วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดราม่ารียูสหลอด-น้ำแข็ง ใช้ซ้ำ มหันตภัยร้าย เสี่ยงติดสารพัดโรค

เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ร้องยี้ออกมากันหนาหู ภายหลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปบอกเล่าเรื่องราวสุดทน เมื่อร้านค้าหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม นำหลอด-น้ำแข็ง กลับมารีไซเคิลใช้ซ้ำ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงภัยอันตรายที่จะตามมา

ดราม่าที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเรื่องจริงหรือไม่? และมีข้อเท็จจริงอย่างไร? วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ไม่พลาดที่นำข้อมูลทั้งสองฝ่าย มาไล่เรียงให้แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ได้รับฟังอย่างรอบด้าน รวมถึงพาไปไขคำตอบด้วยว่า หลอด-น้ำแข็ง นำกลับมาใช้ซ้ำนั้น จะส่งผลต่อสุขภาพหรือไม่? และเสี่ยงต่อโรคติดต่อหรือเปล่า? ติดตามได้ในรายงานพิเศษชิ้นนี้...

ดราม่าหนักมาก! มีข่าวหลัง นศ.จันทรเกษม ร้อง ร้านค้าหลังมหา'ลัย สกปรก ใช้น้ำแข็ง-หลอดซ้ำ

ทีมข่าวฯ ต่อสายตรงไปยัง ทีมงานจันทรเกษมโพสต์ ที่มีการตีแผ่เรื่องราวดังกล่าวออกสู่สังคมจนเป็นกระแสข่าวออกไปในวงกว้าง โดย นายณัฐชนพงศ์ ยงศ์พีระกุล บรรณาธิการจันทรเกษมโพสต์ บอกเล่าถึงเรื่องราวดราม่าที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ตามที่ปรากฏในคลิปนั้นเกิดขึ้นจากการที่นักศึกษาหลายคน ต้องประสบพบเจอกับเหตุการณ์สุดทน ที่ร้านอาหารตามสั่ง บริเวณหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มีพฤติกรรมใช้หลอดซ้ำ และนำน้ำแข็งที่เหลือจากลูกค้ามาขายใหม่ รวมถึงพบว่า บางร้านไม่มีการล้างแก้วด้วยน้ำยาล้างจาน แต่กลับเพียงแค่แช่แก้วไว้ในน้ำขุ่นๆ แล้วเอาขึ้นมาใช้ใหม่เลย

"ที่ผ่านมา พบว่า มีหลายร้านที่มักแยกหลอดที่ใช้แล้วไว้ในตะกร้า หรือแช่ไว้ในถังน้ำ ซึ่งผมแค่สงสัยว่า หากไม่มีการนำมาใช้ซ้ำจริง เหตุใดถึงไม่ทิ้งถังขยะทันที?" นายณัฐชนพงศ์ กล่าวอ้าง

บรรณาธิการจันทรเกษมโพสต์ กล่าวต่อว่า เมื่อประเด็นดังกล่าว เริ่มเป็นที่พูดถึงในกลุ่มนักศึกษาวงกว้าง ประกอบกับมีนักศึกษาหลายคนประสบพบเจอกับเหตุการณ์คล้ายๆ กัน ทำให้ ทีมงานจันทรเกษมโพสต์ ลงพื้นที่สำรวจ ร้านค้าหลังมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะร้านค้าที่ปรากฏในคลิป ที่มีพฤติกรรมคล้ายกับนำน้ำแข็งที่เหลือจากลูกค้า ไปล้างน้ำและนำกลับมาใช้ใหม่ โดยยืนยันว่า คลิปดังกล่าวไม่มีการตัดต่อใดๆ ทั้งสิ้น

ทีมข่าวฯ ยังได้มีการพูดคุยกับ นักศึกษา ชั้นปีที่ 3 รายหนึ่งซึ่งขอสงวนชื่อ-นามสกุล โดยบอกเล่าว่า ตนเคยเจอเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันกับที่ปรากฏในคลิปด้วยตัวเอง ซึ่งประสบก่อนที่คลิปดังกล่าวจะมีการเผยแพร่ออกไปในวงกว้าง จนเกิดเป็นเรื่องราวดราม่านั้น

“มีครั้งหนึ่งผมไปซื้อน้ำร้านค้าหลังมหาวิทยาลัย ภาพที่เห็นคือ... แม่ค้าหยิบแก้วน้ำประมาณ 4-5 แก้ว ที่นักศึกษากลุ่มก่อนหน้านี้กินเสร็จแล้ว จากนั้นนำน้ำแข็งไปเทรวมกันในตะกร้า และก็เปิดก๊อกน้ำล้าง และนำกลับไปวางในถังน้ำแข็ง ส่วนหลอดก็มีแช่แยกไว้ในกะละมัง ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่าเหตุใดถึงไม่ทิ้งลงถังขยะเลย บางครั้งผมยังรับรู้ได้ว่า หลอดในแก้วที่กำลังจะดูดนั้น ไม่ใช่หลอดใหม่แน่นอน เพราะด้วยสภาพหลอดที่นิ่ม แตกต่าวจากหลอดใหม่ที่มีสภาพแข็งที่ไม่ผ่านการใช้มาก่อน” นักศึกษา ปี 3 รายเดิมกล่าวอ้าง

ร้านค้า 2 แห่ง หลัง ม.ราชภัฏจันทรเกษม แจงอ้างสังคมเข้าใจผิด  

นอกจากนี้ ทีมข่าวฯ ยังได้ลงพื้นที่ไปยังร้านค้าดังกล่าวที่ปรากฏในคลิป ทราบว่า เจ้าของร้านชื่อ นางสมร คงบุปฝา อายุ 46 ปี คุณป้าบอกกับผู้สื่อข่าวว่า “ตนขอเป็นฝ่ายชี้แจงบ้าง เพราะไม่อยากให้สังคมเข้าใจผิด”

“ย้อนกลับไปในเหตุการณ์วันนั้น เกิดขึ้นหลังจากที่นักศึกษารายหนึ่งสั่งน้ำอัดลม แต่ขอใช้แก้วเดิม ป้าก็เทน้ำแข็งแก้วเดิมออก ซึ่งเทในที่นี้คือ ยืนยันว่า เทลงบริเวณข้างถัง ไม่ได้เทลงถังน้ำแข็งอย่างแน่นอน”

แต่ภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปดังกล่าวเหมือนเป็นการเทลงถังหรือไม่? ผู้สื่อข่าวถามนางสมร ซึ่งก็ได้รับคำตอบยืนยันจากคุณป้าสมรเช่นเดิมว่า “เป็นการเทลงบริเวณข้างถัง แต่อาจจะพลาดหล่นเข้าไปในถังบ้าง ในส่วนนี้ป้าก็ยอมรับ”

“ส่วนประเด็นที่บอกว่ามีการนำน้ำแข็งไปล้างนั้น ไม่มีอย่างแน่นอน เพราะป้าก็ต้องกินเหมือนกัน หากเป็นการเทกลับไปในถังจริง ป้าเองก็คงกินไม่ได้เหมือนกัน ซึ่งไม่เข้าใจว่าเหตุใดน้องๆ นักศึกษาถึงทำกับป้าแบบนี้ ส่วนตัวขายตรงจุดนี้มาหลายปีไม่เคยเกิดปัญหา แต่หลังจากเกิดเหตุขึ้น ก็ยอมรับว่าลูกค้าหดหายไปเกินครึ่ง”

นางสมร ขอชี้แจงด้วยว่า ส่วนประเด็นเรื่องหลอดดูดที่มีการนำมาใช้ซ้ำนั้น ไม่ใช่ร้านตนอย่างแน่นอน เพราะต้นทุนหลอดเพียงต่อมัด 130 บาท มีประมาณ 100 ห่อ ใช้ได้เป็นเดือน ซึ่งเฉลี่ยต่อวันตนก็ใช้เพียง 3-4 ห่อ ต้นทุนหลอดต่อวันก็ไม่เกิน 20 บาท จึงไม่จำเป็นต้องใช้ซ้ำ ส่วนราคาน้ำแข็งถุงละ 50 บาท เฉลี่ยวันละ 6 ถุง ก็ตกอยู่ที่ 300 บาท 

สุดท้าย นางสมร บอกผ่านผู้สื่อข่าวด้วยว่า "ยืนยันไม่เอาผิดทางคดีความกับนักศึกษา แต่หากเป็นไปได้ อยากขอให้เข้ามาพูดคุยปรับความเข้าใจกัน ส่วนตัวพร้อมให้อภัยทุกอย่าง"

ขณะที่ร้านค้าอีกร้านหนึ่ง ตามที่ปรากฏอยู่ในข่าวว่ามีการนำหลอดมาวนใช้ซ้ำนั้น ทีมข่าวฯ ก็ลงพื้นที่ไปพบร้านดังกล่าว ได้พูดคุยกับ เจ้าของร้าน ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อและนามสกุล อายุ 55 ปี ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า ตนขายข้าวบริเวณหลังมหาวิทยาลัยแห่งนี้ มานานหลายปี ยืนยันได้ว่าไม่มีการนำกลับมาใช้ซ้ำแน่นอน ไม่เคยใช้ของซ้ำ ก็ยังสงสัยอยู่เหมือนกันว่า นักศึกษากลุ่มดังกล่าวถ่ายภาพออกมาได้อย่างไร พร้อมขอท้าให้นักศึกษามานั่งดูสักครึ่งชั่วโมง จะได้รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

“ทุกครั้งที่เก็บแก้ว หลังจากลูกค้ากินเสร็จแล้ว ก็จะนำหลอดไปแยกรวมกันไว้ในตะกร้า เพื่อรอทิ้งทีเดียว” 

เหตุใดถึงไม่ทิ้งหลอดลงถังขยะทันที? ผู้สื่อข่าวถามพ่อค้ารายเดิม ตอบในประเด็นนี้ว่า “เนื่องจากแต่ละวันผมต้องเดินไปทิ้งขยะไกล เดินวันละหลายเที่ยว จึงใช้วิธีการแยกหลอดไว้ก่อน แล้วนำไปทิ้งรวมกันทีเดียว”

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลจากเจ้าของร้านดังกล่าวด้วยว่า ต้นทุนหลอดแพ็กละ 40 บาท มีจำนวน 10 ห่อ ซึ่งแต่ละวันก็จะใช้อยู่ที่ 1-2 ห่อ ส่วนน้ำแข็งก็อยู่ที่ 1 ถุง 50 บาทต่อวัน

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวฯ ได้ติดต่อสอบถามถึงความคืบหน้าล่าสุด นายเชาวฤทธิ์ ทรงนวรัตน์ ผู้อำนวยการเขตจตุจักร เปิดเผยว่า ภายหลังจากทราบข่าวได้สั่งให้ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลของเขตฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม โดยรอบทุกร้าน เบื้องต้นยังไม่พบการกระทำผิด เพราะจากการสอบสวนผู้ค้ายืนยันว่า ไม่ได้นำน้ำแข็งและหลอด กลับมาใช้ซ้ำ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอสรุปการสอบปากคำทั้งสองฝ่าย จากเจ้าหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และจะดำเนินการอย่างไรหรือไม่

รียูส หลอด-น้ำแข็ง วนใช้ซ้ำ เสี่ยงติดไวรัสตับอักเสบบี

ทั้งนี้ ทีมข่าวฯ ยังได้เชื้อเชิญ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข มาไขข้อข้องใจปมภัยอันตรายต่อสุขภาพด้วยว่า การนำหลอด-น้ำแข็ง กลับมาใช้ซ้ำนั้น กลายเป็นโรคติดต่อหรือไม่? อย่างไร?

นพ.โอภาส ได้ให้ข้อมูลกับทีมข่าวฯ ว่า กรณีที่มีร้านค้านำหลอดและน้ำแข็งกลับมารีไซเคิลใช้ซ้ำนั้น นอกจากจะไม่มีความสะอาดแล้ว อาจมีการปนเปื้อนและก่อให้เกิดโรคระบาดได้ โดยเฉพาะเสี่ยงต่อโรคติดต่อหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ไวรัสตับอักเสบบี โรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือ โรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ที่เรียกว่า เชื้อเริม เป็นต้น

"ไม่ว่าจะเป็นหลอดหรือน้ำแข็ง หรือแม้แต่ภาชนะต่างๆ ที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง แล้วเกิดการนำมาซ้ำ โอกาสที่จะเกิดการติดต่อจากคนสู่คน ผ่านเชื้อโรคที่อยู่ในน้ำลายมีสูง เพราะแน่นอนว่า ทั้งหลอดและน้ำแข็ง เมื่อมีการสัมผัสและกินในครั้งแรก ก็ต้องมีน้ำลายหลงเหลืออยู่ไม่มากก็น้อย ดังนั้น ต่อให้มีการล้างด้วยน้ำสะอาด ก็ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ 100%"

อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวด้วยว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขมี 2 มาตรการ โดยมาตรการแรก เป็นการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ แต่กรณีที่ผู้ประกอบการไม่สนใจและยังกระทำการดังกล่าว จนพิสูจน์ได้ว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคติดต่อและโรคระบาด จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และ พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ. 2535 การประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและไม่ถูกสุขลักษณะ

“เพราะฉะนั้น การรับประทานอาหารตามร้านค้าต่างๆ ก็อยากให้สังเกตว่าถูกสุขลักษณะหรือไม่ โดยเฉพาะอาหารและน้ำแข็ง ควรจะต้องตรวจสอบความสะอาดก่อนบริโภค ส่วนเรื่องการใช้หลอดนั้น หากไม่แน่ใจ ก็หลีกเลี่ยงโดยการไม่ใช้หลอดนั้นไปเลย หรือหลีกเลี่ยงไปดื่มเครื่องดื่มที่มีความร้อน อย่างน้อยก็จะช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ในระดับหนึ่ง” นพ.โอภาส กล่าวทิ้งท้าย

ขอบคุณคลิปประกอบจาก : ทีมงานจันทรเกษมโพสต์ 

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ 
reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ
เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ร้องยี้ออกมากันหนาหู ภายหลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปบอกเล่าเรื่องราวสุดทน เมื่อร้านค้าหลายๆ ร้าน หลังมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม นำหลอด-น้ำแข็ง กลับมารีไซเคิลใช้ซ้ำ 18 พ.ย. 2559 15:46 19 พ.ย. 2559 16:55 ไทยรัฐ