วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตามรอยพระบาท... "กาแฟห้วยห้อม" ยอดดอยสู่ร้าน "สตาร์บัคส์"

ตามรอยพระบาท... "กาแฟห้วยห้อม" ยอดดอยสู่ร้าน "สตาร์บัคส์"

  • Share:

คนไทยโชคดีที่มีพระมหากษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักและทุ่มเทพระวรกายเพื่อประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จนกลายมาเป็นโครงการหลวงและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในทุกพื้นที่ของประเทศไทย รวมทั้งพื้นที่ ต.ห้วยห้อม อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน กับ "โครงการหลวงแม่ลาน้อย"    

โครงการหลวงแม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

ทั้งนี้ โครงการหลวงแม่ลาน้อยประสบความสำเร็จในการพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตของประชาชนบนพื้นที่สูง โดยอีกหนึ่งสินค้าจากพื้นที่ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง คอกาแฟรู้จักกันเป็นอย่างดี นั่นก็คือ "กาแฟห้วยห้อม" ซึ่งหาลิ้มลองรสชาติได้ที่ร้านสตาร์บัคส์อีกช่องทางหนึ่ง

พื้นที่บ้านห้วยห้อม ในโครงการหลวงแม่ลาน้อย

ย้อนรอย 35 ปี กำเนิดโครงการหลวงแม่ลาน้อย

"มะลิวรรณ นักรบไพร" ประธานกลุ่มผ้าทอขนแกะในฐานะตัวแทนประชาชนในพื้นที่โครงการหลวงแม่ลาน้อย ถ่ายทอดเรื่องราวจากพระมหากรุณาธิคุณว่า ความเป็นมาของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยและจุดเริ่มต้นของกาแฟห้วยห้อมเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2515 โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมชาวบ้านป่าแป๋และบ้านห้วยห้อมเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลความเจริญ การคมนาคมลำบาก และขาดระบบสาธารณูปโภค จึงพระราชทานทุนทรัพย์จำนวน 20,000 บาท เพื่อจัดตั้งเป็นธนาคารข้าว พร้อมมีรับสั่งว่า เป็นธนาคารข้าวแห่งแรกของโลก ปัจจุบันชาวบ้านได้ทำนาขั้นบันได ทดลองปลูกผักในแปลงเกษตร เป็นการทำเกษตรแบบยั่งยืน

"มะลิวรรณ" ถ่ายทอดเรื่องราวโครงการหลวงแม่ลาน้อย

ในส่วนของกาแฟอาราบิก้านั้น มีการนำเข้ามาปลูกที่บ้านห้วยห้อมตั้งแต่เมื่อ พ.ศ. 2515 โดยกลุ่มมิชชันนารี พร้อมทั้งมีการนำความรู้เรื่องการเลี้ยงแกะ และการทอผ้าขนแกะมาสอนชาวบ้าน การนำวัตถุดิบมาทำสีย้อมผ้า ต่อมากรมวิชาการเกษตรได้นำต้นกาแฟอาราบิก้ามาให้ชาวบ้านปลูกเพิ่มขึ้น

กาแฟอาราบิก้าปลูกที่บ้านห้วยห้อม

จากนั้น พ.ศ.2516 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ เพื่อทรงเยี่ยมชาวบ้านและมีรับสั่งกับประธานมูลนิธิโครงการหลวง เข้าช่วยเหลือ และพัฒนาอาชีพของชาวเขา โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรม สังคมและสาธารณสุข เนื่องจากเป็นพื้นที่ต้นน้ำแม่ลาน้อยและแม่น้ำแม่สะเรียง ซึ่งมีการปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอยอย่างกว้างขวาง

การพัฒนาด้านเกษตรกรรมในพื้นที่จากพระมหากรุณาธิคุณ

กระทั่ง พ.ศ.2523 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยได้ถูกก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ มีการนำกาแฟมาปลูก เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน ช่วยพัฒนาอาชีพและเพิ่มรายได้ทดแทนการปลูกฝิ่น นับตั้งแต่นั้นมาจึงมีการปลูกกาแฟมากขึ้น อีกทั้งยังมีการขยายจากบ้านห้วยห้อมไปยังหมู่บ้านใกล้เคียงจนมีพื้นที่ปลูกกาแฟเพิ่มมากขึ้น

อีกมุมหนึ่งในพื้นที่โครงการหลวงแม่ลาน้อย

ทีเด็ด "กาแฟห้วยห้อม" ปลูกแบบออร์แกนิก

สำหรับจุดเด่นของกาแฟห้วยห้อม คือ การปลูกกาแฟที่ให้ความสำคัญกับการปลูกแบบปลอดสารพิษ หรือออแกร์นิก เพราะนอกจากจะประหยัดต้นทุนแล้วยังเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรต่างๆ ตลอดจนยังทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า จะได้กาแฟที่มีคุณภาพปลอดสารพิษตกค้างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพื้นที่ปลูกกาแฟส่วนใหญ่อยู่ในบ้านห้วยห้อม จึงได้ชื่อเรียกว่า "กาแฟห้วยห้อม" ซึ่งในปัจจุบันชาวบ้านห้วยห้อมสามารถผลิตกาแฟแบบครบวงจร ตั้งแต่การเพาะกล้ากาแฟ การปลูก การเก็บ ไปจนถึงการคั่วและบด ซึ่งการันตีกาแฟคุณภาพ มีรายได้เฉลี่ยปีละประมาณ 6 ล้านบาท

กาแฟห้วยห้อม ปลูกแบบออร์แกนิก ปลอดสารพิษ

น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงดำเนินชีวิต

ชาวบ้านห้วยห้อมดำเนินชีวิตโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เริ่มเก็บกาแฟในช่วงปลายปี จากนั้นส่งโครงการหลวงแม่ลาน้อยผลิตเป็นสินค้าโอทอปส่งให้ร้านกาแฟชื่อดังสตาร์บัคส์ ซึ่งเป็นลูกค้าประจำ รวมถึงลูกค้ารายอื่นๆ ที่สนใจ

เมื่อหมดช่วงฤดูกาลเก็บกาแฟแล้ว ชาวบ้านยังมีการทำผ้าทอขนแกะ เป็นผลิตภัณฑ์จำพวกผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ หมวกและเสื้อผ้าไว้ขายอีกด้วย

ผลิตภัณฑ์จากขนแกะอีกหนึ่งของดีจากโครงการหลวงแม่ลาน้อย

พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวพักโฮมสเตย์

ทุกวันนี้ โครงการหลวงแม่ลาน้อยและชาวบ้านห้วยห้อมพร้อมจะต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนด้วยที่พักแบบโฮมสเตย์ การพักผ่อนที่โฮมสเตย์บ้านห้วยห้อมนับว่า เป็นโปรแกรมที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้าน มีบริการอาหารพื้นบ้านหลากหลายเมนู ขณะเดียวกันยังสามารถเยี่ยมชมฟาร์มแกะ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของหมู่บ้าน

พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยวิวสวยงามหลักล้าน

พระมหากรุณาธิคุณช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

วิถีชีวิตของชาวบ้านห้วยห้อมและชาวบ้านในพื้นที่โครงการหลวงแม่ลาน้อยเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ตั้งแต่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ มาพระราชทานความช่วยเหลือ ซึ่งเมื่อก่อนชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านเป็นไปด้วยความยากลำบาก ถนนหนทางสัญจรแทบไม่ได้ ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟฟ้าใช้ อาชีพไม่มั่นคง แต่หลังจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จฯ มา ทุกอย่างเปลี่ยนไป โดยเฉพาะมีอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้

พิถีพิถันในขั้นตอนการคั่วกาแฟจากธรรมชาติด้วยภูมิปัญญา

พวกเราปลูกกาแฟก็เก็บไปเรื่อยๆ ทุกปี ถึงปริมาณจะไม่มาก แต่ก็อยู่กันอย่างพอเพียง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ที่ทรงเล็งเห็นถึงความยากลำบากของประชาชนในพื้นที่สูงทุรกันดาร จนความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองได้ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและการอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน เนื่องจากชาวบ้านใช้เวลาดูแลรักษาต้นกาแฟที่ปลูกในป่าจึงไม่เกิดการบุกรุก และต้องรักษาไร่กาแฟไว้นั่นเอง.

ทำทุกขั้นตอนด้วย 2 มือและหัวใจกว่าจะได้กาแฟรสดี

ขอขอบคุณ เครือข่ายสานต่อที่พ่อทำ โครงการเดินทางพ่อ (Walk of the King)

เรื่องเล่าความสำเร็จ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้