วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"ฮิตาชิ" ปรับกลยุทธ์ รับยุคดิจิตอล

เมื่อปลายเดือน ต.ค.2559 ที่ผ่านมา บริษัท ฮิตาชิ กรุ๊ป จำกัด ได้นำ สื่อมวลชนจากประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และจีน ไปเยี่ยมชมโรงงาน ผลิตรถไฟฟ้า ที่เมืองฟูกุโอกะ เยี่ยมชมโรงงานผลิตบันไดเลื่อน โรงงานผลิตลิฟต์ และเมืองอัจฉริยะ เมืองคาชิวะโนะฮะ ประเทศญี่ปุ่น

เพื่อต้องการสื่อสารให้ผู้บริโภครับทราบว่า “ฮิตาชิ” มิได้เป็นเพียงผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสโลแกนว่า “ฮิตาชิ...เปิดปุ๊บ ติดปั๊บ” เท่านั้น แต่มีการผลิตสินค้าหลากหลาย และมีการพัฒนานวัตกรรมอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อสิ่งที่ดีกว่าให้กับผู้บริโภค

โดยมีกลุ่มธุรกิจหลาก หลายมา อาทิ ระบบโทรคมนาคมและสารสนเทศ, โครง สร้างพื้นฐานสังคม, ชิ้นส่วนและวัตถุประสิทธิภาพสูง, บริการทางการเงิน, ระบบพลังงาน, ชิ้นส่วนและระบบไฟฟ้า, ระบบยานยนต์, ระบบรถไฟและเขตเมือง, สินค้าอุปโภคและสื่อดิจิทัล, เครื่องจักรกลงานโยธา และระบบและชิ้นส่วนอื่นๆ ซึ่งมีบริษัทในเครือทั่วโลกราว 960 บริษัท ใน 60 ประเทศ มีพนักงานรวมกันมากกว่า 335,000 คน มีผลประกอบการ 88,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

นายโตชิฮากิ ฮิกาชิฮารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฮิตาชิ กรุ๊ป กล่าวว่า ในยุคดิจิทัลและยุค Internet Of thing : IoT ที่เรียกกันว่าอินเตอร์เน็ตเป็นทุกสิ่งนั้น ทางฮิตาชิได้ปรับตัวและคิดค้นนวัตกรรม รวมทั้งโซลูชั่นต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและตรงวัตถุประสงค์มากสุด ทั้งนี้ ในแต่ละปีฮิตาชิ ได้ทุ่มเทเงินงบประมาณในการพัฒนาบุคลากร การวิจัยและพัฒนาจำนวนมาก เพราะในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การคิดค้น การสร้างสรรค์นวัตกรรมต่างๆนั้น เป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะนวัตกรรมนั้นเพื่อสังคมและช่วยเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

สำหรับยุคที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนั้น ฮิตาชิ ได้คิดค้นและพัฒนาหุ่นยนต์ ฮิวแมนนอยด์ “EMIEW3” เพื่อเป็นตัวช่วยในการทำงาน โดยฮิตาชิมีหุ่นยนต์ EMIEW3 ที่สนามบินฮาเนดะ เพื่อช่วย เหลือนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เพราะหุ่นยนต์นี้จะมีโปรแกรมการ ใช้ภาษาหลายภาษา และข้อมูลร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า รวมถึงนำทางไปยังสถานที่ที่ต้องการด้วย

นายโตชิฮากิกล่าวว่า ฮิตาชิยังคงมุ่งเน้นใน 4 กลุ่มธุรกิจ คือ กลุ่มธุรกิจพลังงานที่เน้นพลังงานหมุนเวียน โรงไฟฟ้ากังหันลม ที่ได้ลงทุนในหลายประเทศแล้ว ซึ่งโรงไฟฟ้ากังหันลมนั้น ถือเป็นพลังงานสะอาด ลมมีอยู่ทั่วไป ไม่ต้องซื้อ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสภาพแวดล้อม ซึ่งขณะนี้ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจและความสำคัญในการใช้พลังงานอย่างกังหันลม เช่นเดียวกันประเทศไทย ที่เริ่มมีการสร้างโรงไฟฟ้ากังหัน ลมแล้ว

กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม โดยฮิตาชิมีการลงทุนโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกล ชิ้นส่วนยานยนต์ในหลายๆ ประเทศ ยกตัวอย่างการผลิตรถไฟฟ้า ทุกประเทศต้องการความเร็วที่สุด การผลิตลิฟต์สำหรับอาคารสูงเสียดฟ้าหรือสูงที่สุด ก็ต้องการความเร็วและความปลอดภัยเช่นเดียวกัน ฉะนั้นทีมวิจัยและพัฒนาก็ต้องคิดค้นนวัตกรรมให้ลิฟต์และรถไฟฟ้านั้น ทั้งเร็วและปลอดภัยด้วย

กลุ่มธุรกิจดูแลสุขภาพ โดยปัจจุบันผลิตอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ป้อนให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งเป็นไปตามกระแสของการรักษาสุขภาพ ที่ในอนาคตจะมีเครื่องมือแพทย์ที่รักษาโรคมะเร็งได้ แม้จะไม่หายขาดแต่สามารถยืดอายุของผู้ป่วยได้

และกลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัย หรือ “สมาร์ท ซิตี้” ที่รวมสิ่งอำนวยความ สะดวกทุกอย่างไว้ที่เมืองเดียว และยังเป็นเมืองที่จะสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ “สตาร์ต อัพ” ด้วย โดยเมืองนี้ได้วางระบบโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั้งเมือง เหมือนกับเนรมิตเมืองใหม่ รองรับวิถีชีวิตยุคดิจิทัล มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ซึ่งทั่วโลกกำลังผลักดันแนวคิด “สมาร์ท ซิตี้” เช่นเดียว กับประเทศไทย ที่จะผลักดันให้ จ.ภูเก็ต เป็นเมืองอัจฉริยะ หากประสบ ความสำเร็จก็จะขยายไปยัง จ.เชียงใหม่ จ.ขอนแก่น

นายอากิฮิโกะ โตะเบะ ผู้ จัดการทั่วไป ฝ่ายโครงการเมืองอัจฉริยะ ฮิตาชิ กรุ๊ป กล่าวว่า ฮิตาชิ ได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการหลายราย เพื่อผลักดันให้เมือง “คาชิวะโนะฮะ” เป็นเมืองนำร่อง หากประสบความสำเร็จ ก็จะขยายการพัฒนาเมืองไปยังเมืองอื่นๆด้วย

เพราะการเป็น “สมาร์ท ซิตี้” จะทำให้คุณภาพชีวิต ของประชาชนดีขึ้นด้วย ดัชนีความสุขจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน.

ดวงพร อุดมทิพย์

18 พ.ย. 2559 09:46 18 พ.ย. 2559 09:48 ไทยรัฐ