้ำมัน 1,500 คน ปตท.มีทางเลือกให้ตัดสินใจว่าจะย้ายไปอยู่กับบริษัทที่จัดตั้งใหม่หรือยังต้องการเป็นพนักงาน ปตท.ต่อไป

ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างธุรกิจ ปตท.ครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความชัดเจน โปร่งใสในการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม ปตท.ในสายตาสาธารณชน อีกทั้งช่วยให้หน่วยธุรกิจน้ำมันมีความคล่องตัวในการดำเนินงาน และสามารถปรับตัวกับสถานการณ์การแข่งขันที่สูงขึ้นได้ทันท่วงที ขณะที่การโอนย้ายทรัพย์สินของ ปตท.ไปยังบริษัทที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ หากเป็นทรัพย์สินทางการค้าที่เกิดจากการลงทุนของ ปตท.อาทิ คลังน้ำมันก็จะโอนย้ายไปยังบริษัทใหม่ แต่หากเป็นทรัพย์สินที่เกิดจากการที่รัฐบาลสั่งให้ ปตท.ดำเนินการมาก่อนหน้า อาทิ คลังแอลพีจีเขาบ่อยา จังหวัดชลบุรี จะไม่มีการโอนย้าย “ผมขอย้ำว่า การปรับยุทธศาสตร์ดำเนินธุรกิจดังกล่าว จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย สร้างความเข้มแข็งและการเติบโตให้กับ ปตท.และสังคมไทยควบคู่กันอย่างยั่งยืนต่อไป”

สำหรับธุรกิจที่ถูกโอนย้ายเข้าไปอยู่ภายใต้บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด ประกอบด้วย 1.ธุรกิจน้ำมัน ค้าปลีกน้ำมันผ่านสถานีบริการทั้งในและต่างประเทศ ค้าเชิงพาณิชย์น้ำมัน และก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และเชื้อเพลิงอื่นๆ อาทิ จำหน่ายเชื้อเพลิงอากาศยาน จำหน่ายแอลพีจีในครัวเรือนและสถานีบริการจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นทั้งในและต่างประเทศ และบริหารโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจน้ำมัน ในส่วนของราคาขายปลีกน้ำมันและแอลพีจี จะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด โดยยังคงเคลื่อนไหวขึ้น-ลงตามกลไกราคาตลาดโลกและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงาน

สำหรับผลดำเนินงาน งวด 9 เดือนแรกของปี 59 สิ้นสุด ก.ย.59 ของ PTTOR ภายหลังรับโอนกิจการ จะมีรายได้ขายและบริการ 353,613ล้านบาท กำไรขั้นต้น 27,678 ล้านบาท EBITDA 16,945 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 13,577 ล้านบาท.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้