วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนุ่มสุรินทร์เดินเท้าจากเชียงใหม่ถึงพระบรมมหาราชวัง สักการะพระบรมศพ

หนุ่มสุรินทร์ วัย 35 ปี ใช้เวลา 15 วัน เดินเท้าจากเชียงใหม่ถึงพระบรมมหาราชวังแล้ว เพื่อสักการพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เผยพระองค์ท่านเป็นแรงบันดาลใจให้มีชีวิตที่ดีได้ทุกวันนี้

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 18 พ.ย.59 นายวัฒนะ อุไรล้ำ อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ ที่เดินเท้าจากอุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อเดินทางมายังสนามหลวงเพื่อเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางนานกว่า 15 วัน จนมาถึงสนามหลวงช่วงเย็นวันนี้

นายวัฒนะ กล่าวว่า แต่ก่อนนั้นตนเป็นคนเด็กมีปัญหาครอบครัวไม่อบอุ่นขาดพ่อมีนิสัยเกเรและดื้อรั้นมาโดยตลอด อยู่มาวันหนึ่งบังเอิญได้เปิดอ่านหนังสือ เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจและโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงทำเพื่อคนไทยกว่า 4,000 โครงการ ทำให้ตนนึกถึงว่าพระองค์ทำไมทรงเหนื่อยทรงทำเพื่อคนไทยขนาดนี้ ตนแม้จะเป็นคนไม่ดี เกเร ครอบครัวไม่อบอุ่น แต่เราก็สามารถเป็นคนดีได้สามารถทำสิ่งดีๆเพื่อสังคมได้

“จากวันนั้นถึงวันนี้หากไม่มีหนังสือเล่มนั้นหากไม่มีพระองค์เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจผมวันนั้นคงไม่มีผมในวันนี้ ผมอาจจะถูกยิงตายหรือติดคุกติดตารางไปแล้วก็เป็นได้”

นายวัฒนะ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ตนนั้นเลือกการเดินทางจากอุทยานหลวงราชพฤกษ์ เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวนั้นจะเปรียบเหมือนเป็นสถานที่ของพระองค์ท่าน ก่อนตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ทำก่อนหน้านี้ที่จังหวัดชลบุรี ไม่รับโบนัสไม่รับเงินเดือนทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพราะถึงเราจะมีเงินเราก็ใช้จ่ายหาความสุขจนหมด แต่หากครั้งหนึ่งในชีวิตไม่ได้มีโอกาสมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็จะรู้สึกเสียใจไปชั่วชีวิต

"แม้ตลอดระยะทางบาดแผลที่เท้าจะพุพองขึ้นทุกนาทีอุปสรรคฝนตกแดดออก ที่ทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าพอนึกถึงพระองค์ท่านนึกถึงความเหน็ดเหนื่อยจากพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านก็ทำให้อาการเจ็บปวดหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้ผมเดินทางถึงยังพระบรมมหาราชวังได้ เพราะเหล่าอาสาสมัคร เพื่อนพี่น้องชาวไทยตลอดสองข้างทางที่เมื่อเห็นผมเดินก็ออกมาทักทายสอบถามก่อนให้กำลังใจซึ่งผมพูดกับตัวเองมาตลอดว่า ที่เดินมาได้เพราะร่างกายของเราเอง 50 อีก 50 นั้นคือทุกคนที่คอยให้กำลังใจและช่วยเหลือตลอดเส้นทางเดินเหมือนผมไม่ได้เดินทางเพียงคนเดียว ขณะที่เดินผ่านไปตามถนนของแต่ละจังหวัดในบางครั้งที่ผมจะหมดแรงแต่เพียงเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ ที่ติดอยู่ตามข้างทางน้ำตาของผมก็ไหลออกมา ก่อนจะเป็นแรงผลักดันให้ก้าวเดินต่อไป ถึงแม้วันนี้พระองค์จะไม่อยู่กับปวงชนชาวไทยแล้ว แต่พระองค์จะอยู่ในใจผมตลอดชีวิต และนำเอาหลักคำสอนของพระองค์มาเป็นแนวทางดำเนินชีวิตของผมต่อไป รวมถึงเก็บภาพความประทับใจตลอด 15 วันเก็บไว้ในจิตใจผมตลอดไป".

หนุ่มสุรินทร์ วัย 35 ปี ใช้เวลา 15 วัน เดินเท้าจากเชียงใหม่ถึงพระบรมมหาราชวังแล้ว เพื่อสักการพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เผยพระองค์ท่านเป็นแรงบันดาลใจให้มีชีวิตที่ดีได้ทุกวันนี้ 18 พ.ย. 2559 23:38 19 พ.ย. 2559 00:13 ไทยรัฐ