วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปิดสนามหลวง1ก.พ.60 ฝั่งด้านทิศใต้ คืนพื้นที่ให้จัดสร้างพระเมรุ

ปิดสนามหลวง1ก.พ.60 ฝั่งด้านทิศใต้ คืนพื้นที่ให้จัดสร้างพระเมรุ

  • Share:

ผู้ว่าฯ กทม. กำหนดแล้ว ปิดสนามหลวงฝั่งทิศใต้ 1 ก.พ.2560 เพื่อคืนพื้นที่ให้กรมศิลปากรจัดสร้างพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีการเข้าไปวัดระดับพื้นที่เป็นครั้งแรกแล้ว คาดสำรวจข้อมูลเสร็จใน พ.ย.นี้ ขณะที่อธิบดีกรมศิลปากรยันยังไม่กำหนดวันลงเสาเอก แค่กำหนดกรอบเวลาทำงานให้ชัดเจน ขณะที่พสกนิกรจากทั่วประเทศยังหลั่งไหลเข้าถวายสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เฉลี่ยวันละร่วม 3 หมื่นคน ส่วนมหาดไทยแจ้งทุกจังหวัด-อำเภอ จัดกิจกรรมปฏิญาณตน บำเพ็ญประโยชน์ ในงานรวมพลังแห่งความภักดี 22 พ.ย.นี้ โดยพร้อมเพรียง ขณะที่ รมว.กห.อาเซียน เทิดพระเกียรติในหลวง ร.9 พระมหากษัตริย์และผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของโลก

ไม่ว่าวันเวลาจะล่วงเลยไปนานแค่ไหน คนไทยที่ได้พึ่งพิงอยู่ใต้ร่มพระบารมีในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็ขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อย่างไม่รู้คลาย และตั้งจิตมุ่งมั่นในการเข้ามาถวายสักการะ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างไม่ขาดสาย

ปักหลักรอตั้งแต่ตีสอง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารกองอำนวยการศูนย์มิสกวัน กอ.รมน.กองทัพภาคที่ 1 ซึ่งอารักขาถนนหน้าพระธาตุ ปากทางเข้าสู่พระบรม มหาราชวัง รายงานว่าตั้งแต่เวลา 02.00 น. วันที่ 17 พ.ย. เริ่มมีประชาชนจากจังหวัดต่างๆมาต่อแถวบนถนนพระจันทร์ เพื่อรอเจ้าหน้าที่เปิดประตูให้เข้ามาในพื้นที่ท้องสนามหลวง กระทั่งเวลา 04.55 น.ประชาชนกลุ่มแรกที่เฝ้ารอมาตั้งแต่ฟ้ายังมืด ได้ผ่านเข้าพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี จำนวน 1,013 คน และไม่กี่ชั่วโมงต่อมาก็สลับเส้นทางให้ผ่านเข้าทางประตูมณีนพรัตน์ ในเวลา 09.00 น.ยอดรวมพสกนิกรเดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ในพระบรมมหาราชวัง มีมากถึง 5,029 คน และรออยู่ในเต็นท์อีกกว่า 6 พันคน ขณะเดียวกัน ยังมีกลุ่มประชาชนจากภูมิภาคต่างๆ ที่กระทรวงมหาดไทยอำนวยความสะดวกให้มาถวายสักการะพระบรมศพจังหวัดละ 750 คน ประกอบด้วยชาวบ้านจาก จ.กำแพงเพชร กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ กระบี่

บำเพ็ญพระราชกุศลฯวันที่ 35

ในส่วนงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ดำเนินมาเป็นวันที่ 35 ในช่วงเช้า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ คุณพลอยไพลิน เจนเซน และคุณสิริกิติยา เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงบำเพ็ญ พระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล ทรงเป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราช รังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และในเวลา 19.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงบำเพ็ญ พระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร

เข้าสักการะกว่าครึ่งล้านคน

นอกจากนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 16 พ.ย. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.00 น.ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 33,657 คน รวม 19 วัน มี 564,242 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,558,391.75 บาท รวม 19 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 38,896,776.50 บาท

หน่วยงานย้ายเต็นท์ไปทิศเหนือ

สำหรับบรรยากาศบริเวณท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางฝั่งเหนือได้จัดเตรียมตั้งเต็นท์จำนวน 70 เต็นท์ สำหรับใช้เป็นที่พักของประชาชน และมีบางส่วนเป็นเต็นท์ทึบติดตั้งเครื่องปรับอากาศสำหรับเจ้าหน้าที่ มีหน่วยงานบางส่วนที่ก่อนหน้านี้ตั้งเต็นท์อยู่ด้านทิศใต้ ทยอยย้ายมาแล้ว เช่น โรงพยาบาลแพทย์สนามกองทัพบก ส่วนเต็นท์อาหารยังคงอยู่โดยรอบสนามหลวงด้านทิศเหนือ และยังคงเปิดให้บริการอาหาร อาทิ ข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยว ชา กาแฟ น้ำดื่ม โดยมีจิตอาสา ส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียน ลูกเสือ เนตรนารี นำน้ำดื่มออกแจกจ่ายให้ประชาชนด้วย

วัดระดับพื้นที่สนามหลวงฝั่งทิศใต้

จากนั้นเวลา 10.30 น. นายชัยนันท์ พันธ์ภคไพโรจน์ หน.กลุ่มบริหารงานก่อสร้าง กรมศิลปากรร่วมกับเจ้าหน้าที่วิศวกรรมโยธา กรมศิลปากร เจ้าหน้าที่ กทม. จำนวน 20 คน นำกล้องสำรวจวัดระดับพื้นดินและแผนที่เข้ามาตรวจสอบระดับดินรอบสนามหลวงฝั่งใต้ พร้อมทั้งถ่ายรูปจุดสำคัญ เพื่อวางแผนสร้างพระเมรุมาศ ทั้งนี้ นายชัยนันท์กล่าวว่า นำเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ลงพื้นที่วัดระดับพื้นที่ และ ความกว้างของสนามหลวงฝั่งใต้ทั้งหมด เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียดสรุปเป็นแนวทางแผนก่อสร้างพระเมรุมาศ เป็นการสำรวจเบื้องต้นเท่านั้น หลังจากนี้จะเข้ามาเก็บข้อมูลเป็นระยะ ก่อนที่จะนำเสนออธิบดีกรมศิลปากรให้พิจารณา

สำรวจข้อมูลเสร็จใน พ.ย.

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการก่อสร้างพระเมรุมาศนี้จะสร้างในจุดเดิมที่เคยก่อสร้างพระเมรุมาศของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง นราธิวาสราชนครินทร์ หรือไม่ นายชัยนันท์กล่าวว่า จะต้องไม่ซ้ำกับที่เดิม แต่จะเป็นตรงจุดไหนนั้น ยังไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากเป็นการสำรวจเพียงเบื้องต้นเท่านั้น ข้อมูลที่ได้จะนำไปประมวลว่า พื้นที่มีความสูงต่ำเพียงใด จะต้องนำไปคำนวณปริมาณดินที่จะมาถม พร้อมกับวางแผนก่อสร้างอย่างละเอียดเจ้าหน้าที่สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ได้นำเครื่องมือสำรวจพื้นที่การจัดสร้างพระเมรุมาศ บริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งทิศใต้ หลังจากกรุงเทพมหานคร ได้ปรับพื้นที่เรียบร้อยแล้ว นำกล้องวัดระดับลงไปหาระดับพื้นที่ในตลอดแนว ก่อนที่จะส่งต่อข้อมูลให้สถาปนิกและภูมิสถาปัตย์ พิจารณาเลือกระดับที่เหมาะสมต่อไป คาดว่าการสำรวจข้อมูลต่างๆจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.นี้

คาดประชุม คกก.นัดแรกเร็วๆนี้

ต่อมา นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดสร้างพระเมรุมาศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบ พระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระ ยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เรียบร้อยแล้ว มี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ทั้งนี้ เพื่อให้การจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติทุกประการ คาดว่าคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศจะประชุมนัดแรกในเร็วๆนี้

รอกำหนดวันลงเสาเอก

นายอนันต์กล่าวด้วยว่า กรณีที่มีข่าวการกำหนดวันลงเสาเอกพระเมรุมาศในวันที่ 1 ก.พ.2560 นั้น ขอชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดวันลงเสาเอกแต่อย่างใด มีเพียงแต่การกำหนดช่วงเวลาการดำเนินงานในแต่ละด้าน เช่น การสำรวจและวัดระดับพื้นที่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน จากนั้นช่วงธันวาคมเตรียมการก่อสร้างโรงขยายแบบ และจัดสร้างพระเมรุมาศในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้น การกำหนดช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อให้การดำเนินงานมีความชัดเจนและไม่ให้เกิดความล่าช้าจนเกินไป เพราะเมื่อลงมือดำเนินงานแล้วต้องเผื่อช่วงเวลาในหน้าฝนไว้ด้วย

ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ทรงปรุงข้าวผัดสเปน

สำหรับการจัดแจกอาหารแก่ผู้มาช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่เต็นท์จิตรลดาอาสาทำเพื่อพ่อ ข้างประตูเทวาภิรมย์ ติดถนนมหาราช สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประทาน “ข้าวผัดสเปน” จำนวน 500 กล่อง ให้กับท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ ผู้จัดการและผู้อำนวยการโรงเรียนจิตรลดา นำมาแจกจ่ายประชาชนที่เสร็จสิ้นจากการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ และเดินออกจากพระบรม มหาราชวัง ผ่านทางประตูเทวาภิรมย์ก่อนแยกย้ายกลับภูมิลำเนา สำหรับอาหารที่พระราชทานให้พสกนิกร ในวันนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงปรุงด้วยพระองค์เอง ณ ห้องประกอบอาหาร พระตำหนักทิพย์พิมาน ต.โป่งน้ำร้อน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทรงใช้วัตถุดิบชั้นเลิศในการปรุง ทั้งข้าวสวย ไข่ไก่ กุ้งสด หอยแมลงภู่ ปลาหมึก หอยเชลล์ แครอท ถั่วลันเตา เนยสด นอกจากนี้ยังมีพระสหายร่วมรุ่นจากโรงเรียนจิตรลดาของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี มาร่วมแจกจ่ายด้วย เมื่อราษฎรได้รับทราบว่าเป็นอาหารที่ทรงปรุงด้วยพระองค์เอง เนื่องจากห่วงใยประชาชนต่างก็ปลาบปลื้มปีติใจไปตามๆกัน

เตรียมทูลเกล้าฯ เข็มกลัดโบไว้ทุกข์

ทั้งนี้ ท่านผู้หญิงอังกาบเผยว่า สมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี มีพระประสงค์อยากให้ประชาชนรับประทานอาหารที่ดี จึงทรงเข้าครัวปรุงอาหารด้วยพระองค์เอง ตั้งแต่ช่วงสาย เหตุที่ทรงเลือกเมนูข้าวผัดสเปน เพราะเป็นเมนูทรงโปรดและทรงเชี่ยวชาญในการปรุง อย่างไร ก็ตาม ในส่วนของโรงเรียนจิตรลดา ได้จัดทำเข็มกลัดโบไว้ทุกข์ ที่ประดับด้วยเครื่องหมายเลข ๙ และเข็มกลัดที่มีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 24 แบบ จำนวนหลายพันชิ้น เพื่อนำทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เพื่อทรงนำไปประทานให้แก่ประชาชนต่อไป

ทูลกระหม่อมหญิงฯโพสต์ไอจีไปสุโขทัย

ขณะที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี โพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ “อินสตาแกรม” ส่วนพระองค์ ในช่วงเช้าวันเดียวกัน เป็นภาพขณะประทานของแก่ประชาชนที่มาร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมข้อความ #แจกของเมื่อวาน วันนี้ออกมาเจอกันไม่ได้นะ เพราะต้องไปสุโขทัย

แบ่งโซนจัดระเบียบสนามหลวง

ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่เต็นท์กองอำนวยการร่วมกรุงเทพมหานคร ได้มีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดระเบียบผู้เข้าร่วมถวายสักการะอาลัยพระบรมศพ รวมถึงการวางแผนการย้ายเต็นท์จากสนามหลวงฝั่งทิศใต้มายังฝั่งทิศเหนือ เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการก่อสร้างพระเมรุมาศ โดยผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายทหารระดับสูงของกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ว่า แผนการเคลื่อนย้ายเต็นท์ต่างๆทางทิศใต้สนามหลวง มายังฝั่งเหนือนั้น ทางกรุงเทพมหานครเป็นผู้วางแผนจัดผังแบ่งเป็น 4 โซน โซนแรกเป็นเต็นท์พักคอยสำหรับผู้ที่มาถวายสักการะพระบรมศพ โซน 2 เป็นโซนเลี้ยงอาหาร โซน 3 เป็นโซนของเจ้าหน้าที่ และโซนสุดท้ายเป็นของประชาชนทั่วไป ในระยะยาวมีแผนจะนำเก้าอี้มาจัดเตรียมให้ประชาชนที่จะเข้าถวายสักการะได้นั่งในเต็นท์ทุกคน โดยจะเน้นดูแลประชาชนที่เข้ามาถวายสักการะพระบรมศพเป็นหลัก จะมีกลุ่มจิตอาสานำอาหารมาแจก โดยที่ไม่ต้องลุกออกจากที่นั่งเพื่อเป็นการแก้ปัญหาการแซงคิว ส่วนประชาชนทั่วไปที่จะเข้ามาในท้องสนามหลวงจะต้องถูกตรวจบัตรประชาชนอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันมิจฉาชีพแฝงตัวปะปนเข้ามา

เฉลี่ย 1 ปีรับได้กว่า 16 ล้านคน

สำหรับการรอคิวนั้น นายทหารของ กอร.รส.คนเดิมกล่าวว่า เฉลี่ยแล้วผู้ที่เข้ามาถวายสักการะพระบรมศพ จะใช้เวลา 5-6 ชั่วโมงต่อคน เนื่องจากมีข้อจำกัดของช่วงเวลาการประกอบพระราชพิธี ประกอบกับสถานที่ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทคับแคบ ทำให้ 1 ชั่วโมงสามารถรองรับประชาชนได้สูงสุดประมาณ 3 พันคน หากคำนวณในหนึ่งวัน เปิดให้เข้าถวายสักการะตั้งแต่เวลา 05.00-21.00 น. สามารถรองรับได้ 45,000 คน คิดเฉลี่ยต่อปีจะได้ในราว 16,425,000 คน ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแม้แต่น้อย กลับเพิ่มมากขึ้นทุกวัน

ศูนย์อาสาฯเริ่มขาดน้ำดื่ม

ในช่วงเย็นวันเดียวกัน นายพุฒิธาดา จินดานิล ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการสิ่งของบริจาคประจำศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers For Dad เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ทางศูนย์อาสาฯประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่ม เนื่องจากในช่วงแรกมีการบริจาคน้ำเข้ามาวันละ 1,000 แพ็ก ปัจจุบันมีการบริจาคเข้ามาเพียง 80-100 แพ็กต่อวัน ขณะที่ต้องกระจายน้ำดื่มไปยังพื้นที่เต็นท์บริการต่างๆ แจกประชาชนและเจ้าหน้าที่วันละ 1,000 แพ็ก ประกอบกับในพื้นที่ไม่มีจุดเติมน้ำดื่ม ต้องแจกน้ำดื่มขวดเป็นหลัก ทำให้ปริมาณน้ำดื่มมีไม่เพียงต่อความต้องการของประชาชน ตอนนี้ทางศูนย์ฯเหลือน้ำดื่มเพียง 15 แพ็ก ขอให้ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคน้ำดื่มกับเราได้โดยตรง

จัดเก้าอี้ให้นั่งเพิ่ม 11,300 ตัว

จากนั้น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวภายหลังการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการย้ายเต็นท์จากสนามหลวงฝั่งทิศใต้มายังฝั่งทิศเหนือมีข้อสรุปว่า ในวันที่ 24 พ.ย.นี้ จะย้ายเต็นท์แจกอาหารภายในสนามหลวงฝั่งทิศใต้ มายังเต็นท์ที่ กทม.จัดไว้ให้ในรอบข้างสนามหลวงฝั่งทิศเหนือก่อน แต่ยังคงมีเต็นท์กันแดดของแถวประชาชนรอบสนามหลวงไว้เช่นเดิม ส่วนเต็นท์จุดพักคอยประชาชนที่มารอคิวถวายสักการะพระบรมศพสนามหลวงฝั่งทิศเหนือจะจัดเก้าอี้ 10,000 ตัว ให้ประชาชนได้นั่งพักไม่ให้ยืนรอนาน และจัดเก้าอี้ก่อนเข้าประตูวิเศษไชยศรีอีก 1,300 ตัว

ปิดสร้างพระเมรุมาศ 1 ก.พ.

พล.ต.อ.อัศวินยังกล่าวถึงการสร้างพระเมรุมาศ เป็นเรื่องของทางสำนักราชวัง และกรมศิลปากร แต่จะมีการปิดกั้นรั้วพื้นที่รอบสนามหลวงฝั่งทิศใต้ทั้งหมด และกินพื้นที่มายังฝั่งทิศเหนือ 80 เมตร เตรียมก่อสร้างพระเมรุมาศในวันที่ 1 ก.พ.2560 โดยในวันที่ 10 ม.ค.2560 ต้องรื้อเต็นท์ที่พักประชาชน และเต็นท์กองอำนวยการสนามหลวงทิศใต้ทั้งหมด เพื่อคืนพื้นที่ให้กับกรมศิลปากร ในการสร้างพระเมรุมาศ เพราะเดิมทางกรมศิลปากรขอพื้นที่ในช่วงเดือน ธ.ค.59 แต่เราขอไว้ก่อน เพราะเกรงว่าช่วงเดือน ธ.ค.นี้ ส่งท้ายปีจะมีประชาชนเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพจำนวนมาก ต้องทำให้มีพื้นที่รองรับประชาชนก่อน

มท.ให้ทุกพื้นที่จัดรวมพลังความภักดี

สำหรับการจัดงานรวมพลังแห่งความภักดี เพื่อประกาศความจงรักภักดีร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพปีที่ 89 ที่รัฐบาลจะจัดในเช้าวันที่ 22 พ.ย.นี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่าได้แจ้งให้ทุกจังหวัด และอำเภอ จัดกิจกรรมดังนี้ 1.กิจกรรมปฏิญาณตนเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์หน้าศาลากลางจังหวัด หน้าที่ว่าการอำเภอ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ เป็นผู้กล่าวนำคำปฏิญาณด้วยข้อความแบบเดียวกันทั่วทั้งประเทศ 2.จัดกิจกรรมทำความดีที่แสดงออกด้วยกาย วาจาและใจ เช่น บำเพ็ญประโยชน์ เยี่ยมคนป่วยไข้ ผู้พิการ รณรงค์ทำความสะอาด พัฒนาขุดลอกแหล่งน้ำ กำจัดผักตบชวา

ยอดพสกนิกรลงนาม 8.5 ล้านคน

ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยสรุปผลการดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัย ในส่วนของต่างจังหวัด วันที่ 16 พ.ย.จำนวน 58,682 ราย มียอดสะสมการลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.จำนวนทั้งสิ้น 8,557,436 ราย กิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กิจกรรมสวดอภิธรรม ยอดสะสมจำนวนทั้งสิ้น 10,694,795 คน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมการทำบุญตักบาตร มีทั้งสิ้น 3,207,451 คน กิจกรรมอื่นๆจำนวน 3,609,932 คน

คนไทยในต่างแดนจัดงาน 20 พ.ย.

ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ก็กล่าวถึงการจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดีฯ ในส่วนของคนไทยในต่างประเทศ คาดว่าจะเป็นวันที่ 20 พ.ย. เพราะเป็นวันอาทิตย์คนไทยในต่างประเทศสะดวกเข้าร่วมกิจกรรม ได้ประสานไปยังสถานทูตทั่วโลกแล้ว ส่วนรูปแบบกิจกรรมขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ดำเนินการให้เหมาะกับสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงกับการสักการะเฉลิมพระเกียรติ ส่วนกิจกรรมในประเทศไทยรัฐบาลแบ่งเป็นสองส่วน คือ ส่วนที่ ครม.จะร่วมถวายสัตย์คำปฏิญาณที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 22 พ.ย. หลังเคารพธงชาติ เวลา 08.00 น.และในส่วนของแต่ละกระทรวง นำโดยปลัดกระทรวง จะมีถวายสัตย์ปฏิญาณตน 5 ประการ อาทิ การแสดงความจงรักภักดี การปฏิบัติตามหลักของบ้านเมืองด้วยการเคารพกฎหมาย และหลักการพัฒนาตนเอง โดยน้อมนำสิ่งที่พระองค์ท่านพระราชทานให้มาใช้

รวมพระราชนิพนธ์ “ในหลวงรัชกาลที่ 9”

ที่กระทรวงวัฒนธรรม วันเดียวกัน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวันภาษาไทยแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2559 ว่า ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้านภาษาและวรรณกรรม เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน มีมติว่าจะมีการรวบรวมบทความ และพระราชนิพนธ์ของพระองค์ ทั้งหมด 17 เรื่อง อาทิ พระราชานุกิจรัชกาลที่ 8 เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิตเซอร์แลนด์ พระมหาชนก นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ เป็นต้น เพื่อจัดพิมพ์เป็นหนังสือที่ระลึกในงานพระราชพิธีพระบรมศพ แจกจ่ายห้องสมุดและโรงเรียนทั่วประเทศ โดยในส่วนของหนังสือพระราชนิพนธ์นั้น จะคัดเลือกบางเล่มและจัดพิมพ์เรื่องละ 10,000 เล่ม

พระอัจฉริยภาพด้านภาษาไทย

รมว.วัฒนธรรม กล่าวด้วยว่า วธ.ยังจะจัดสัมมนาพระอัจฉริยภาพด้านภาษาไทย ประมาณเดือนธันวาคม เชิญครูสอนภาษาไทยทั่วประเทศ ศิลปินแห่งชาติ นักวิชาการ นักเรียนและนักศึกษาที่เรียนด้านภาษาไทยเข้าร่วมสัมมนา รวมถึงได้ขอให้ทางโรงเรียนควรส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนตระหนักถึงพระอัจฉริยภาพด้านภาษาและวรรณกรรมของพระองค์ ขอให้เด็กและนักเรียนร่วมประพันธ์ บทกลอน และคำแสดงความอาลัย เพื่อรวบรวมในจดหมายเหตุ ขณะนี้ทาง วธ.ได้รวบรวมถ้อยคำแสดงความอาลัยได้ประมาณ 10,000 กว่าถ้อยคำ และบทกลอน 500 บทกลอน อีกทั้งจะจัดนิทรรศการพระอัจฉริยภาพด้านภาษาไทยและหนังสือพระราชนิพนธ์ จะมีการเชิญสำนักพิมพ์ต่างๆมาออกบูธ เพื่อจัดจำหน่ายหนังสือพระราชนิพนธ์เผยแพร่สู่ประชาชนทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนพระราชหฤทัยและมีพระราชดำริในเรื่องภาษาไทยและการใช้ภาษาไทยที่ก่อให้เกิดความตื่นตัวในการอนุรักษ์ภาษาไทยให้มีแบบแผน รวมทั้งพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมการประชุมของงานชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 29 ก.ค.2509 และต่อมารัฐบาลประกาศให้วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ

นร.แปรอักษรแสดงอาลัย

ส่วนบรรยากาศต่างจังหวัดยังคงจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กันอย่างต่อเนื่อง เริ่มที่โรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล อ.เมืองปัตตานี คณะครูและนักเรียนกว่า 2,000 คน จัดพิธีแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมแปรอักษรเป็นรูปเลข ๙ มีข้อความ “เดชะฯ รักพ่อ” และรูปหัวใจ จากนั้นยืนสงบนิ่ง 89 วินาที และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงพระราชนิพนธ์สายฝน ที่โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ อ.เมืองลำพูน นายเลห์ ไทยเที่ยง ผอ.โรงเรียน พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียน 3,519 คน จัดพิธีแสดงความอาลัยแด่ในหลวงภูมิพล จากนั้นยืนสงบนิ่ง 89 วินาที และร้องเพลงขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป เพลงภูมิแผ่นดิน และเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมแปรอักษรเป็นรูปเลข ๙ อยู่ในรูปหัวใจ

ตักบาตรถวายพระราชกุศล

ที่โรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายทองหล่อ สิงห์คง ผอ.โรงเรียน พร้อมด้วยผู้ปกครอง และนักเรียนกว่า 2,500 คน ร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมจัดพิธีแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ยืนสงบนิ่ง 89 วินาที และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นแปรอักษรเป็นรูปเลข ๙ ล้อมด้วยรูปหัวใจ มีตัวย่อ “อ.ดร.พอเพียง” (อนุบาลดำรงราชานุสรณ์ พอเพียงตามคำสอนพ่อหลวง) เพื่อแสดงความจงรักภักดี เช่นเดียวกับที่ ลานฝึกอบรมภายในอุทยานแห่งชาติภูพาน อ.เมืองสกลนคร นายวิมล อึ้งพรหมบัณฑิต หน.อุทยานแห่งชาติภูพาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ 168 คน จัดพิธีแสดงความอาลัยแด่พระ บาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว พร้อมแปรอักษรคำว่า “รักพ่อ” เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทรงสร้างคุณูปการให้กับราษฎรอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะทรงให้ความสำคัญการอนุรักษ์ป่าไม้และสิ่งแวดล้อม

เกษตรกรสำนึกในพระคุณ

ที่แปลงนาข้าวอินทรีย์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมธรรมชาติหนองยอ หมู่ 4 บ้านกุดหิน ต.กำแมด อ.กุดชุม จ.ยโสธร นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผวจ.ยโสธร พร้อมด้วยข้าราชการ และเกษตรกรในพื้นที่กว่า 600 คน จัดพิธีแสดงความอาลัยในหลวง ร.9 จากนั้นแปรอักษรข้อความ “๙ ตามรอยพ่อ เกษตรอินทรีย์ยโสธร” พร้อมยืนสงบนิ่ง 89 วินาที ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงเดินตามรอยเท้าพ่อ นายบุญธรรม เปิดเผยว่า ในหลวงภูมิพลเป็นพระบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย ทรงคิดค้นเกษตรทฤษฎีใหม่ ทำนาแบบขั้นบันได โครงการฝนหลวง แก้ปัญหาดินเปรี้ยว เกษตรกรทั่วประเทศล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ร่วมวาดพระบรมสาทิสลักษณ์

ที่ริมแม่น้ำยม หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ถนนนิกรเกษม ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย กลุ่มศิลปินอิสระร่วมกันวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ลงบนแผ่นไม้อัดสูง 3.60 เมตร ยาว 89 เมตร ในกิจกรรม “River Art Sukhothai” ขึ้น เพื่อน้อมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อให้ประชาชนชาวสุโขทัย ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมลงสีในภาพด้วย ขณะเดียวกันที่หอศิลปะดุริยนาฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร นายสุวิทย์ วงศ์บุญมาก อธิการบดี จัดกิจกรรม “ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์” ให้เด็กนักเรียนระดับมัธยมแข่งขันวาดรูปและระบายสีพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าในใจของเด็กๆ สำนึกถึงพระองค์ในรูปแบบใดบ้าง ส่วนที่หอศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อ.เมืองยะลา นักศึกษากว่า 100 คน วาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตามฝาผนัง และภายในอาคารกว่า 100 ชิ้นงาน เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

รมว.กห.อาเซียนร่วมเทิดพระเกียรติ

ส่วนที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวหลังการประชุม รมว.กลาโหมอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ณ กรุงเวียงจันทน์ ว่าที่ประชุมได้กล่าวแสดงความเสียใจกับประชาชนชาวไทย และแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยร่วมเทิดพระเกียรติในฐานะพระมหากษัตริย์และผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของโลก