วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'จิ๊บ-วสุ' ภูมิใจได้ถวายงาน จำใส่เกล้า "ในหลวง ร.9" ทรงอวยพร

จากรุ่นสู่รุ่นหลายชั่วอายุคน ตระกูล “แสงสิงแก้ว” ถวายงานเบื้องยุคลบาทราชวงศ์จักรีมาตลอด แม้แต่นักแสดง-นักร้องหนุ่ม จิ๊บ ร.ด. หรือ ว่าที่ร้อยตรี วสุ แสงสิงแก้ว ผ่านการเบิกตัวมาตั้งแต่เป็นเด็ก และมีโอกาสถวายงาน ทั้งจากสายงานสมัยรับราชการประจำกระทรวงต่างประเทศ และสายบันเทิง ต่อหน้าพระพักตร์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ถวายงาน ถือเป็นความภาคภูมิใจที่สุดของชีวิต

พี่จิ๊บถวายงานต่อในหลวง ร.9 ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว

“ถ้าย้อนกลับไปหลายรุ่น หลายชั่วอายุคน ตระกูลพี่รับราชการ ตั้งแต่รัชกาลที่ 2-3 ไล่มา รุ่นปู่ รุ่นทวด คุณย่าของพี่จิ๊บ คุณหญิงประวาส แสงสิงแก้ว ถวายงาน สกุลเดิม รสานนท์ เป็นนามสกุลพระราชทาน ตั้งแต่ ร.6 มาถึงคุณปู่ จะอยู่ในคณะแพทย์หลวง ตั้งแต่สมัย ร.8 พอมารุ่นพ่อพี่จิ๊บรับราชการ กระทรวงสาธารณสุข ก็เป็นหนึ่งในแพทย์ประจำพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าชนนี (สมเด็จย่า) มาถึงเราตอนพี่จิ๊บเรียนประถมต้น สาธิตเกษตร จะต้องมีไปแนะนำว่าเป็นลูกใคร หลานใครเป็นตัวแทน ทูลเกล้าฯถวายของ โตขึ้นมาเราพ้นวัยเด็กเข้าวัยรุ่นเข้าจุฬาฯ มีโอกาสเป็นตัวแทนนิสิตถวายงานในหลวง ร.9 เวลาพระองค์ท่านเสด็จมาเยือนมาที่จุฬาฯ ก็ทำหน้าที่นี้ตั้งแต่เรียนปี 1-ปี 4 ตอนที่พระองค์ท่านเสด็จเป็นองค์ประธาน พระบรมราชานุสาวรีย์ 2 รัชกาล พี่ก็ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนทูลเกล้าฯถวายของในนามของจุฬาฯ ตอนทูลเกล้าฯถวายแล้วมือไปโดนพระหัตถ์พระองค์ท่าน อู้ย...ย (ลากเสียง) รูปเป็นพยานไม่ได้ตั้งใจนะแต่พอกลับบ้านมาแทบอาจจะชูมือขึ้นสูงๆ ไม่อยากอาบน้ำเลย จนรับปริญญา เรารับราชการกระทรวงต่างประเทศ ภายใน 20 ปีถนัดมา เป็นเรื่องของการถวายงานในหน้าที่ทุกพระองค์เลย งานในหน้าที่ของกระทรวงต่างประเทศ ติดต่อสำนักพระราชวัง เตรียมการรับเสด็จต่างๆ เป็นระยะๆ”

จะมีการร้องเพลงถวายงานก็บ่อย

“เข้ากระทรวงต่างประเทศปีแรกร้องเพลงถวายเลย ที่สวนอัมพร กับวง อส.วันศุกร์จำได้ว่าร้องร่วมกับท่านสาโรจน์ ชวนะวิรัช ปลัดกระทรวงต่างประเทศ ในสมัยนั้น เพลง มาย เวย์ ร้องถวาย พระองค์ท่านประทับอยู่ ตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้มีโอกาสถวายงาน ก็มีช่วงหลายปีหลังก่อนที่ในหลวง ร.9 หยุดพระราชภารกิจ ก็ไปถวายงานสมเด็จพระนางฯก็เยอะ เล่นกับวงแฮนด์ซั่ม ประทานเลี้ยงทุกวันเสาร์ เราก็จะเข้าไปร้องเพลงจะมีน้องต๊งเหน่ง-รัดเกล้า บางที ก้อง-สหรัถ ทุกเสาร์เลย ถ้าอยู่ในกรุงเทพฯจะเป็นตำหนักพิมานเมฆ เป็นที่หัวหินจะเป็นพระตำหนักไกลกังวล ผู้ใหญ่กรุณา คุณหญิงทิพยา ยังพัฒนา ท่านเป็นผู้เชื่อมให้ เบิกตัวถวายงาน ครั้งสุดท้ายที่มีโอกาสถวายงานเบื้องพระพักตร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตอนนั้นพระองค์ท่านอยู่ที่ รพ.ศิริราช จำได้แม่นถูกเจาะจงมาโดยเฉพาะให้ทำหน้าที่เป็นพิธีกร เนื่องจากมีวงดนตรีแจ๊ส วงอเมริกันผิวสีล้วนๆเลย บรรเลงถวายพระองค์ท่าน ตอนนั้นพระองค์ท่านยังเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรได้ ตอนนั้นพี่ทำพิธีกรกับ หนิง ศรัยฉัตร ตอนแรกทางราชองครักษ์แจ้งว่าอาจจะประทับอยู่นานนะ ทางแพทย์อยากให้พระองค์ท่านพักผ่อนอิริยาบถ แต่ไม่มีใครตอบได้ว่าประทับนานแค่ไหน บางคนอาจจะแค่ 15-20 นาที ปรากฏว่าพระองค์ท่านอยู่จนจบเกือบ 2 ชั่วโมง ทรงพระสำราญอิริยาบถมาก เป็นโอกาสสุดท้ายได้ถวายงานพระองค์ท่าน อยู่ด้วยเรื่องของดนตรีด้วย เป็นบุญทุกครั้งที่ถวายงาน อย่างตอนพ่อพี่จิ๊บป่วย นอนอยู่ รพ.ศิริราช เหมือนกันแต่อยู่คนละตึก พระองค์ท่านเมตตาให้คุณหญิงทิพยา นำขบวนมหาดเล็ก นำพระกระยาหารมาให้ นพ.วิทุร ทานเลยนะครับ”

พอจดจำสิ่งที่พระองค์ท่านตรัสแล้วพี่จิ๊บได้ขึ้นใจ

“มีในหลายวาระ จำได้แม่นที่สุดนั่นแต่ก่อนรับราชการกระทรวงต่างประเทศ จะเป็นครั้งที่ถวายงานที่จุฬาฯ เราก็มีห้องเล็กให้พักผ่อนพระราชอิริยาบถ ก่อนเสด็จสู่หอประชุมใหญ่ ตอนนั้นมีหนึ่งช่วงพี่จิ๊บ นอกจากในหลวงแล้วยังมีแขกเมืองที่เป็นประมุขรัฐมาเยือนจุฬาฯ ทุกครั้งเราจะเป็นผู้ถวายการต้อนรับ เช่น นายกรัฐมนตรีจากสเปน, ประธานาธิบดีเซียอูลฮัก ปากีสถาน เราเข้าไปถวายของ ทุกครั้งได้เสวนา ประธานาธิบดีเซียอูลฮัก มาเจริญสัมพันธไมตรีไทย-ปากีสถาน หนึ่งในแลนด์มาร์กที่มาเยือนคือจุฬาลงกรณ์ฯ มามอบทุนจากรัฐบาลปากีสถานให้นิสิตจุฬาฯไปศึกษาต่อ 4 ทุน ปรากฏว่า ประธานาธิบดีเซียอูลฮัก มอบทุนที่ 5 ประกาศออกไมค์เลยจะมอบทุนที่ 5 ให้กับนิสิตที่มาต้อนรับในห้องนั้นก็ตกใจ วันรุ่งขึ้นลงหน้า 1 ไทยรัฐ ยังตัดเก็บไว้เลย นิสิตจุฬาฯได้ทุนจากเซียอูลฮัก ในวาระถัดมา พระองค์ท่านทราบข่าวนี้มีพระราชดำรัส เห็นข่าว เก่งมาก ตั้งใจเรียนให้ดี สั้นๆ แค่นี้ เราก็หมอบกราบ เป็นครั้งแรกที่เราจำใส่กะโหลก สุดท้ายไม่ได้ไปเรียน จริงๆเรามีแพลน ไปเรียนต่อด้านการทูตอยู่แล้ว เหมือนในชีวิตอะไรจะเกิดเราไม่รู้เนื้อรู้ตัว ทุกท่านที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ จะมีอาการเดียวกันหมดคล้ายๆ พูดไม่ออก สติหลุด”

งานด้านสายบันเทิงพี่จิ๊บมีโอกาสได้รับรางวัลเทพทอง รางวัลพระราชทานด้วย

“มีรางวัลเทพทอง ด้านวิทยุโทรทัศน์ดีเด่น 2557 เป็นรางวัลพระราชทานสายตรง แต่รับจากองคมนตรี ก่อนหน้าเลยได้รางวัลเมขลา จะเป็นช่วงกลับมาวงการบันเทิง แต่รางวัลเทพทอง เป็นรางวัลสุดท้ายที่เป็นรางวัลพระราชทาน” ถวายงาน ราชการและงานสายบันเทิงเยอะพอๆกันเลย “เวลามีโอกาสรับพระราชทานเลี้ยง ถวายงาน พระองค์ท่านมีวง อส. หรือวงเดอะแฮนด์ซึ่ม ของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ จะเป็นกรุ๊ปเล็กมีเครื่องดนตรีไม่กี่ชิ้นบรรเลง นอกจากนักร้องประจำวง แขกที่ทรงพระกรุณามาร่วมงาน ถ้าใครก็ตามสามารถร้องเพลงได้ด้วยจะต้องถูกเชิญหมด เพลงหากินของพี่จิ๊บล่ะ จะเป็นเพลงเอลวิส แนวแจ๊ส ก็ร้อง ยุค 40 ร้องเพลงเก่านี้ถวาย ซึ่งเวลาร้องเพลงพระราชนิพนธ์จะเกร็งมาก เพราะนี่คือของสูง เราจะมาร้องจิ๊บ ร.ด. ไม่ได้ ร้องเหมือนเอลวิส ไม่ได้ อาจจะไม่ถูกจับผิดจับถูกจากใคร แต่จากจิตใต้สำนึกของเราเองเรารู้สึกนี่คือสิ่งที่เป็นของสูง เป็นบุญของเราและคนไทยมหาศาลที่มีพระมหากษัตริย์ อัจฉริยภาพครอบคลุมทุกด้าน การที่เรามีพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ทั่วโลกยอมรับ UN ทุกภาคพื้นออกมาสดุดีพระองค์ท่าน”

เห็นว่า UN สดุดี ในหลวง ร. 9 ประกาศให้ 5 ธ.ค. ของทุกปีเป็นวันดินโลก (World Soil Day)

“ใช่ๆ วันที่ยูเอ็นประกาศ 5 ธ.ค.ให้เป็นวันดินโลก พี่ก็เป็นพิธีกร ความเป็นนักพัฒนา ของพระองค์ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีปัญหาความแห้งแล้งเพาะปลูกไม่ได้เป็น 100 ปี โดยเฉพาะภาคอีสาน ด้วยพระอัจฉริยภาพ จริงๆ พี่เล่นละครเทิดพระเกียรติลูกไม้ของพ่อ เล่นเป็นนักบินฝนหลวง ช่อง 3 มีนักบินโครงการหลวงพาขึ้นไปวน สาธิตให้ดู เราเป็นนักการทูตไม่ได้มีโอกาสขึ้นมาทำอะไรแบบนี้ มีเรื่องอยู่นึงพระองค์ท่านมีรับสั่งให้สร้างเขื่อนกักน้ำบนพื้นที่ที่เป็นหินปูน (เขื่อนปิดปากถ้ำหินปูน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่) มา 30 ปีล่วงหน้า ทุกฝ่ายบอกว่าทำไม่ได้เพราะหินปูนมันพรุน ความรั่วซึมสูงมากสร้างยังไงก็พัง สุดท้ายโครงการนี้ไม่ได้ดำเนินต่อ 30 ปี จนกระทั่งท่านยังมีพระราชดำรัสซ้ำ ยังไม่ล้มเลิกความคิดให้ทำอีก ไปติดต่อญี่ปุ่น ฝรั่งประเทศที่เก่งสร้างเขื่อน ทุกประเทศตอบกลับมาว่า โครงการนี้ใครคิด ทางเราตอบกลับไปว่า My King ทุกประเทศที่ตอบกลับมาเหมือนกันหมด จีเนียส (genius) ญี่ปุ่นเสนอทำโครงการมาสร้างเขื่อนปากหินปูน 2 พันล้านบาท ในหลวง เขียนตอบให้ไปทำๆ ตามโครงการพระราชดำริ ใช้งบไป 13 ล้านบาท แล้วสำเร็จ ตอนที่เรียกกลุ่มงานเข้ามาประชุม ทรงตรัสขึ้นลอยๆมาคำ คนไทยด้วยกันพูดไม่เชื่อ ต้องคอยให้คนต่างชาติมาพูดให้ฟังใช่มั้ย? ตกใจทั้งห้องประชุม ตรัสแบบน้อยพระทัย ด้วยวิสัยทัศน์ของพระองค์ท่านเชื่อว่าทำได้”

จิตอาสาทำการกุศลครึ่งๆ กับงานเลยได้แรงบันดาลมาจากใคร

“คงผสมๆกัน เรามาจากครอบครัว มาจากข้าราชการ พออยู่พอดี ไม่ได้มี จุดมุ่งหมายชีวิตสะสม สร้างในรูปเงินทองวัตถุเยอะแยะ จะเรียกว่าพอเพียงก็ได้ พอดีๆ มาจากคำว่ารู้จักพอเมื่อไหร่จะดี ถ้าไม่พอไม่ดี อยากมี อยากเป็นอยากได้ มาจากพื้นฐานตั้งแต่แรก เราก็ไม่ได้รู้สึกต้องไปดิ้นรนอะไร ที่บ้านทุกปีจะมีบริจาคของให้กับหน่วย ตชด. เพราะจะมีคุณอา เป็นตำรวจ รับของตรงนี้ไปให้ตำรวจตระเวนชายแดน งานบันเทิงเราก็มีรุ่นพี่เป็นตัวอย่างพี่ดี สอนเราหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นพี่แจ้-ดนุพล จะสอน เป็นผู้ชายอย่างแรกเราต้องมีรังเป็นของตัวเอง บ้านต้องมาก่อนและไม่น่าเชื่อ พี่เต๋อก็พูดเหมือนกัน ส่วนพี่ต้อย-เศรษฐา เคยถามพี่จิ๊บพี่ต้อยพี่ทำยังไงทำไมน้องๆรักหมดเลย พี่ต้อยหัวเราะเอิ้กอ้าก วงการบ้านเรามันไม่ใหญ่หรอกนะ ใครมาขอให้ช่วยก็ช่วยไป ช่วยกันวันนี้ เราช่วยเค้า วันหน้าเค้าช่วยเรา อยู่กันไปอย่างนี้ ของพี่กลุ้มใจเลยว่ะ เดือนนึงเปิดตารางคิว 30 วันแน่นไปหมด งานจ้าง 10 วัน งานช่วย 20 วัน ทำอย่างนี้ได้จะหุ่นดีเหมือนพี่ไม่ค่อยมีอะไรกิน (หัวเราะ) ตัดส่วนอารมณ์ขันของพี่ออกไปเราเจอเพชร ส่องประกายอยู่ในคำพูด สุภาษิตจีน คำพูดมีค่ายิ่งกว่าเพชรทอง จริงด้วย ต้องช่วยกันต้องอยู่ด้วยกัน”

ทุกวันนี้เวลากลับบ้านเห็นรูปที่มีพระองค์ท่านความรู้สึกเป็นอย่างไร

“ความภูมิใจมันมีลึกๆ มายืนดูอิ่มใจ ยิ่งพอเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมา ยิ่งไม่ต้องพูด จะเห็นรูปหรือไม่เห็นรูปเราแชร์ความรู้สึกร่วมกัน คนไทยทั้งประเทศ แค่ยืนอยู่เฉยๆ คิดขึ้นมา ก็สะอื้น น้ำตาซึมคลอมันไหลออกมา อย่างตอนที่กลับจากจีน โอเคเราได้ไปไหว้พระ ลงเครื่องเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ ทุกๆหนึ่งนาทีจิตตก เริ่มเดินไปไม่ถึงรับกระเป๋า คอตกแล้ว มันไม่ไหว (น้ำตาคลอ) จ๊ะจ๋าจะเตือนสติ ถ้าพี่จิ๊บออกจากโหลดนี้ไม่ได้ชีวิตพี่จะชะงักจะไปต่อลำบากนะ พี่ต้องพยุงจิตใจตัวเองให้อยู่ในวาระยอมรับได้ มันเกิดขึ้น เราต้องรับเป็นสัจธรรม เราโชคดีมีองค์พระประมุขคิดอะไรต่อมิอะไรไว้ให้ ก็อยู่ที่เราจะสามารถสานต่อได้แค่ไหน รับพระปณิธานใส่เกล้าแล้วทำต่อไปได้แค่ไหน”.

ทีมข่าวบันเทิง

จากรุ่นสู่รุ่นหลายชั่วอายุคน ตระกูล “แสงสิงแก้ว” ถวายงานเบื้องยุคลบาทราชวงศ์จักรีมาตลอด แม้แต่นักแสดง-นักร้องหนุ่ม จิ๊บ ร.ด. หรือ ว่าที่ร้อยตรี วสุ แสงสิงแก้ว ผ่านการเบิกตัวมาตั้งแต่เป็นเด็ก และมีโอกาสถวายงาน ทั้งจากสายงาน 18 พ.ย. 2559 14:14 18 พ.ย. 2559 14:16 ไทยรัฐ