วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

AEC Go On 19/11/59

ยัง “ช็อก” คนทั้งโลกไม่หายกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งผลปรากฏว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับการไว้วางใจจากเสียงส่วนมากของคนอเมริกันให้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 แบบถล่มทลายที่หักปากกาเซียนเพราะได้รับคะแนนอย่างท่วมท้นและพรรครีพับลิกันได้รับเสียงข้างมากทั้งในสภาล่าง หรือสภาผู้แทนราษฎรและสภาสูง หรือวุฒิสภา

การได้รับฉันทามติจากคนอเมริกันให้ประธานาธิบดีคนใหม่ทำงานอย่างคล่องตัวมีประสิทธิภาพ ผ่านการครองเสียงข้างมากทั้งในสภาล่างและสภาสูง ซึ่งนับเป็นการได้อำนาจเต็มเป็นครั้งแรกของประธานาธิบดีในรอบสิบปีเพราะประธานาธิบดีโอบามาไม่เคยได้รับโอกาสนี้เลย เพราะโดยปกติคนอเมริกันจะให้มีการคานอำนาจกันของ 2 พรรคการเมืองใหญ่ในสภาล่างและสภาสูง คือพรรคของประธานาธิบดีจะครองเสียงข้างมากเพียงสภาเดียว

ดังนั้น คนทั้งโลกจึงจับจ้องมองดูว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะมีนโยบายตามที่หาเสียงไว้หรือไม่ อย่างไร เพราะการดำเนินนโยบายตามที่ได้หาเสียงไว้จะกระทำได้ง่ายเพราะสามารถดำเนินการได้โดยได้รับการสนับสนุนจากทั้งสภาล่างและสภาสูงแบบสบายๆ หรือทำได้ง่ายโดยไม่มีคนค้าน

หนึ่งในนโยบายที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้หาเสียงไว้และมีผลต่อ AEC อาเซียน และประเทศไทยโดยตรงคือเรื่อง TPP หรือชื่อเต็มคือ Tran–Pacific Partnership หรือที่คนไทยเรียกกันว่า “ข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก” โดยประกาศในตอนหาเสียงว่าจะไม่สนับสนุนหรืออาจจะยกเลิกข้อตกลง TPP ที่ทำกันไว้แล้วรวม 12 ประเทศ

ซึ่งเรื่องนี้นายมุสตาฟา โมฮาเม็ด รัฐมนตรีการค้ามาเลเซีย กล่าวว่าหาก TPP ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ มาเลเซียจะสนับสนุนส่งเสริมร่างข้อตกลงหุ้นส่วนความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่สมบูรณ์ของภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) หรือ ASEAN+ 6 ที่มี ASEAN 10 ประเทศ รวมกับอีก 6 ประเทศคือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งท่าทีนี้สอดคล้องกับท่าทีของไทยและประเทศอื่นๆในอาเซียน.

ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย
ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ

18 พ.ย. 2559 09:41 18 พ.ย. 2559 09:41 ไทยรัฐ