วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'มาดามบุษ' ปลื้มฟอร์มจอมพลังดาวรุ่งไทย ฟุ้งหลายชาติขอร่วมซ้อม

“มาดามบุษ” บุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ชี้ผลงานของจอมพลังดาวรุ่งไทย ที่คว้า 18 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน และ 6 เหรียญทองแดงในการแข่งขันยกน้ำหนักยุวชนและเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประจำปี 2559 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นเรื่องที่เกินคาด เพราะเป็นนักกีฬาใหม่ที่ผ่านรายการต่างประเทศแค่ครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม ดาวรุ่งชุดนี้ก็มองเห็นเป็นความหวังในอนาคตไว้หลายคน ขณะที่เวียดนาม เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น สนใจมาฝึกซ้อมในเมืองไทย ด้านแผนการเตรียมทีมยกเหล็กไทย ชุดโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น อาจจะมาเก็บตัวที่แดนปลาดิบก่อนแข่งขัน

หลังจากจอมพลังดาวรุ่งทีมชาติไทยสร้างผลงาน ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการคว้า 18 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน และ 6 เหรียญทองแดง ในการแข่งขันยกน้ำหนักยุวชนและเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประจำปี 2559 เมื่อระหว่างวันที่ 11-15 พ.ย. ที่ผ่านมา ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา “เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกกิตติมศักดิ์ และประธานที่ปรึกษานายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่น แห่งประเทศไทย และ “มาดามบุษ” นางบุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ได้นำคณะนักกีฬายกน้ำหนัก และเจ้าหน้าที่สตาฟฟ์โค้ช เดินทางด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 683 กลับมาถึงยังสนามบินสุวรรณภูมิ

นางบุษา ยอดบางเตย นายกสมาคมกีฬายกน้ำหนัก สมัครเล่นแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สำหรับผลงานของนักยกน้ำหนักทีมชาติไทยในครั้งนี้ นับว่าประสบความสำเร็จเกินเป้าหมาย เนื่องจากไม่ได้คาดคิดว่าจะคว้าเหรียญได้มากเท่านี้ เพราะเป็นนักกีฬาใหม่ที่ผ่านรายการต่างประเทศแค่ครั้งเดียว โดยดาวรุ่งชุดนี้ก็มองเห็นเป็นความหวังในอนาคตไว้หลายคน แต่จะไปบอกว่ายกสถิติได้สูงแล้วจะเก่งในอนาคตก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะจะต้องขึ้นอยู่กับเทคนิค และสภาพจิตใจตอนแข่งด้วย เช่น “บีม” รสสุคนธ์ สอนแก้ว ดาวรุ่งวัย 17 ปี ที่คว้า 3 เหรียญทองจากการแข่งขันครั้งนี้ นับเป็นนักกีฬาที่นิ่งมาก มีสมาธิ และตั้งใจอยู่กับการยก ซึ่งเด็กคนนี้มีโอกาสสร้างขึ้นมาได้ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเด็กคนไหนจะก้าวขึ้นมา เพราะจะต้องดูการแข่งขันรายการต่อไปๆด้วย

นายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ช่วงระหว่างการแข่งขันได้พูดคุย กับหลายชาติ ทั้งเวียดนาม, เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น ซึ่งต่างต้องการจะส่งนักกีฬามาร่วมซ้อมกับจอมพลังไทย ที่ประเทศไทย ซึ่งคิดว่าจะต้องวางโปรแกรมซ้อมให้ดี เพราะสถานที่เก็บตัวฝึกซ้อมค่อนข้างแคบ จึงไม่สามารถ รองรับนักกีฬาได้มาก แต่จากผลงานที่จอมพลังไทย สามารถคว้าเหรียญโอลิมปิกเกมส์ 2016 ทำให้หลายชาติ เห็นว่านักกีฬาไทยมีความสามารถ มีเทคนิค จนอยากให้นักกีฬาของเขาได้มาเรียนรู้และปรับเทคนิค รวมถึงอยากให้โค้ชของไทยเป็นคนสอนนักกีฬาเขาด้วย

“ส่วนการไปดูงานที่ศูนย์ฝึกซ้อมของสมาคมยกน้ำหนักญี่ปุ่น ที่เมืองยามานาชิ เพื่อวางแผนเตรียม ส่งนักยกเหล็กไทยมาเก็บตัวฝึกซ้อมเตรียมเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นนั้น สถานที่ฝึกซ้อมถือว่าดี แต่อาจจะยังขาดอุปกรณ์บางอย่าง และมีเครื่องฮีตเตอร์ไม่มากพอ แต่ได้บอกเขาไปแล้ว และเขาเตรียมนำไปปรับปรุง เพราะอยากให้ไทยส่งนักกีฬามาซ้อมด้วย และเขาจะขอส่งนักกีฬา 2 คนมาร่วมซ้อมด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนเทคนิค เพราะเขาเห็นว่านักกีฬาไทยเทคนิคดีมาก และอาจมีเคล็ดลับจนคว้าเหรียญโอลิมปิกได้ โดยหลังจากนี้จะนำข้อมูลไปให้กรรมการบริหารสมาคมฯ พิจารณา คิดว่ามีโอกาสได้มาเก็บตัวฝึกซ้อม และอาจจะมาซ้อมทุกปี ส่วนช่วงเวลามาฝึกซ้อมอาจจะเป็น 1-2 สัปดาห์” นางบุษบากล่าว.

“มาดามบุษ” ชี้ผลงานของจอมพลังดาวรุ่งไทยในการแข่งขันยกน้ำหนักเยาวชนเอเชีย 2016 เป็นเรื่องที่เกินคาด อีกทั้งนักกีฬาชุดนี้หลายรายน่าจะเป็นความหวังในอนาคตได้ไม่ยาก ขณะที่ เวียดนาม เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น สนใจมาฝึกซ้อมในเมืองไทย 17 พ.ย. 2559 09:23 17 พ.ย. 2559 15:50 ไทยรัฐ