วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขาดความสามัคคี

ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ มีชัย ฤชุพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องเนื้อหาของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย กกต. เอาไว้ว่า การชี้เบาะแสการทุจริตเลือกตั้ง เป็นบทบาทใหม่คล้ายๆกับข้อมูลของสำนักข่าวกรอง เป็นข้อมูลที่มาจากประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่เปิดเผยตัว และรัฐบาลจะใช้ข้อมูลเหล่านี้สำหรับการไปทำหน้าที่ของ กกต.เพื่อหาข้อมูลไปใช้ในชั้นศาล เรียกว่าเป็นการชี้เบาะแส ซึ่ง กกต.จะต้องไปออกระเบียบเอง

สำหรับ คุณสมบัติของ กกต. ก็คงเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยจะพ้นจากตำแหน่งหากคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามขัดกับรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่อำนาจของ กรธ.ที่จะไปกำหนดข้อยกเว้นอะไรได้ ไม่เช่นนั้นก็จะเสี่ยงกับการออกกฎหมายลูกที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม โครงสร้างใหม่ของ กกต. จะเพิ่มจาก 5 คน เป็น 7 คน เป็นการเพิ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านขึ้นมาดูแล โดยจะมาจาก ผู้พิพากษา 2 คน จากผู้ชำนาญการแต่ละด้านอีก 5 คน

ทั้งนี้ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 5-6 องค์กร รวมทั้งศาลจะเป็นเสาหลักในการค้ำยันให้ระบอบการปกครองและระบบการเมืองเดินหน้าต่อไปอย่างมีเหตุมีผล

ประธาน กรธ.พูดทีเล่นทีจริงด้วยว่า ในวันข้างหน้า อเมริกาอาจจะต้องมาเลียนแบบรัฐธรรมนูญประเทศไทย ก็ได้ เรามีประสบการณ์ที่แปลกใหม่กว่า พบมาทุกรูปแบบแล้ว

ขณะเดียวกัน กกต. สมชัย ศรีสุทธิยากร ระบุถึงหน้าที่สำคัญของ กกต.มีอยู่ 3 ประการคือ ทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด ทำให้การใช้สิทธิของประชาชนอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ และทำให้มีกลไกในการป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง แต่ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ กกต.เสนอมา เป็นคนละเรื่องกับที่ กรธ.เขียน เอาไว้ เช่น เสนอให้มี กกต.จังหวัดเหมือนเดิม แต่ กรธ.ไม่ให้มี กกต.จังหวัด ให้ตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งขึ้นมาแทน อยากให้สังคมไทยใช้ความจริงคุยกันต่อหน้า ไม่ใช่เกิดนานกว่า ร่างกฎหมายมามากกว่า แล้วหมายความต้องเก่งกว่า

ไม่ว่า กกต.สมชัย จะฝากถึงนักกฎหมายมืออาชีพท่านใดก็ตาม แต่ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งในการปฏิบัติและบังคับใช้กฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญในอนาคต

ปัญหาที่จะตามมาก็คือ เมื่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ไม่สมบูรณ์ การเลือกตั้งจะออกมาสมบูรณ์ได้อย่างไร ปัญหาจากการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้าอาจจะนำมาซึ่งวิกฤติการเมืองระลอกใหม่

ปัญหาวิกฤติการเมืองในบ้านเรา เกิดจากความขัดแย้งของคนกลุ่มหนึ่งยุคหนึ่ง ที่คิดไม่ตรงกัน ไปผูกและยึดติดกันไว้กับอคติจนกลายเป็นความขัดแย้งของคนรุ่นต่อรุ่น

ความขัดแย้งทางการเมืองแทนที่จะหาข้อยุติได้ในระยะเวลาที่จำกัด กลับฝังรากลึกลงไปทุกที นานเข้า แม้แต่การปฏิวัติรัฐประหารก็ไม่สามารถที่จะทำให้วิกฤติการเมืองยุติลงได้ แต่ยิ่งจะเพิ่มความเข้มข้นและรุนแรง

เพราะแค่คนไทยบางกลุ่มขาดความสามัคคี.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com 

18 พ.ย. 2559 10:55 18 พ.ย. 2559 10:55 ไทยรัฐ