วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

1 ปีพม่า–ได้แค่เลือกตั้ง

ทั่วโลกมองว่าประชาธิปไตยของพม่าเบ่งบานมาแล้ว 1 ปี นับแต่การเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 ชาวพม่าทั่วประเทศร่วมกันกาบัตร และพลิกประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศในพริบตา จากการปกครองเผด็จการโดยรัฐบาลทหารที่ยาวนานมากว่า 50 ปี มาเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย ด้วยคะแนนเสียงแบบฟ้าถล่มดินทลาย

หนึ่งปีผ่านไป หลายฝ่ายถามว่าพม่าภายใต้การปกครองของรัฐบาลพรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งมีอองซาน ซูจี วีรสตรีนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ผู้พิชิตรางวัลโนเบล เป็นประชาธิปไตยหรือยัง? คำตอบจากผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองส่วนใหญ่คือ “ยังไม่ประชาธิปไตยแท้” ยังเป็นแค่รัฐบาลเลือกตั้ง ยังไม่มีเสรีภาพและหลักนิติธรรม

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา รัฐบาลท้องถิ่นนครย่างกุ้ง ได้จับกุมนักหนังสือพิมพ์ 2 คน และส่งเข้าคุกโดยไม่ให้ประกันตัว ด้วยข้อหา “หมิ่นประมาท” นักการเมือง เพราะลงบทวิจารณ์รัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน อีกกรณีหนึ่งคือความวุ่นวายในรัฐยะไข่ เจ้าหน้าที่ของรัฐถูกกล่าวหาละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง ทั้งฆ่า ข่มขืนและเผาหมู่บ้าน

องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ ถามว่า การปิดปากหนังสือพิมพ์ แสดงว่าประชาชนไม่มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาธิปไตย และการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวโรฮีนจาร้ายแรง เกิดขึ้นได้อย่างไร ในยุคที่มีวีรสตรีนักต่อสู้ เพื่อประชาธิปไตยเป็นผู้นำประเทศ น่าสงสัยว่ารัฐบาลสามารถควบคุมทหารและตำรวจได้หรือไม่?

ไม่มีใครคาดหวังว่าเพียงปีเดียว พม่าจะกลายเป็นประชาธิปไตยทันที หลังจากอยู่ใต้เผด็จการนานกว่า 5 ทศวรรษ แม้แต่ประชาธิปไตยที่มีอายุเกือบ 84 ปี อย่างประเทศไทย ก็ยังลุ่มๆดอนๆ และเตาะแตะอยู่ แต่หลายฝ่ายก็หวังว่าภายใต้รัฐบาลประชาธิปไตย อย่างน้อยที่สุดประชาชนจะต้องมีเสรีภาพในการแสดงความเห็น ซึ่งเป็นเสาหลักประชาธิปไตย

แม้พรรคการเมืองของฝ่ายทหารจะแพ้อย่างย่อยยับในการเลือกตั้ง แต่ทหารก็ยังไม่ได้วางมือการเมือง ยังคุมอำนาจการ บริหารประเทศ ด้วยการเป็นรัฐมนตรีกลาโหม รัฐมนตรีมหาดไทย และรัฐมนตรีความมั่นคงชายแดน และยังคุมเสียง 25% ในรัฐสภาตามโควตาแต่งตั้งของฝ่ายทหาร เป็นเสียงที่อาจยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้

องค์กรสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยต่างประเทศ ชอบถามว่าซูจีหายไปไหน ทำไมจึงปล่อยให้สิทธิเสรีภาพประชาชนถูกย่ำยี เพราะความหวังที่ว่าพม่าจะเป็นประชาธิปไตยได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับผู้นำเป็นหลัก จึงหวังว่าประชาธิปไตยพม่าจะก้าวหน้าต่อไป เพราะมีผู้นำที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตย มีศรัทธาในประชาธิปไตยและทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อมั่นในประชาธิปไตย.

17 พ.ย. 2559 09:58 17 พ.ย. 2559 09:58 ไทยรัฐ