วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไฟเขียวการเงินภาคประชาชน สร้างความมั่งคั่งรากหญ้า

คุณกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีสำนักนายกฯ แถลงผลการประชุม ครม. เมื่อวันอังคารว่า ครม.เห็นชอบ ร่างแผนพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน พ.ศ.2560–2564 ตามที่ กระทรวงการคลัง เสนอ เพื่อตอบสนองความต้องการทางการเงินของประชาชนทุกระดับอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ตามร่างแผนพัฒนาแบ่งออกเป็น 3 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 1 สร้างรายได้และพัฒนาศักยภาพด้านการเงินของประชาชนระดับฐานราก โดยจะเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนฐานรากผ่านมาตรการต่างๆ เช่น การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสร้างรายได้ การส่งเสริมอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย ส่งเสริมการเข้าถึงสวัสดิการรัฐ การสนับสนุนการออม และมุ่งลดภาระหนี้ของครัวเรือนอย่างยั่งยืน ผ่านมาตรการแก้ไขหนี้สินเกษตรกร สร้างทักษะให้ประชาชนมีความสามารถในการบริหารจัดการทางการเงิน

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาผู้ให้บริการทางการเงิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง มุ่งสร้างความเข้มแข็งขององค์กรการเงินชุมชน ให้สามารถบริการประชาชนได้อย่างยั่งยืน และการสร้างเครือข่ายองค์กรการเงินชุมชนและระหว่างชุมชน สนับสนุนให้สถาบันการเงินในระบบขยายบทบาท เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้นผ่านมาตรการให้ธนาคารเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุม ประชาชนระดับฐานรากมากขึ้น และส่งเสริมให้สถาบันการเงินในระบบให้บริการทางการเงินในระดับฐานรากมากขึ้น

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน (Financial Infrastructure) ให้เหมาะสมต่อการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างยั่งยืน โดยมุ่งพัฒนากฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชน เช่น การจัดตั้งกลไกการขับเคลื่อนนโยบายระบบการเงินภาคประชาชน การจัดทำและพัฒนาระบบฐานข้อมูลการเงินภาคประชาชนให้รองรับกับนโยบาย รวมทั้งการกำหนดแนวทางในการจัดตั้ง องค์กรกำกับดูแลระบบการเงินระดับฐานรากแบบบูรณาการ

คุณกอบศักดิ์ บอกว่า ร่างแผนพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน เป็นจุดเริ่มต้นการปฏิรูปครั้งสำคัญของไทย เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนและชุมชน นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ นำไปสู่พี่น้องประชาชนสามารถยืนอยู่บนขาของตัวเองได้ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

เขียนเรื่องนี้แล้ว ผมก็นึกถึง งานมหกรรมการเงิน Money Expo ขึ้นมาทันที เพราะเป็นงานที่ช่วยให้ประชาชนทุกระดับ ตั้งแต่ฐานราก ฐานกลาง ฐานบน สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้ทุกเรื่องอย่างครบวงจร ถ้าภาครัฐช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องฐานข้อมูลต่างๆ ที่รัฐมีอยู่แล้ว จะยิ่งช่วยให้ประชาชนฐานรากเข้าถึงบริการ ทางการเงินได้ง่ายขึ้น สอดคล้องกับแผนพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชนของรัฐบาลที่เพิ่งผ่าน ครม.

ปัญหาและอุปสรรค การเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชน ก็คือรัฐบาลนั่นแหละ จากกฎหมายและกฎกติกาที่ล้าหลัง ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน แม้แต่เรื่อง “ฟินเทค” ที่กำลังฮิตกันในปัจจุบัน ก็ยังไปไม่ถึงไหน เพราะติดขัดที่กฎระเบียบกฎหมายของภาครัฐ

ผมไม่รู้ว่า รัฐบาลลืมไปหรือยัง ตอนที่ทำ โครงการประชารัฐ รัฐบาลมอบหมายให้หัวหน้าโครงการไปทำเรื่องอุปสรรคและปัญหาแต่ละด้านเสนอรัฐบาลเพื่อแก้ไข

ผมยังจำได้แม่นยำว่า คุณกานต์ ตระกูลฮุน ได้รายงานในที่ประชุมที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า อุปสรรคใหญ่ที่ทำให้ประเทศไทยล้าหลังในทุกด้านและเดินหน้าไปไม่ได้ ก็คือ กฎหมายที่ล้าหลังกว่า 5,000 ฉบับ ผมไม่รู้ว่าจนถึงวันนี้ได้แก้ไขหรือยกเลิกไปกี่ฉบับแล้ว หรือว่าลืมไปแล้วก็ไม่รู้.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

17 พ.ย. 2559 09:28 17 พ.ย. 2559 09:29 ไทยรัฐ