วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมชัยอารมณ์ค้าง โวยกรธ.ไม่จริงใจ ซัดจะเอาแต่เด็กตัวเอง

‘ปู’ลุยแปรรูปข้าวกระตุ้นกําลังซื้อ นายกฯไม่ตอบเด้ง‘หลานทักษิณ’

“สมชัย” ยังอารมณ์ค้างตามเฉ่ง กรธ.ไม่จริงใจจัดเวทีรับฟัง เหน็บทำตัวเป็น นศ.หมกเม็ด ส่งวิทยานิพนธ์แต่ไม่ขอความเห็นอาจารย์ แฉดะหวังล้างบางองค์กรอิสระกรุยทางให้เด็กตัวเข้ามาแทน เดือดจัดซัดคนกันเองเอาแต่เกาะเก้าอี้แน่นไม่กล้าท้วงติง “ประวิช” ตีกรรเชียงขอนิ่งดีกว่า “มีชัย” เชิงสูง ไม่ต่อล้อต่อเถียง สอนมวยอย่าใช้อารมณ์คิดแต่เรื่องตัว ถามหมกเม็ดยังไงทำเปิดเผยหมด เมินคนโวยโทษประหารแรงไป “วิษณุ” แจงเหตุทำ พ.ร.บ.กกต.ก่อน “โคทม” แนะชั่งน้ำหนักเปลี่ยนม้ากลางศึก “วัชระ” เย้ยพวกเชลียร์ทหารหวังต่อวีซ่า “ปู” ลุยจัดอีเวนต์แปรรูปข้าวกระตุ้นกำลังซื้อ มองแง่ดี ปชป.ออกขายข้าวบ้าง “วรงค์” ตามแซะไล่จับผิดจ้างโรงสีชุมชน อดีตนายกฯโอดหลานสาวโดน ม.44 เด้งเข้ากรุเลี่ยงยาก “บิ๊กตู่” เงียบ แต่ “วิษณุ” ชี้แค่บังเอิญไม่เกี่ยวกับนามสกุล การยกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อวางกติกาเดินหน้าปฏิรูปประเทศ กลายเป็นศึกวิวาทะของคนในแม่น้ำสายเดียวกัน ระหว่างกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กับกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ออกมาแฉซ้ำเกมล้างบางองค์กรอิสระหวังผลักดันคนของตัวเองเข้าไปทำหน้าที่แทน

“ประวิช” นิ่งไม่พูดปมคุณสมบัติ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 พ.ย. ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ นายประวิช รัตนเพียร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านการมีส่วนร่วม เป็นประธานในพิธีปิดการประชุมมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมความเข้มแข็งและพัฒนาการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนประจำปี 2560 จากนั้น นายประวิชให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการกำหนดคุณ-สมบัติของ กกต.ในการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ไม่ใช่หน้าที่ขององค์กรอิสระใดที่จะพูดเรื่องคุณสมบัติ ผู้มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคือ กรธ. และไปสิ้นสุดที่ สนช. จะตัดสินใจอย่างไรเป็นอิสระของท่าน จะออกมาอย่างไรก็ปฏิบัติตาม ไม่กังวล กับเรื่องดังกล่าว

ให้ กรธ.-สนช.ว่ากันตามสบาย

เมื่อถามต่อว่า หากนายประวิชคุณสมบัติไม่ครบตามที่รัฐธรรมนูญใหม่กำหนดต้องพ้นจากตำแหน่ง นายประวิชตอบว่า ไม่อยู่ในสถานะที่จะบอกว่าตัวเองเป็นอย่างไร ไม่ใช่หน้าที่ ต้องรอกฎหมายออกมาก่อน ออกมาแล้วทุกคนต้องปฏิบัติ สิ่งสำคัญเป็นพลเมืองต้องเคารพกฎหมาย ไม่ได้ขอปรับแก้อะไรเลย เท่าที่ดูความคิดเห็นที่เสนอไปตามสื่อ กรธ. รับทราบหมดแล้ว ใช้ดุลพินิจโดยอิสระ ต้องเคารพกฎหมาย บ้านเมืองจึงจะเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนกรณีที่ กรธ.จะเปลี่ยนแปลง กกต.จังหวัดไปเป็นผู้ตรวจ การเลือกตั้งนั้น กกต.ดูแล้วว่า กกต.จังหวัดมีข้อดีข้อเสียอย่างไร เสนอความเห็นไปแล้วว่า กกต.จังหวัดยังมีความจำเป็น ส่วนผู้ตรวจการเลือกตั้งยังเป็นข้อถกเถียง กรธ.จะคิดอย่างไรก็ให้ สนช.พิจารณาต่อ ต่างคนต่างทำหน้าที่

“สมชัย” เฉ่ง กรธ.ทำตัวเป็นเด็ก

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง กล่าวว่า การจัดเวทีแสดงความคิดเห็นของ กรธ. เป็นลักษณะที่ไม่จริงใจที่จะให้ข้อมูลข้อเท็จจริงแก่ประชาชน คิดว่าควรจัดเวทีแบบนี้โดยให้ความสำคัญ กับเนื้อหาสาระที่เป็นจริง เมื่อ กรธ.ร่างของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรจัดรับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ฟังเสียงจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่เช่นนั้นกฎหมายสำคัญจะมีผลเพียงแค่ถูกผ่านกระบวนการที่เป็นแค่พิธีกรรมเท่านั้น ไม่อยากให้ กรธ.ทำตัวเหมือนนักศึกษาส่งวิทยานิพนธ์ ที่ต้องสอบ วิทยานิพนธ์แต่ไม่ยอมพบอาจารย์ที่ปรึกษา หมกเม็ดไม่ปรึกษาขอความเห็น พอถึงเวลาใกล้หมดอายุความ ก็ยื่นวิทยานิพนธ์เล่มเต็มมา แล้วอาศัยเวลาที่เหลืออยู่บีบบังคับให้จบ ถึงเวลาก็รีบส่ง สนช.พิจารณาในเวลาที่สั้น

แฉล้างบางกรุยทางให้เด็กตัว

เมื่อถามว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ยืนยันว่าการกำหนดคุณสมบัติของ กกต. จะใช้เท่าเทียมกับองค์กรอิสระอื่น นายสมชัยตอบว่า โดยหลักการถ้าทำทุกองค์กรถือว่าเป็นธรรม เอาคุณสมบัติใหม่ไปใช้ทุกองค์กร แต่ประโยชน์ที่ได้รับ ผลดีผลเสียอย่างไรต้องคิดดูให้ดี ประเด็นสำคัญสังคมกำลังจับจ้องว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกำลังเตรียมการโละ เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบองค์กรอิสระทุกองค์กร โดยเอาคนของตัวเองเข้าไปทำหน้าที่แทน นี่คือการยึดพื้นที่ทางการเมืองขององค์กรอิสระ ต้องดูให้ดี ไม่อยากให้เกิดภาพว่าฝ่ายที่ไม่ได้รับการยอมรับในสังคม กำลังจะเปลี่ยนแปลงยึดพื้นที่ในทุกภาคส่วน อย่าให้สังคมคิดแบบนั้นโดยอ้างเรื่องคุณสมบัติ ไม่เช่นนั้นในแง่การทำงานจะเป็นไปในแนวเดียวกัน กระบวนการตรวจสอบคัดค้านให้เกิดความเป็นธรรมจะไม่เกิดขึ้น

ซัดคนกันเองไม่กล้าท้วงติง

เมื่อถามว่าหากร่าง พ.ร.บ.ไปถึง สนช. กกต.จะทำข้อเสนอส่งไป สนช.หรือไม่ นายสมชัยตอบว่า ขึ้นอยู่กับที่ประชุม กกต.ว่าจะให้ความเห็นหรือไม่ วันนี้อยากให้ กกต.มองปัญหาที่เกิดขึ้นจริงบนพื้นฐานประสบการณ์การทำงาน ให้ความเห็นตรงไปตรงมาว่าสิ่งที่เขียนมาใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ ไม่อยากให้เป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ว่าแล้วแต่เขาจะเขียนให้อย่างไรก็เอาตามนั้น คนคิดแบบนี้ไม่ควรจะทำงานเป็น กกต. เราควรเอาประสบการณ์สะท้อนข้อเท็จจริงว่ารูปแบบ ดังกล่าวมีปัญหาอย่างไร ก่อให้เกิดผลดีทางการเมืองหรือไม่ ถ้าดีกว่าเดิมก็ต้องสนับสนุน ถ้าแย่กว่าเดิมก็ต้องกล้าให้ความเห็น ไม่ใช่ติดยึดตำแหน่งของตัวเองว่าพูดไปแล้วจะกระทบหน้าที่ตำแหน่งของตัวเอง

“มีชัย” เชิงสูงไม่ใช้อารมณ์ตอบโต้

ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวถึงท่าทีของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ว่า เราไม่ ตอบโต้เรื่องของบ้านเมืองไปใช้อารมณ์ไม่ได้ เวลาคิดต้องคิดเพื่อประโยชน์ส่วนรวม อย่าไปคิดแต่เฉพาะส่วน ที่กระทบตัวเอง และยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร การใช้อารมณ์ไม่เกิดประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ เมื่อถามว่า กกต.บางคนกล่าวหาว่า กรธ.หมกเม็ด นายมีชัยตอบว่า ไม่ขอตอบ เราไม่รู้ว่าจะไปหมกได้อย่างไร เพราะเวลาที่เราจะทำอะไรก็เปิดเผยหมด อะไรที่ยังไม่ได้ข้อยุติก็ยังไม่นำมาเผยแพร่ หากนำมาเผยแพร่แล้วอาจมีการเปลี่ยนแปลง จะบอกว่า กรธ.กลับไป กลับมา ทุกอย่างต้องให้ชัดเจนก่อน หลักแบบนี้ใช้มาตลอดเพื่อป้องกันความสับสน

แจงเพิ่มโควตาฝ่าย ก.ม.จับทุจริต

เมื่อถามว่าการเพิ่มจำนวน กกต.จาก 5 คน เป็น 7 คน โดย 2 คนที่เพิ่มมาดูเหมือนเพิ่มสัดส่วนในด้านกฎหมาย นายมีชัยตอบว่า เราให้บทบาท กกต.ตรวจจับทุจริตการเลือกตั้ง การใช้เงินเข้ามามีส่วน ซึ่งเป็นเรื่องทางคดีอาญา เป็นเรื่องการดำเนินคดีในอนาคต จึงต้องเพิ่มคนที่มีความรู้ทางกฎหมาย โดยเฉพาะมีประสบการณ์ด้านตุลาการมาแล้วมาช่วยเป็นหลัก จะได้ไม่ต้องกังวลกับข้อกฎหมาย ส่วนอีก 5 คนจะมาจากหลากหลายเพื่อคละเคล้ากัน พยายามผสมผสานให้เขาทำหน้าที่ได้ กรธ.ให้ทั้งมีดและเครื่องมือลงไปมาก เพราะเราเห็นว่า 5 คน อาจไม่เพียงพอ ที่เพิ่ม 2 คนเจาะจงให้เป็นนักกฎหมาย

เมินคนโวยโทษประหารแรงไป

เมื่อถามว่า สนช.มีความเห็นหลายเรื่องสวนทางกับ กรธ. นายมีชัยตอบว่า ต้องมาหารือกันดูว่าเหตุผลเป็นอย่างไร เมื่อถามว่าเรื่องโทษประหารชีวิตจากการซื้อขายตำแหน่งทางการเมืองถูกวิจารณ์ว่าแรงเกินไป ไม่เป็นไปตามหลักสากล นายมีชัยตอบว่า ก็แล้วแต่ ถ้า สนช.คิดว่าโทษประหารมันแรงจะเอาแค่ปรับ 5 บาท 10 บาท ก็แล้วแต่จะมอง ถ้ามองว่าเป็นโทษนิดหน่อยกับการเอาตำแหน่งรัฐมนตรี ไปขาย 2-3 คน กรธ.ไม่ว่าอะไร สังคมรับได้ก็ได้ กรธ.คิดว่าเรื่องนี้แรงและในอนาคตคงไปเพิ่มข้อความว่า อาจมีโทษจำคุกตลอดชีวิต เพื่อให้เป็นตัวเลือกอื่นนอกจากการประหารชีวิต โดยศาลจะเป็นผู้เลือกว่าจะประหารหรือส่งจำคุกตลอดชีวิต ดูความหนักเบา และโทษส่วนใหญ่จะมีทางเลือกเสมอ โดยเราจะเขียนไว้ในกฎหมายลูก

“วิษณุ” แจงเหตุ ก.ม.กกต.มาก่อน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเห็นต่างระหว่าง กรธ. กับ กกต.ว่า ไม่ตอบเรื่องนี้ให้เขาว่ากันเอง ที่ กกต. มองว่าเป็นองค์กรอิสระเดียวที่ถูกเพ่งเล็ง ขณะนี้ไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น ไม่อยากให้เข้าใจใครผิด อย่าลืม ว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับองค์กรต่างๆ มีอยู่ 10 ฉบับ ต้องแล้วเสร็จใน 8 เดือน แต่ที่เกี่ยวพันกับการเลือกตั้งมีอยู่ 4 ฉบับ องค์กรอื่นที่พูดถึงอยู่ในส่วน 6 ฉบับที่เหลือ ยังไม่จำเป็นต้องเร่งพิจารณา เมื่อจัดลำดับเช่นนี้กฎหมาย กกต.จึงมาก่อน เรื่องคุณสมบัติต้องพูดอยู่ดีเมื่อมาถึง แต่วันนี้ยังไม่ถึง เมื่อถามว่าการให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งทำหน้าที่แทน กกต.จังหวัด จะประหยัดงบประมาณลงหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ประเด็นงบประมาณไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่การสะสมพลังอำนาจเอาไว้เป็นเรื่องใหญ่กว่า หากอยู่ถาวรจะสะสมตรงนี้ยาว เช่นเดียวกับการให้ข้าราชการซี 10 และ 11 อยู่ได้เพียง 4 ปี เพราะเขากลัวเรื่องการสะสมอำนาจ

“พีระศักดิ์” ค้านรีเซ็ต กกต.ยกชุด

ด้านนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่กำหนดบทลงโทษการทุจริตซื้อขายตำแหน่งถึงขั้นประหารชีวิตนั้น กฎหมายไทยที่บังคับใช้ทันสมัยอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือการบังคับใช้ไม่เคร่งครัด การลงโทษประหารชีวิตหลายประเทศยกเลิกหมดแล้ว ดังนั้นการกำหนดโทษต้องเหมาะสมกับความผิด นึกถึงสังคมโลกด้วย แม้การซื้อขายตำแหน่งเป็นความผิดร้ายแรง เพราะเป็นการทำหน้าที่ ตัวเองไม่สมบูรณ์ แต่มีบทลงโทษทางปกครอง และวินัย ไล่ออกจากราชการ ถือว่ารุนแรงอยู่แล้ว ส่วนร่าง พ.ร.บ.กกต.ฉบับใหม่ อาจทำให้ กกต.ชุดปัจจุบันบางคนพ้นจากตำแหน่งนั้น ตนเห็นว่าช่วงทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ กกต.ทำหน้าที่ได้ดี การเลือกตั้งบางครั้งต้องใช้ประสบการณ์ ถ้ารีเซ็ต กกต.ใหม่หมดอาจเกิดปัญหาได้ ส่วนที่ กกต.บางคนต้องพ้นจากตำแหน่ง ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องคุณสมบัติที่ กรธ. จะร่างออกมา สุดท้าย สนช.จะพิจารณา

ขวาง กรธ.ล้มโต๊ะ กกต.จังหวัด

นายพีระศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนการให้รางวัลนำจับผู้พบการทุจริตซื้อสิทธิขายเสียง น่าจะช่วยลดการซื้อสิทธิขายเสียงได้ ที่ผ่านมาการซื้อเสียงเป็นการใช้เงินล่อใจให้มาใช้สิทธิ ถ้าอาศัยแค่ กกต.จังหวัดดำเนินการ ก็อ้างว่าไม่มีกำลัง ให้ประชาชนไปหาหลักฐานมาเอง ทำให้เกิดช่องว่าง เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่นส่วนใหญ่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งค่อนข้างมีอิทธิพล ข้อมูลอาจรั่วไหลได้ ดังนั้น การให้รางวัลนำจับน่าจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง ส่วนถึงขั้นต้องยุบ กกต.จังหวัดหรือไม่ เป็นหน้าที่ของ กรธ.ที่จะพิจารณา แต่ส่วนตัวเห็นว่าควรแค่ปรับบทบาทหน้าที่

แต่โพล สพม.เห็นด้วยล้าง กกต.

ที่สภาพัฒนาการเมือง (สพม.) นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธาน สพม. แถลงรายงานผลการสำรวจความเห็นและการรับฟังความเห็นต่อการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. จาก 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.กลุ่มตัวอย่างหรือโพล 2.คณะทำงานเครือข่ายภาคประชาสังคมระดับกลุ่มจังหวัด (คปก.) และ 3.สนทนากลุ่มหรือโฟกัสกรุ๊ป พบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 68.50 เห็นด้วยกับการให้กระทรวงมหาดไทยมีส่วนร่วมบริหารจัดการเลือกตั้ง และเห็นด้วยกับการเซ็ตซีโร่ กกต. ขณะที่ คปก.เห็นด้วยกับการเซ็ตซีโร่ กกต.ชุดปัจจุบันและให้สรรหาชุดใหม่ แต่ไม่เห็นด้วยที่จะให้กระทรวงมหาดไทยร่วมจัดเลือกตั้ง ส่วนโฟกัสกรุ๊ปพรรคการเมือง ไม่เห็นด้วยกับการเซ็ตซีโร่ กกต. และไม่เห็นด้วยให้กระทรวงมหาดไทยมีส่วนร่วมจัดการเลือกตั้ง

พรรคการเมืองไม่รอดให้โละด้วย

นายธีรภัทร์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ และ คปก.เห็นด้วยกับการเซ็ตซีโร่พรรคการเมือง ขณะที่โฟกัสกรุ๊ปเห็นว่าปัญหาทางการเมืองไม่ได้มีสาเหตุจากพรรคการเมืองอย่างเดียว ปัญหาของพรรคการเมืองไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการเซ็ตซีโร่ ทั้งยังส่งผลให้ระบบพรรคอ่อนแอ และยังทำให้ถอยหลังกลับ แต่ควรพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็น สถาบันทางการเมืองและเกิดเป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง

ชั่งน้ำหนักเปลี่ยนม้ากลางศึก

นายโคทม อารียา อดีตกรรมการ กกต. กล่าวว่า ข้อเสนอเซ็ตซีโร่ กกต. สุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับ กรธ.และ สนช. ชั่งน้ำหนักถ่วงดุลเหตุผลกัน ประกอบกับบริบทต่างๆ เช่น มีคนเสนอว่าจะเริ่มดำเนินการเตรียมการเลือกตั้งกันแล้ว มาเปลี่ยนคนรับผิดชอบกลางคันจะเป็นอะไรหรือไม่ หรือไม่น่าเปลี่ยนตอนนี้ หรือเปลี่ยนเฉพาะที่จำเป็น ตอนนี้ยังเป็นเพียงฟังความเห็นฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ ในฐานะที่เคยเป็น กกต. ไม่ค่อยเหมาะสมไปวิจารณ์การทำงานของ กกต.ชุดนี้ หรือชุดไหนก็ตาม ได้แต่ให้กำลังใจเขาทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ขอสงวนแสดงความคิดเห็น เพราะถ้าเสนอไปอาจถูกตีความได้ว่าไม่ชอบคนใน กกต.คนนั้นคนนี้ เลยเสนอให้โละ

“วัชระ” เย้ยเชลียร์หวังต่อวีซ่า

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชา-ธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. เปิดเผยกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน กกต. ทุจริตเบี้ยประชุมคณะอนุกรรมการร้องคัดค้านจำนวน 2 ล้านบาท ว่า กกต.เปิดเผยเรื่องนี้ช้ามาก ทั้งที่มีการทุจริตนานแล้ว เป็นการเปิดเผยในช่วงที่องค์กร กกต.กำลังถูกแรงบีบหนัก เป็นวิกฤติศรัทธาที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกองค์กร ขนาดเบี้ยประชุมเจ้าหน้าที่ ยังกล้าทุจริตได้ แล้วการร้องเรียนร้องคัดค้านการเลือกตั้งจะไม่ทุจริตกันหรือ แต่ยังดีที่เปิดเผยออกมา เห็นด้วยที่ กกต.กวาดบ้านตัวเอง ส่วน กกต.บางคนที่กำลังถูกกวาดออกไปด้วย ถือเป็นปรากฏการณ์พิเศษ ที่ได้เห็นในยุคปฏิรูปการเมือง ต่างคนต่างยึดมั่นในอัตตาตนเอง บางคนก็เร่งทำงานให้เข้าตาทหารเพื่อจะได้ต่อวีซ่าเป็นตำแหน่งต่างๆต่อไป จะพูดจาแต่ละคำคิดแล้วคิดอีกว่าจะได้คะแนนจากทหารหรือไม่ แทนที่ จะคิดถึงประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ

ตั้ง กก.สอบยักยอกเบี้ยประชุม

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีพบเจ้าหน้าที่ทุจริตเบิกเบี้ยประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียน จำนวน 2 ล้านบาท ว่า ได้แจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้องแล้ว สำหรับผู้ที่ถูกตรวจสอบว่าทุจริต มีคำสั่งย้ายออกจากฝ่ายสืบสวนฯแล้ว เพื่อไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องแก้ไขข้อมูลให้ตัวเองพ้นผิด ถ้ายังพบว่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวจะสั่งพักราชการ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ย. สำนักงาน กกต.มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว โดยมีนายเมธา ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการ กกต.เป็นประธาน

“อุเทน” บี้ลุยปริวรรตเงินตรา

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า ช่วงเวลาที่เหลือของรัฐบาลและ คสช. ก่อนมีการเลือกตั้งใหญ่ ขอให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล้าทำปริวรรตเงินตรา โดยปรับแก้กฎหมายเงินตราให้เปลี่ยนสีธนบัตรทุกชนิด โดยเฉพาะธนบัตรใบละ 500 บาท และ 1000 บาท แต่ยังคงมูลค่าเดิมไว้ และเปิดให้แลกในเวลาและจำนวนที่กำหนด หากผู้ใดแลกเกินที่กำหนดไว้ต้องมีหลักฐานแสดงที่มาและหลักฐานการเสียภาษีได้ หากแสดงที่มาไม่ได้ต้องยึดเงินส่วนนั้นคืนรัฐ ทำแค่นี้ก็จะตรวจสอบได้ว่าใครร่ำรวยผิดปกติ เงินสีเทานอกระบบมหาศาลจะถูกดึงกลับเข้าระบบ นำมาเป็นงบประมาณบริหารประเทศ วิธีการดังกล่าวเป็นเครื่องมือปราบทุจริตคอร์รัปชันได้ ตนเสนอเรื่องนี้เป็นระยะแต่รัฐบาลนี้ไม่สนใจ ทั้งหมดขึ้นอยู่ที่นายกฯกล้าหรือไม่ หากไม่กล้าจะถูกปรามาสว่าเสียของ ขนาดรัฐบาลอินเดียยังกล้าทำ แม้มีความวุ่นวายอยู่บ้าง

“ปู” จัดอีเวนต์แปรรูปจากข้าว

วันเดียวกัน เวลา 15.30 น. ที่บ้านพักซอยโยธินพัฒนา 3 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรม “ช่วยชาวนา สร้างมูลค่าข้าวไทย ร่วมใจบริโภคเพิ่ม” โดยมีอดีตรัฐมนตรี แกนนำและอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก อาทิ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯและอดีต รมว.คลัง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯและอดีต รมว.พาณิชย์ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีแฟนเพจจากเฟซบุ๊ก น.ส.ยิ่งลักษณ์มาร่วมกิจกรรมด้วย อาทิ กลุ่มคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสตรีเขตบึงกุ่ม กลุ่มเนกซท์ โรงเรียนการอาหารนานาชาติของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต นำเมนูอาหารที่แปรรูปจากข้าวมาร่วมงาน อาทิ ข้าวตังหอมมะลิหน้าลาบทูน่า ข้าวเกรียบปากหม้อ ขนมจีนน้ำยาหมู แป้งเส้นทานคู่ส้มตำ กวยจั๊บ พิซซ่าข้าว พุดดิ้งข้าว ซูชิไส้อั่ว สลัดข้าวหอมมะลิ และหอมมะลิยัดไส้ข้าวเหนียวเขี้ยวงู เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนบริโภคข้าวมากขึ้น เป็นอีกวิธีช่วยเหลือชาวนา โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ชิมอาหาร และยังโชว์ทำเมนูข้าวผัดจักรพรรดิ ข้าวยำสไตล์ไทย ขนมครกข้าวหมูยอด้วย

แค่ช่วยชาวนาไม่เกี่ยวการเมือง

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า เห็นการร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชนช่วยชาวนาขายข้าว เป็นเรื่องที่น่าดีใจ หากอยากขายได้มากต้องช่วยกระตุ้นความต้องการ เป็นการต่อยอดช่วยเหลือชาวนา กิจกรรมวันนี้มีแนวคิดเริ่มจากคนใกล้ชิดและแฟนคลับ เพื่อให้ทุกคนหันมาบริโภคข้าวมากขึ้นด้วยการแปรรูปหรือประยุกต์ สุดท้ายก็จะมีการซื้อข้าวจากชาวนามากขึ้น เมื่อถามว่าจะถูกมองเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ทุกอย่างอยู่ที่ใจ ถ้าต้องการช่วยชาวนาก็ต้องยึดมั่น และไม่ได้ทำในประเด็นที่เกี่ยวกับการเมือง เพียงแต่ต้องการช่วยเหลือชาวนา ถ้าเราช่วยกันรณรงค์เพิ่มเมนูอาหารเกี่ยวกับข้าวบ้านละหนึ่งอย่าง เชื่อว่า 1 ปีคนจะบริโภคข้าวกว่า 10 ล้านตัน เมื่อความต้องการซื้อและความต้องการขายสมดุลกัน ราคาจะขยับตัวขึ้นตามธรรมชาติ

มองแง่ดี ปชป.ออกขายข้าวบ้าง

เมื่อถามว่าที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาขายข้าวถือเป็นการเลียนแบบหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ขอมองในแง่ดีว่าเป็นการช่วยกัน ไม่ได้บอกว่าเราทำแล้วคนอื่นจะทำไม่ได้ ส่วนจะมีกิจกรรมขายข้าวอีกหรือไม่นั้น ขอดูโอกาสก่อน วันนี้หลายส่วนเริ่มทำบ้างแล้ว หากลงไปขายมากสุดท้ายก็ต้องหาคนมาซื้อเพิ่มอีก จึงหันมาประยุกต์เป็นการเพิ่มการบริโภค เพื่อสุดท้ายจะมีความต้องการซื้อข้าวมากขึ้น และกลับมาซื้อข้าวอีก

“วรงค์” ไล่จับผิดจ้างโรงสีชุมชน

ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสเฟซบุ๊กว่า “จะตั้งใจหรือพูดตามบทก็แล้วแต่ สิ่งที่ปรากฏนั่นคือการโกหกประชาชน มีนักการเมืองคนหนึ่งเดินสายเยี่ยมประชาชน โดยอ้างว่าข้าวราคาตก จึงช่วยชาวนาซื้อข้าวสารหอมมะลิในราคากิโลกรัม (กก.) ละ 20 บาท นำมาขายที่ กทม.ราคา 20 บาท ต่ำกว่าที่ทั่วไปขาย หากใช้โรงสีชุมชนจะสีได้วันละ 1 ตันข้าวเปลือก ถ้าข้าวสาร 10 ตันต้องใช้เวลาสีอย่างน้อยครึ่งดือน ขนาดอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ช่วยชาวนาขายข้าวสารหอมจังหวัด 12 ตัน ยังต้องใช้เวลากว่าครึ่งเดือนจึงส่งของมา กทม.ได้ ที่ต้องเล่าให้ฟังนี้เพราะไม่อยากให้นักการเมืองบางคนเห็นประชาชนไม่รู้ แล้วมาโกหกประชาชน จนเคยชินเรื่องซื้อข้าวเปลือกตันละ 12,000 บาท มาให้ชาวบ้านสี ไม่พูดเสียดีกว่าเพราะยิ่งพูดยิ่งมัดตัวเอง

“พิชัย” จี้เร่งเลือกตั้งเรียกมั่นใจ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ยอมรับว่าการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำกว่าศักยภาพ การลงทุนภาคเอกชนยังอยู่ในระดับต่ำมากนั้น อย่างน้อยก็มีคนในรัฐบาลที่ยังรับรู้และยอมรับความจริง อยากให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ยอมรับเหมือนนายอภิศักดิ์ จึงจะหาทางแก้ไขปัญหาได้ อยากให้สภาพัฒน์เสนอข้อมูลที่แท้จริง อย่าบิดเบือนตัวเลขจีดีพีตามแรงกดดันทางการเมือง ส่วนปัญหาหนี้เสียยังมีปริมาณเพิ่มขึ้น เป็นดัชนีชี้วัดว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวจริง ตัวเลขการว่างงานมีแนวโน้มสูงขึ้นอีก เพราะนักลงทุนต่างชาติขาดความมั่นใจ จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาว่าหากเร่งให้มีการเลือกตั้ง จะช่วยสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนได้หรือไม่ ส่วนการช่วยเหลือ ชาวนาใครช่วยด้านไหนได้ก็ควรส่งเสริม ไม่ใช่ออกมาโจมตี เพราะสุดท้ายความลำบากตกกับชาวนา อาจทำให้หมดความอดทนได้

“บิ๊กตู่” เงียบเด้ง “ชินวัตร” เข้ากรุ

ช่วงเช้าที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาพื้นที่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (คนพ.) ครั้งที่ 1/2559 หลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธให้สัมภาษณ์หลังจากเมื่อวันที่ 16 พ.ย. มีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 68/2559 อาศัยความตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 44 ย้าย น.ส.ปณิตา ชินวัตร รอง ผอ.สสว. บุตรสาวนางเยาวลักษณ์ ชินวัตร พี่สาวคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และหลานสาวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐประจําสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะที่วันที่ 18 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดการเดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการอันเนื่องมาจากพระ-ราชดำริ และติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ การเกษตร จ.ปทุมธานี

“วิษณุ” ชี้แค่บังเอิญไม่ดูนามสกุล

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 68/2559 ให้ผู้มีตำแหน่งหน้าที่ สสว.จำนวน 3 ราย ไปเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีชื่อ น.ส.ปณิตา ชินวัตร รวมอยู่ด้วยนั้น คสช.พิจารณามาก่อนแล้ว ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับนามสกุล เป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า แต่จะเป็นเพราะอะไรไม่ทราบ อาจเกี่ยวโยงกับประสิทธิภาพการทำงาน อยู่ดีๆไม่มีอะไรจะมีคำสั่งออกมาได้อย่างไร ที่กล้ายืนยันเช่นนี้ เพราะตอนแรกที่เรื่องเข้ามายังไม่มีชื่อตัวบุคคล มีแต่พฤติกรรมและเหตุการณ์ ตอนหลังถึงรู้ว่ามีผู้เกี่ยวข้องหลายคน เมื่อถามว่าเปิดไว้ถึง 50 อัตรา แสดงว่าจะมีคำสั่งเช่นนี้อีก นายวิษณุตอบว่า ใช่ ในหลายหน่วยงานที่เป็นองค์การมหาชนและรัฐวิสาหกิจ

“ปู” บอกหลานโดน ม.44 เลี่ยงยาก

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี น.ส.ปณิตา ชินวัตร หลานสาว ถูกคำสั่งหัวหน้า คสช. มาตรา 44 ย้ายจาก สสว.เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐประจำสำนักนายกฯ เมื่อเป็นข้าราชการ อีกทั้งเป็นคำสั่งตามมาตรา 44 ก็ต้องปฏิบัติตาม ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงได้

ไทยหนุนความมั่นคงอาเซียน

ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงผลการประชุม รมว.กลาโหมอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ว่า ได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านความมั่นคงและภัยคุกคามจากการก่อการร้าย ความไม่มั่นคงทางทะเล ปัญหายาเสพติด การค้าอาวุธสงคราม อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ ภัยคุกคามจากไซเบอร์ และภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม กล่าวยืนยันพร้อมให้การสนับสนุนบทบาทอาเซียนเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงของภูมิภาค บนความไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขณะที่นางโทโมมิ อินาดะ รมว.กลาโหมญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่น ยินดีแสวงหาความร่วมมือทางทะเล โดยยึดหลักกฎหมาย ไม่ใช้กำลังทหาร

“จตุพร” ชวดได้ประกันตัวหน 3

ที่ศาลอาญา นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. จำเลยที่ 2 ในคดีร่วมกันก่อการร้าย เข้ายื่นคำร้องเพื่อขอปล่อยชั่วคราวนายจตุพรต่อศาลอาญา เป็นครั้งที่ 3 โดยบางส่วนของคำร้องระบุว่า จำเลยที่ 2 ขอให้คำมั่นต่อศาลว่าจะไม่กระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการดูหมิ่นผู้อื่น หรือยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรืออาจก่ออันตรายกระทบเกียรติยศชื่อเสียงและความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทำการใดๆเพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมาย หรือเงื่อนไขใดๆตามศาลกำหนด รู้สำนึกในการกระทำฝ่าฝืนคำสั่งศาลแล้ว ขอโอกาสได้รับการปล่อยชั่วคราว โดยศาลพิเคราะห์แล้วยังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง จึงให้ยกคำร้อง

ยกฟ้อง “ครูแขก” ไม่ผิดซุกระเบิด

ที่ห้องพิจารณา 812 ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ฟ้อง น.ส.อัมพร ใจก้อน หรือครูแขก อายุ 56 ปี ชาวเชียงใหม่ เป็นจำเลย ฐานมีวัตถุระเบิดชนิดแสวงเครื่อง และกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน มาตรา 4 มาตรา 38 และมาตรา 74 โจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี 2553 จำเลยกับพวกซึ่งเป็นแนวร่วม นปช.มีเจตนาร่วมกันมีวัตถุระเบิด เหตุเกิดที่สมานเมตตาแมนชั่น อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ชั้นพิจารณาจำเลยปฏิเสธต่อสู้คดี และ น.ส.อัมพรถูกดำเนินคดีที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ฐานทำให้เกิดระเบิดอีก 1 สำนวน ถูกขังที่เรือนจำพิเศษมีนบุรี ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ไม่มีพยานที่รู้เห็นขณะเกิดเหตุและก่อนเกิดเหตุ ไม่ได้เห็นจำเลยร่วมนำวัตถุระเบิดไปไว้ในห้องเกิดเหตุ ส่วนพยานโจทก์ที่นำสืบมาไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ จำเลยให้การปฏิเสธมาโดยตลอด ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามโจทก์ฟ้อง พิพากษายกฟ้อง

“สมชัย” ยังอารมณ์ค้างตามเฉ่ง กรธ.ไม่จริงใจจัดเวทีรับฟัง เหน็บทำตัวเป็น นศ.หมกเม็ด ส่งวิทยานิพนธ์แต่ไม่ขอความเห็นอาจารย์ แฉดะหวังล้างบางองค์กรอิสระกรุยทางให้เด็กตัวเข้ามาแทน เดือดจัดซัดคนกันเองเอาแต่เกาะเก้าอี้แน่น... 18 พ.ย. 2559 06:05 18 พ.ย. 2559 06:20 ไทยรัฐ