วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนุ่มภูเก็ตร้องขอความเป็นธรรม หลังต้องเป็นผู้ต้องหาคดีเผาสภ.ถลาง

(ภาพจาก ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต)

หนุ่มภูเก็ต เข้าขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรม หลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีเผาสภ.ถลางเมื่อ ต.ค.ปี 58 บอกไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เผยเครียดมากเหตุไม่มีเงินประกันตัวต่อสู้ในชั้นศาล

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.59 นายอุทัย สุขเลี่ยน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 851/2558 คดีเผาสถานีตำรวจภูธรถลาง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 ต.ค.58 พร้อมครอบครัวเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ที่ศูนย์ดำรงธรรมภูเก็ต โดยมีนางทัศนีย์ นพรัตน์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมเป็นผู้รับเรื่อง โดยจะส่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวให้กับ สภ.ถลางดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายพร้อมจะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือ

นายอุทัย กล่าวว่า การยื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรมว่า ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์กลุ่มชาวบ้านรวมตัวกันปิดล้อม สภ.ถลาง เมื่อวันที่ 10 ต.ค.58 เนื่องจากไม่พอใจการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ สภ.ถลางที่ขับรถไล่จับกุม 2 วัยรุ่นผู้ต้องสงสัยครอบครองยาเสพติด จนเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้บานปลายถึงขั้นมีการเผาทำลายทรัพย์สินราชการและของประชาชนที่อยู่ภายใน สภ.ถลาง

นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บด้วย จากเหตุการณ์ดังกล่าวปรากฏว่า เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 20 ก.ย.59 ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถลางเข้าจับกุมตนเองตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 851/2558 ลง พ.ย.58 ซึ่งตนได้เดินทางไปยัง สภ.ถลางและได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เนื่องจากในวันดังกล่าวตนไม่ได้มาร่วมชุมนุมแต่อย่างใด โดยอยู่กับครอบครัวที่บ้านพัก มีทั้งแม่และภรรยาเป็นพยานบุคคล อีกทั้งบ้านพักของตนอยู่ที่บ้านลิพอน อ.ถลาง ซึ่งอยู่ห่างจาก สภ.ถลางไป 4-5 กม.

นายอุทัย กล่าวต่อว่า เมื่อขอดูหลักฐานการจับกุม มีเพียงภาพถ่ายตามบัตรประชาชนของตน โดยไม่มีรูปถ่ายจากกล้องวงจรปิดแต่อย่างใด ทำให้วันนั้นตนถูกคุมขังที่ สภ.ถลางเป็นเวลา 1 คืน และในวันรุ่งขึ้นจึงได้เห็นหลักฐานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้จากกล้องวงจรปิด ทำให้เห็นว่าบุคคลดังกล่าวในภาพไม่ใช่ตนเองและน่าจะจับผิดคน

นอกจากนี้อยากตั้งข้อสังเกต คือ กรณีรอยสักของบุคคลที่ปรากฏในภาพของเจ้าหน้าที่จะมีอยู่บริเวณแขนด้านซ้าย ส่วนของตนไม่มี ขณะที่รอยสักบนแผ่นหลังของตนก็มีเพียงครึ่งเดียวและไม่ถึงต้นคอ ขณะที่รอยสักของบุคคลที่ปรากฏในภาพจะมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมและสูงถึงต้นคอ จึงมั่นใจว่าบุคคลดังกล่าวไม่ใช่ตนแน่นอน

“ตนอยากขอความเป็นธรรม เพราะตนเดือดร้อนมากและไม่ได้ทำงาน เพราะต้องใช้เงินในการประกันตัวเป็นจำนวน 500,000 บาท ซึ่งแต่เนื่องจากไม่มีเงินต้องใช้บุคคลค้ำประกันออกมา เพื่อมาหาหลักทรัพย์ไปค้ำประกันตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งในชั้นอัยการต่อไป โดยครอบครัวตนมีฐานะยากจนหาเช้ากินค่ำ ประกอบกับเพิ่งได้เริ่มทำงานได้ไม่ถึงเดือน จึงรู้สึกเครียดมากและขอยืนยันว่าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ล้อม สภ.ถลางอย่างแน่นอน ”

ทั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาจะหลบหนีหรือไม่ให้ความร่วมมือแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการอิสรภาพให้สามารถดำเนินชีวิตได้เหมือนปกติ และไม่มีเจตนาให้หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่รับผิดชอบหรือเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ.

หนุ่มภูเก็ต เข้าขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรม หลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีเผาสภ.ถลางเมื่อ ต.ค.ปี 58 บอกไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เผยเครียดมากเหตุไม่มีเงินประกันตัวต่อสู้ในชั้นศาล 18 พ.ย. 2559 22:38 18 พ.ย. 2559 23:26 ไทยรัฐ