วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บทเพลงเพื่อพ่อ

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ที่รัก แม้เราจะล่วงเลยกำหนดการไว้ทุกข์ครบหนึ่งเดือนไปแล้ว คุณครูลิลลี่ยังขอเดินหน้าและตั้งใจเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับพ่อ เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชต่อไปนะคะ ครั้งนี้เป็นเรื่องราวของบทเพลงเพื่อพ่อค่ะ เป็นเรื่องของเพลงล้วนๆ ค่ะ อย่างตัวคุณครูลิลลี่เองนอกจากจะทำหน้าที่พสกนิกรที่ดีแล้ว ในแง่ของการเป็นคุณครูสอนภาษาไทย หากพบเห็นสิ่งใดผิดพลาด หรือไม่เหมาะสมเกี่ยวกับภาษาไทย คุณครูก็พร้อมจะช่วยแนะนำและส่งเสริมให้เราได้ใช้ภาษาไทยกันอย่างถูกต้อง เพื่ออนุรักษ์ภาษาไทยเอาไว้ ถือเป็นหน้าที่สำคัญที่จะทำให้พ่อภูมิใจ และอย่างชื่อเรื่องของไทยรัฐออนไลน์ในครั้งนี้ นั่นคือ เพลงเพื่อพ่อ ก็เช่นเดียวกัน ในฐานะของนักร้อง คนทำเพลง หรือ ค่ายเพลงต่างๆ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในช่วงเวลาเช่นนี้ก็คงเป็นการสร้างสรรค์บทเพลงเพื่อพ่อของเรา พ่อของคนไทยทั้งประเทศค่ะ จริงๆ ก่อนหน้านี้คุณครูเคยเขียนถึงเพลงเกี่ยวกับในหลวงไปหลายครั้ง เช่น ในหลวงของแผ่นดิน ของขวัญจากก้อนดิน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพลงจากฝั่งค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ย่านอโศก นั่นก็คือ บริษัท จีเอ็มเอ็ม นั่นเอง มาถึงวันนี้ขอข้ามฟากมาฝั่งลาดพร้าว 15 ค่ายเพลงใหญ่อีกค่าย นั่นคือ บริษัท อาร์เอส จำกัด มหาชน ที่วันนี้ได้ส่งเพลงใหม่ล่าสุดออกมาเพื่อแสดงความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 นั่นคือเพลง “รักพ่อ..ไม่มีวันพอเพียง” 

คุณครูลิลลี่ได้ฟังเพลงนี้แล้ว เมื่อสองวันที่ผ่านมา มีน้องที่รู้จักกันคนหนึ่งส่งมาให้ฟัง บอกเลยว่าฟังแล้วแอบชื่นชมในการนำคำว่า “พอเพียง” มาเล่นคำได้อย่างสละสลวย เนื่องจากเราคนไทยจะรู้กันดีเกี่ยวกับแนวพระราชดำริเศรษฐกิจแบบพอเพียง ที่ครั้งนี้นักแต่งเพลงก็เลือกที่จะนำคำนี้มาใช้ แต่ใช้ในลักษณะตรงข้ามคือ เราจะใช้ชีวิตแบบพอเพียง ตามคำสอนให้เพียงพอ แต่ความรักที่เรามีให้พ่อจะไม่มีวันพอเพียง อยากให้ลองไปหาฟังดูนะคะ ไพเราะและเรียบง่ายจริงๆ ด้านเนื้อเพลงคุณครูลิลลี่ก็เข้าใจว่าทางผู้แต่งต้องการใช้คำเรียบง่ายที่สุด สามัญที่สุด แต่ลองได้ฟังจะกินใจที่สุดเช่นกันค่ะ ถ้าไปดูในเนื้อเพลงจะเห็นเลยว่าเป็นภาษาไทยแบบง่ายๆ ไม่มีศัพท์สูง ไม่มีราชาศัพท์เลย โดยเฉพาะท่อนสุดท้ายที่บอกว่า “ลูกขอก้าวตามดั่งคำสอน พอเพียง เพียงพอ แต่ความรักที่มีให้พ่อจะไม่มีวันพอเพียง...กราบถวายบังคม เสด็จสู่สวรรคาลัย” ประทับใจในฐานะคนฟังมากๆ ค่ะ

และไหนๆ ก็พูดถึงเพลงๆ นี้แล้ว ขอหยิบเอาเรื่องของภาษาไทยกับประโยคส่งท้ายมาเล่าขานบรรยายความรู้ภาษาไทยกันเสียหน่อยนะคะ นั่นคือ วลีหนึ่งที่มีการใช้กันบ่อยที่สุดในช่วงเวลานี้ก็คือ วลีที่ว่า "เสด็จสู่สวรรคาลัย" มีคุณผู้อ่านและแฟนคลับของคุณครูลิลลี่จำนวนไม่น้อยเลยค่ะ ที่ถามกันเข้ามาเกี่ยวกับวลีนี้ ส่วนใหญ่จะถามว่า เราสามารถพูดว่า “ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย” ได้หรือไม่ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็มีถกเถียงกันอยู่ไปมา วันนี้เรามาดูการใช้กันอย่างถูกต้องเหมาะสมดีกว่าค่ะ คำว่า สวรรคาลัย ถ้าเปิดดูความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ จะพบว่า สวรรคาลัย

สวรรคาลัย ถ้าดูความหมายในอีกทางหนึ่งหรือแปลตามรูปศัพท์ โดยแท้จริงแล้วคำว่า "สวรรคาลัย" มาจากคำว่า "สวรรค" (สะ-หวัน-คะ) บวกกับคำว่า "อาลัย" ซึ่งคำว่า อาลัย ในที่นี้ ไม่ใช่ความหมายว่า ห่วงใย พัวพัน หรือ ระลึกถึงด้วยความเสียดายนะคะ แต่ อาลัย นี้ เป็นคำนาม แปลว่า ที่พัก ที่อยู่ เช่น ชลาลัย คือ ชล บวกกับ อาลัย ก็คือ ที่อยู่แห่งน้ำ นั่นก็หมายความถึง แม่น้ำ ทะเล เป็นต้น หรืออย่าง หิมาลัย ก็คือ หิมะ บวกรวมกับ อาลัย ที่หมายถึงที่อยู่แห่งหิมะ ก็หมายความถึงเทือกเขาสู่ที่มีหิมะปกคลุมนั่นเองค่ะ มาถึง สวรรคาลัย จึงหมายถึง ที่อยู่ในสวรรค์ ที่พักในสวรรค์ ความหมายรวมๆ ก็คือสวรรค์นั่นเองค่ะ ด้วยเหตุนี้วลีที่ว่า "เสด็จสู่สวรรคาลัย" จึงสื่อความหมายได้ว่าพระองค์เสด็จสู่สวรรค์ หรือ เสด็จสู่สรวงสวรรค์ นั่นเองค่ะ แล้วก็มาถึงวลีที่ใช้กันอยู่พอสมควรนั่นก็คือคำว่า ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ที่มีใช้กันทั้งในบทกลอน และในป้ายข้อความแสดงความอาลัยมากมาย เกี่ยวกับข้อสงสัยนี้มีนักวิชาการทางภาษาไทยหลายๆ ท่านมีความเห็นพ้องต้องกันว่าพระองค์ทรงมีบุญญาบารมีที่จะเสด็จสู่สรวงสวรรค์ได้ด้วยพระองค์เอง ดังนั้น หากใช้คำว่า "ส่งเสด็จ" นำหน้าวลี "สู่สวรรคาลัย" อาจทำให้สื่อความหมายเพี้ยนไปได้ว่า ประชาชนเป็นผู้ส่งเสด็จพระองค์ไปสู่สรวงสวรรค์ ดังนั้นหากเราละการใช้คำว่า "ส่ง" ออกไป เหลือแค่วลีว่า "เสด็จสู่สวรรคาลัย" หรืออาจจะใช้คำว่า "พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย" ก็จะทำให้ถ้อยคำดูสวยงาม และสื่อความหมายได้ชัดเจนกว่า สวัสดีค่ะ


instagram : kru_lilly , facebook : ครูลิลลี่

คุณครูลิลลี่

17 พ.ย. 2559 15:59 17 พ.ย. 2559 16:24 ไทยรัฐ