วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมชัยโต้กลับมีชัย ปมหั่นกกต.จังหวัด ใช่เกิดนานกว่าต้องเก่งกว่า

บิ๊กป้อมไม่คิด เซ็ตซีโร่พรรค

“บิ๊กป้อม” ยันรัฐบาลและ คสช.ไม่มีแนวคิดเซ็ตซีโร่ ฉุนข่าวเลอะเทอะเปลี่ยนตัว ผบ.ตร. นายกฯตรวจเยี่ยมกระทรวงเกษตรฯปลื้มผลงาน “บิ๊กฉัตร” เพื่อนรัก ถ้ามีอะไรไม่ดีงามพร้อมแอ่นอกรับผิดแทน กรธ.จัดสัมมนาฟังความเห็น “มีชัย” ปัดกลั่นแกล้ง กกต. ยืนกรานเขียนกฎหมายมาตรฐานเดียว ไม่ฟุ้งเฟ้อตามอารมณ์ แย้มเอาแน่โละ กกต.จังหวัดใช้ผู้ตรวจการแทน โวลั่นเขียน รธน.จากประสบการณ์โชกโชนของประเทศไทย วันหน้าสหรัฐอเมริกาอาจต้องมาเลียนแบบ “สมชัย” เดือดซัด กรธ.วงแตก เย้ยเกิดนานกว่าไม่ใช่จะเก่งกว่า จี้เปิดกว้างรับฟัง อย่าจัดงานแค่พิธีกรรม ค้านหัวชนฝาเซ็ตซีโร่ ด้าน “วิษณุ” เผยไต๋หนุนแนวคิด กรธ.ใช้ผู้ตรวจการแทน กกต.จังหวัด ส่วนเรื่องแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำยังเป็นวิวาทะทางการเมือง ปชป.ยังตั้งป้อมถล่ม “ยิ่งลักษณ์” ปมทุบราคาข้าว ขณะที่ พท.ย้อนศร “มาร์ค” ปั่นราคา

แนวคิดเรื่องเซ็ตซีโร่การเมือง ล้างระบบพรรคการเมือง ตลอดจนองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากมีเสียงสนับสนุนไม่น้อย ผลโพลยังชี้ว่าประชาชนเห็นด้วยกับเรื่องนี้ กระนั้นนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ออกมาระบุแล้วว่ายังไม่มีแนวคิดจะเซ็ตซีโร่

“ประวิตร” ยันรัฐบาลไม่คิดเซ็ตซีโร่

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. เวลา 06.30 น. ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปยังกรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ระหว่าง 16-17 พ.ย. เพื่อร่วมประชุม รมว.กลาโหมอาเซียน อย่างไม่เป็นทางการ (ADMM Retreat) ถึงกระแสข่าวรีเซ็ตพรรคการเมืองว่า ในส่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และรัฐบาลยังไม่ได้คิด เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากทุกอย่างต้องเริ่มต้นใหม่จะทำให้ประเทศวุ่นวายหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบย้ำว่า ยืนยันว่ายังไม่ได้คิดและเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ก็ตอบไปแล้ว

โวยข่าวเลอะเทอะเปลี่ยน ผบ.ตร.

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวเปลี่ยนตัว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยืนยันว่าไม่มี ตนดูแลอยู่จะมีการปรับเปลี่ยนอะไร สังคมออนไลน์ชอบบิดเบือน ทำให้วุ่นวายไปหมด คนที่เป็นผู้บังคับบัญชายังไม่ได้คิดอะไรเลย ถามว่า ผบ.ตร.ทำผิดอะไร กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) กำลังตรวจสอบข่าวเรื่องนี้อยู่ การเขียนข่าวที่ไม่ถูกต้องก็ต้องรับผิดชอบ เรื่องแบบนี้ไปเขียนกันแล้วส่งต่อๆกันไม่ได้ เพราะจะทำให้เกิดเสียหาย

“ยืนยันว่าไม่มี ที่ผ่านมา ผบ.ตร.ทำงานตลอด และทำงานได้ดีด้วยแล้วจะไปเปลี่ยนเขาเรื่องอะไร ผมยังไม่รู้เลย ผบ.ตร.ทำงานทุกเรื่อง ปฏิรูปด้านต่างๆ ผบ.ตร.ก็ทำ ผมไม่เข้าใจว่าสื่อมวลชนไปเอาข่าวมาจากไหน ข่าวออกมาได้อย่างไร อยากจะลือใครก็ลือ อยากจะเขียนใครก็เขียนและไม่ต้องรับผิดชอบ ปล่อยไปในสังคมออนไลน์และก็ฟังกันไปเพราะสิ่งเหล่านี้ ทำให้เกิดประเด็นแล้วโยงกันไปมา” พล.อ.ประวิตรกล่าว

ถกอาเซียนร่วมมือด้านมั่นคง

พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมประชุม รมว.กลาโหมอาเซียน อย่างไม่เป็นทางการ ที่กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ว่า เป็นการประชุมอาเซียนบวกหนึ่งกับประเทศญี่ปุ่น ส่วนใหญ่หารือเรื่องความมั่นคง การก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ และความร่วมมือระหว่าง 10 ประเทศ

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมดังกล่าว เป็นกลไกหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนประชาคมความมั่นคงอาเซียน ผ่านกระทรวงกลาโหมของทุกประเทศ ที่ได้ดำเนินการมาครบรอบ 10 ปีในปีนี้ ที่ประชุมจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาค รวมทั้งร่วมทบทวนและประเมินความก้าวหน้าของความร่วมมือกันตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา

“บิ๊กตู่” ได้ฤกษ์ตรวจเยี่ยม ก.เกษตรฯ

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) ครั้งที่ 3/2559 โดยก่อนประชุมได้เรียกนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯและนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เข้าหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้าประมาณ 1 ชั่วโมง ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปตรวจเยี่ยมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อติดตามความคืบหน้าการทำงานตามข้อสั่งการต่างๆ การบริหารจัดการงบประมาณ และมอบนโยบายตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยมี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมผู้บริหารกระทรวงให้การต้อนรับ สำหรับการตรวจเยี่ยมกระทรวงเกษตรฯในวันนี้ ได้เลื่อนจากกำหนดเดิมมาแล้วถึง 2 ครั้ง เนื่องจากมีภารกิจเร่งด่วน ทั้งนี้ การตรวจเยี่ยมกระทรวงเกษตรฯถือเป็นกระทรวงที่ 4 แล้ว

พอใจผลงานเป็นไปตามแผนการ

ต่อมาเวลา 13.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า การตรวจเยี่ยมตนใช้วิธีแบบทหาร จะไปเยี่ยมใครไม่ต้องเตือนกันมากนัก ทุกกระทรวงไม่ต้องกังวลเตรียมต้อนรับให้วุ่นวาย และจากผลงานกระทรวงตนพอใจเป็นไปตามแผนงานรัฐบาล และตนมาเพื่ออธิบายหลักการบริหารราชการแผ่นดินในระยะต่อไป ที่ทุกกระทรวงต้องทำงานเชื่อมโยงนโยบายรัฐบาลวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นำพาไปสู่การเกษตร 4.0 สนับสนุนเกษตรกรให้มีความรู้สมาร์ทฟาร์มเมอร์ จัดทำแผนแม่บท ตั้งเป้าหมายทุก 5 ปี บนความร่วมมือระหว่างรัฐและประชาชน คิดใหม่ทำใหม่ อะไรทำได้วันนี้ทำเลย และการใช้งบประมาณต้องชี้แจงได้ กระทรวงเกษตรฯตนเชื่อมั่นรัฐมนตรีและทุกคนทำงานเต็มที่ ทุกคนพอใจ แต่อาจไม่ทันใจบ้าง เพราะเราไม่ได้แก้ปัญหาเหมือนในอดีตที่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ จนส่งผลปัญหากลับมาเหมือนเดิมทุกปี การจะทำอะไรเราไม่ใช้อำนาจหรือกฎหมาย แต่ใช้ความสมัครใจ เช่นการเปลี่ยนแปลงปลูกพืชเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อดูแลกันง่ายขึ้น

ป้องเพื่อนรักถ้าไม่ดีขอรับผิดแทน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องขอบคุณกระทรวงเกษตรฯที่จัดขายสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวที่ขายให้กับประชาชนทั่วไป และขอบคุณผู้ซื้อทั้งประเทศด้วย วันนี้ไม่ได้หวังขายข้าวได้หมด เพราะข้าวมีถึง 16-17 ล้านตัน ส่วนหนึ่งมุ่งหวังขายพ่อค้าคนกลางคือโรงสี เพื่อนำไปสู่การค้าข้าวตามปกติ ดูแลทำให้ข้าวมีราคาสูงขึ้น อีกส่วนตลาดค้าปลีก เปิดผ่านช่องทางสหกรณ์ รัฐวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มเกษตร ทำเกษตรกรเข้มแข็ง ทำให้มีรายได้ประจำวัน ควบคู่ลดพื้นที่การปลูกข้าว ป้องกันล้นตลาด ปลูกพืชไร่นาผสมที่ไม่ได้ให้เลิกปลูกข้าวเลย แต่เป็นการปลูกข้าวไว้กิน ไว้ทำพันธุ์และไว้ขาย ตามหลักพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว บนความพอเพียง โดยไม่มีใครอยากให้เกิดความขัดแย้ง ไม่อยากให้เกษตรกรมีรายได้น้อยลงหรือยุติอาชีพตนเอง เมื่อถามว่า มองว่ากระทรวงเกษตรฯวางยุทธศาสตร์มาถูกหรือยัง นายกฯตอบว่า ถูกแล้ว เมื่อถามต่อว่า แฮปปี้มากน้อยแค่ไหน นายกฯ กล่าวทันทีว่า “แฮปปี้ๆ แฮปปี้ทุกกระทรวง ถ้าไม่ดีผมก็ต้องรับผิดชอบ ใช่มั้ยเล่า อย่าไปว่าท่านรัฐมนตรี ว่าผมนี่”

มอบ “บิ๊กจิน” บินประชุมผู้นำเอเปก

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกำหนดการเดินทางไปต่างประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เพื่อประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 24 ระหว่างวันที่ 19-20 พ.ย. ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู ว่านายกฯได้มอบหมายให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯเดินทางไปประชุมแทน เนื่องจากยังอยู่ในช่วงแสดงความอาลัยพระบรม ศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

“มีชัย” ยันเปล่ากลั่นแกล้ง กกต.

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จัดงานสัมมนา “การรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.” ผู้ร่วมสัมมนาส่วนใหญ่เป็น สมาชิก สปท. สนช. และข้าราชการ ขณะที่ตัวแทนพรรคการเมืองมีพรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่มีตัวแทนพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทยเข้าร่วม โดยนายมีชัยกล่าวเปิดการสัมมนาว่า ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. เราวางกลไก วางอำนาจให้มีดาบเพียงพอรบราฆ่าฟัน กำกับดูแลการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรมได้ เขียนคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามไว้อย่างละเอียด ครบถ้วน สมบูรณ์ ลอกมาจากรัฐธรรมนูญหลักที่ผ่านประชามติทั้งหมด ไม่ได้แก้ไขแตะต้องใดๆ ที่มีคนเข้าใจผิดคิดว่า กรธ.ตั้งใจออกคุณสมบัติกลั่นแกล้งนั้นไม่ใช่ เรากำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระมาชี้ขาด ไม่ใช่ กรธ.มีอำนาจชี้ขาด เราไม่ได้คิดฟุ้งเฟ้อ เพ้อเจ้อตามอารมณ์ สิ่งใหม่ๆที่เกิดขึ้น บางท่านตามไม่ทันอาจจะรับไม่ได้ คิดว่ากลั่นแกล้งเฉพาะตัว หลักเกณฑ์สำคัญที่กำหนดสำหรับ กกต. พอถึงคราวองค์กรอื่นจะทำแบบเดียวกัน ไม่ใช่จ้องเล่นงาน กกต.คนเดียว ทุกองค์กรอิสระรวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญจะใช้อย่างเดียวกัน

เขียน ก.ม.ป้องคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ

นายมีชัยกล่าวว่า สิ่งใหม่ๆในร่างกฎหมาย กกต. จะมีของใหม่เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับโลก กฎหมายทุกฉบับที่เริ่มลงมือทำจากนี้ก็ต้องเปลี่ยน จะไม่ให้ใครมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จนทำให้เกิดความเสียหายเดือดร้อนกับประชาชนได้ รัฐบาลเองกำลังวางกรอบให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดเอาไว้ในมาตรา 77 เรื่องลักษณะการออกกฎหมาย ต้องไม่มีกฎหมายฟุ่มเฟือย ไม่จำกัดสิทธิ ไม่ใช้ระบบการอนุญาตเสียจนคนทำมาหากินไม่ได้ ต้องไม่ใช้ระบบคณะกรรมการ อะไรๆก็ประชุมคณะกรรมการจนไม่มีใครตัดสินใจ ในที่สุดพอตัดสินใจแล้วกลับหาคนรับผิดชอบไม่ได้ ในเวลาที่ กรธ.ดูกฎหมาย 10 ฉบับจะอยู่ภายใต้อาณัติเช่นนี้

แย้มเอาแน่โละ กกต.จังหวัด

นายมีชัยกล่าวว่า จากการรับฟังความเห็นเรื่อง กกต.จังหวัด เราพบปัญหาเรื่องการทำงานที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร จริงหรือที่ กกต.จังหวัดต้องอยู่ประจำทั้งปี ในเมื่อการเลือกตั้งมี 4 ปีครั้ง แล้วถามว่า เคยจับคนทุจริตเลือกตั้งได้หรือไม่ พบว่ายังไม่ค่อยมากเท่าที่ควร ถ้าการทำงานที่ผ่านมาได้ผลจริง จะเกิดเสียงร่ำลือเรื่องการซื้อเสียงทั่วทุกหัวระแหงหรือ เราจึงหาวิธีเปลี่ยนการทำงาน ซึ่งการเขียนแบบนี้ไม่ได้เกิดจากความฟุ้งซ่าน แต่ศึกษา รับฟัง คิดไตร่ตรองอย่างดี ถามเจ้าหน้าที่ กกต.เองแล้วด้วยว่าทำได้ไหม เราอาจเพิ่มอาวุธ หรือช่องทางการจับทุจริตเลือกตั้งให้ กกต. อาจจะไปไกลถึงขั้นให้มีงบประมาณสำหรับคนชี้เบาะแสเพื่อให้เกิดความมีประสิทธิภาพ ประชาชนที่ชี้เบาะแสถ้าเรามีค่าตอบแทนให้เขาก็น่าจะช่วยได้ เพราะมีความเสี่ยง แต่แน่นอนว่า มันมีความอันตรายอยู่ในตัว ถ้ากลั่นแกล้งกัน เพราะฉะนั้นในบทลงโทษเราจึงเขียนแปลงเลย ใครกลั่นแกล้ง ทั้งพรรค ทั้งสมาชิก และผู้บริหาร จะมีโทษสูงมาก ถ้าจับได้ไล่ทันจะถูกลงโทษรุนแรง

โวอเมริกาอาจต้องลอก รธน.ไทย

นายมีชัยกล่าวว่า องค์กรทั้ง 5-6 องค์กร รวมทั้งศาลด้วยจะเป็นเสาที่ค้ำยันให้ระบบการปกครองและระบบการเมืองเดินไปข้างหน้าอย่างสมเหตุสมผล อาจจะเข้มงวด แต่ทั้งหมดเขียนจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ถ้าไม่เกิดเราไม่ไปรบกวน ตนระลึกในใจไว้ว่าวันหนึ่งข้างหน้า อเมริกาอาจจะต้องมาเลียนแบบรัฐธรรมนูญไทย เพราะถ้ารัฐธรรมนูญอเมริกายอมให้โหวตโน แล้วมีเสียงข้างมาก แล้วคนตระหนักก่อนหน้านี้ การเลือกตั้งที่ผ่านมาเสียงโนอาจจะดังมากกว่าก็เป็นได้ ดังนั้นอะไรของเราที่แปลกใหม่แปลว่าเรามีประสบการณ์ ที่อื่นเขาไม่มีประสบการณ์ เขานึกไม่ถึง ไม่อาจจะเขียนได้ เขียนไปคนคงหัวเราะ แต่ของเราพบมาทุกรูปแบบ เราจะเขียนเข้มข้นลักษณะนี้เอามาเขียนไว้ในกฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับ

“สมชัย” วอน กรธ.เปิดใจกว้างรับฟัง

จากนั้นนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง กล่าวถึงหลักการของร่างกฎหมาย กกต. ที่นำเสนอว่า ต้องการทำให้ กกต.มีบทบาทสำคัญ 3 ข้อ คือ 1.ทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด เพราะถ้าใช้สิทธิกันมาก การทุจริตก็จะน้อย 2.ทำให้การใช้สิทธิอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ และ 3.ทำให้มีกลไกป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง อยากขอเรียกร้องทุกพรรคการเมืองที่มาร่วมกันแสดงความเห็นอย่างเต็มที่ ส่วน กรธ.ก็ควรรับฟังอย่างจริงใจ ไม่ใช่ใช้งบประมาณจัดงานเป็นพิธีกรรม แล้วก็ไม่นำเอาข้อเสนอไปใช้

โต้เดือดเกิดนานกว่าไม่ใช่เก่งกว่า

“แต่ร่างที่ กกต.เสนอมาเป็นคนละเรื่องกับที่ กรธ.เขียน ผมอาจทำให้ต้องวงแตกกันนิดหนึ่ง เช่น เราเสนอมาให้มี กกต.จังหวัดเหมือนเดิม แต่กรธ.เขียนกลับไม่มี แล้วมีผู้ตรวจการเลือกตั้งขึ้นมาแทน ผมว่ามันเป็นกลไกที่ใช้ไม่ได้ กรธ.ควรเขียน กฎหมายแล้วเปิดให้เราได้วิจารณ์กัน แล้วผมจะวิจารณ์เอง ผมทำเพื่อบ้านเมือง ไม่ได้ทำเพื่อรักษาหน้าใคร กกต.เสนออะไรไม่เหมาะสมวิจารณ์ได้ อยากให้สังคมไทยใช้ความจริงมาคุยต่อหน้ากัน ไม่ใช่ เกิดมานานกว่า ร่างกฎหมายมาหลายฉบับกว่าแล้วหมายความว่าต้องเก่งกว่า” นายสมชัยกล่าว

โฆษก กรธ.โต้ไม่ได้คิดฟุ้งซ่าน

นายนรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ. กล่าวถึงกรณี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง ระบุว่า กรธ.ฟุ้งซ่านที่กำหนดให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้ง ทำหน้าที่แทน กกต.จังหวัดว่า กรธ.ไม่ได้ฟุ้งซ่าน เรารับฟังมาจากฝ่ายต่างๆมาตลอด กรธ.ไม่ได้คิดขึ้นเพียงเพื่อสนุกๆ แต่เราพยายามแก้ปัญหา อย่างเรื่อง กกต.จังหวัดเราได้ยินเรื่องความไม่เป็นกลาง อยู่ภายใต้อิทธิพลของนักการเมืองและผู้ที่มีอิทธิพลในจังหวัด มีเสียงวิจารณ์ว่า กกต.จังหวัดรับเงินเดือนประจำ มีสำนักงานถาวร มีค่าใช้จ่ายมากมาย แต่ปฏิบัติหน้าที่เพียง 4 ปีต่อครั้งในช่วงมีเลือกตั้ง หรืออาจบ่อยกว่าถ้ามีเลือกตั้งท้องถิ่น ในแง่งบประมาณน่าจะเป็นผลพลอยได้ ถ้าประหยัดเงินของรัฐและภาษีประชาชนได้น่าจะลองทำ ยืนยันว่า กรธ.คิดจะทำอะไรจะมีความเสมอภาค ทุกองค์กรอิสระใช้มาตรฐานเดียวกัน แต่ถ้าจะเซ็ตซีโร่ทั้งหมด ประธานกรธ.บอกแล้วว่าไม่ทำ ทุกองค์กรอิสระต้องดูคุณสมบัติและข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญใหม่ เราไม่ได้เลือกปฏิบัติกับองค์กรใด เป็นทางสายกลางแล้ว ใครคุณสมบัติครบก็อยู่ต่อ ใครไม่ครบก็ต้องพ้นไป

“วิษณุ” หนุน กรธ.ใช้ผู้ตรวจการ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอ กรธ. ที่จะให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งทำหน้าที่แทน กกต.จังหวัด ว่าความจริงแล้ว กรธ.ไม่อยากให้ กกต.จังหวัดเป็นหน่วยงานถาวร เมื่อใดเลือกตั้งค่อยตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งเข้ามา หลักการนี้เคยมีมาแล้วในร่างรัฐ-ธรรมนูญสมัยของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่ระบุไม่ให้มี กกต.จังหวัด โดยจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งแต่ละครั้ง เพื่อไม่ให้ยึดครองอยู่ในตำแหน่งและมีอำนาจ แต่ที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ออกมาแย้งก็มีเหตุผลที่ว่า วิธีของ กรธ.ต้องหาคนเข้ามาหลายพันคนและจะเปลี่ยนบ่อยๆ ซึ่งความจริงเปลี่ยนบ่อยๆ มันก็เปลี่ยนได้ ถ้าเปลี่ยนแล้วอาจจะเลือกใช้คนเดิมก็ได้ มันไม่แปลก แต่มันไม่ได้ผูกมัดว่าจะต้องเป็นคนเดิม แต่ถ้าตั้งแบบอยู่ประจำ 4 ปีมันต้องอยู่กันไปแบบนี้ เอาเขาออกไม่ได้ ข้อเสนอนี้อาจจะมีทั้งข้อดี และข้อเสีย ก็ชั่งน้ำหนักกันไป ตนไม่รู้รายละเอียด ก็ช่วยกันคิดสำหรับที่จะหาทางให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด

“ศุภชัย” ไม่ขัดขืนพร้อมทำตาม กรธ.

ก่อนหน้านั้นเมื่อเวลา 09.50 น. ที่โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเท็ล แอนด์ ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงคุณสมบัติของ กกต.ตามรัฐธรรมนูญใหม่ ว่า คงเป็นไปตามที่ กรธ.เห็นว่าสิ่งไหนเหมาะหรือไม่เหมาะสม เราพร้อมที่ปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ คุณสมบัติที่เข้มงวดมากขึ้นของ กกต. ที่จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในอนาคต ถือว่าเป็นข้อดี จะไม่ไปก้าวก่ายดุลพินิจกรธ.ว่าจะทำอย่างไร ส่วนที่มีบางคนแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ อาจจะเป็นความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ใช่ความคิดเห็นของที่ประชุม กกต. อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อ กกต.ในชุดปัจจุบันหรือไม่ต้องดูว่าคณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยอย่างไร

“สมชัย” แข็งกร้าวค้านหัวชนฝา

ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง กล่าวว่า ไม่เห็นด้วย กรณี กรธ.จะใช้เกณฑ์คุณสมบัติกรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญใหม่ในการเปลี่ยนแปลงกรรมการองค์กรอิสระชุดปัจจุบัน ไม่ใช่เพราะตัวเองจะได้รับผลกระทบ มั่นใจว่ามีคุณสมบัติตรงตามรัฐธรรมนูญใหม่กำหนด แต่ที่พูดเพราะเห็นว่าเกณฑ์ดังกล่าวไม่เป็นธรรม และจะมีกรรมการองค์กรอิสระอื่นได้รับผลกระทบจำนวนมาก ปกติเมื่อร่างกฎหมายใหม่ ก็จะเขียนในบท เฉพาะกาลว่าให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งเดิมอยู่ต่อไปจนครบวาระ แต่ในครั้งนี้กลับจะเขียนว่าให้เป็นไปตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ถือว่าไม่เป็นธรรมพอสมควร ยืนยันว่าถ้าจะทำต้องทำพร้อมๆกันทุกองค์กร เวลานี้เรากำลังจะเปิดศักราชทางการเมืองใหม่ การทำงานหลายอย่างต้องการทำงานต่อเนื่อง ต้องการคนเก่าที่รู้ปัญหา ไม่เชื่อว่าการเอาคนมาใหม่ทั้งหมดจะตอบโจทย์ได้มากกว่า จากนี้ตนจะทำงานอย่างเต็มที่ไม่มีลดราวาศอก ถ้าเขาให้อยู่ทำก็ทำ ไม่ให้อยู่ทำก็ไม่ทำ ไม่เป็นปัญหา ไม่ซีเรียส

แจ้งความ จนท.ยักยอกเบี้ยประชุม

นายสมชัยกล่าวด้วยว่า การประชุม กกต.เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่ประชุมมีมติให้สำนักงานฯแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ด้านสืบสวนสอบสวน หลังพบว่าทุจริตเบิกเบี้ยประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องคัดค้านจำนวน 2 ล้านบาท กรณีดังกล่าวตนพบเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้สอบถามข้อเท็จจริงจากอนุกรรมการ แล้วพบว่ามีความผิดปกติ จึงให้ดำเนินการ เบื้องต้นสำนักงานกำลังพิจารณาสั่งพักงานเจ้าหน้าที่รายดังกล่าว

ด้านนายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยกล่าวว่า กรณีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังไม่ชัดเจนว่าการทุจริตดังกล่าวเป็นการปลอมทั้งขบวนการตั้งแต่ต้นจนจบหรือไม่ ถ้าหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่กระทำความผิดจริงก็จะต้องให้พักราชการ

พท.แนะคิดให้ดีรื้อโครงสร้างเดิม

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแนวคิดให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งทำหน้าที่แทน กกต.จังหวัดว่า วันนี้เรามี กกต.จังหวัดดูแลการเลือกตั้งในพื้นที่อยู่แล้ว อีกทั้งยังมีกรรมการประจำเขตเลือกตั้งค่อยทำหน้าที่อยู่อีกด้วย ถ้าเอาคนนอกพื้นที่มาทำแทน จะไม่มีความชำนาญ ติดต่อประสานงานกับข้าราชการในพื้นที่อาจไม่สะดวก หากกลัวว่าพื้นที่ไหนจะมีปัญหาการเลือกตั้งขึ้นมา กกต.ตามร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ ที่มีถึง 7 คน สามารถกระจายกำลังไปขันนอตกำชับให้การทำงานมีประสิทธิภาพสุจริตเที่ยงธรรมได้ เพราะในร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ได้ให้อำนาจ กกต.ไว้มากอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้ง เพราะทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณ อีกทั้งจะให้ทำหน้าที่แทน กกต.จังหวัด ถือเป็นการรื้อโครงสร้างเดิม ไม่ใช่เรื่องเล็ก ต้องคิดให้รอบคอบ

ยังตั้งป้อมถล่ม “ยิ่งลักษณ์” ทุบราคา

นายนราพัฒน์ แก้วทอง อดีต ส.ส.พิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในฐานะผู้ประสานงานในการติดต่อซื้อข้าวโดยตรงจากกลุ่มชาวนา จ.พิจิตร ขอชี้แจงกรณีการเปรียบเทียบราคาขายข้าวสารหอมมะลิ ชนิดบรรจุถุงละ 5 กิโลกรัมในราคากิโลกรัมละ 25 บาท กับกรณีการขายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ แม้จะเป็นข้าวสายพันธุ์มะลิ 105 เหมือนกันแต่พื้นที่เพาะปลูกต่างกัน จึงทำให้กลิ่นหอมของข้าวต่างกัน โดยข้าวหอมมะลิของ จ.พิจิตรมีความหอมน้อยกว่าจึงได้ชื่อว่าเป็นข้าวหอมจังหวัด ราคาขายจะถูกกว่าข้าวหอมมะลิ 105 ที่ปลูกจากทางพื้นที่ภาคอีสาน โดยราคาที่โรงสีวิสาหกิจชุมชนบ้านเนินปอ อ.สามง่าม จ.พิจิตร เสนอมาเป็นราคาทั่วไปที่ 25-30 ส่วนข้าวหอมมะลิที่ปลูกในภาคอีสานจะแพงกว่าอยู่ที่ 35-40 ดังนั้นการจัดซื้อข้าวจาก จ.พิจิตรที่ตนประสานงานจึงเป็นการซื้อราคาปกติ แต่กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์น่าจะซื้อข้าวหอมมะลิจากภาคอีสานที่ต่ำกว่าราคาทั่วไปของตลาด อาจซื้อมาถูกจริง หรืออาจซื้อแพงแต่มาขายถูกเพื่อสร้างภาพหรือไม่นั้น ต้องไปดูต้นทางว่าเอาข้าวมาจากที่ไหน อย่างไร

“ปึ้ง” ย้อนแย้ง “มาร์ค” ทุบราคาข้าว

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีการกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทุบราคาข้าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ซื้อข้าวจากชาวนามาในราคา กก.ละ 20 บาท ขณะที่ชาวนาได้รับเงินตามจริง โดยที่ชาวนาไม่ต้องเสียค่าขนส่ง ค่าแรง ไปจนถึงค่าบรรจุหีบห่อ ทำให้ต้นทุนถูก ดังนั้นการกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าเป็นผู้ทุบราคาข้าวจึงเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยซื้อข้าวจากชาวนาในราคา กก.ละ 25 บาท หากตนเป็นคนนิสัยไม่ดี อาจมองว่านายอภิสิทธิ์กำลังปั่นราคาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ดีใจที่ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือรับซื้อข้าวจากชาวนา อย่างเช่น บ.แกรมมี่ฯที่รับซื้อข้าวจากชาวนาในราคา กก.ละ 20 บาทเช่นเดียวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือแม้แต่ทางกองทัพอากาศที่ช่วยขายข้าวได้มากถึง 300 ตัน

แขวะไม่ช่วยขายข้าวก็ไปไถนา

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ในขณะที่นายกฯ เน้นย้ำความจริงใจกับชาวนา แต่อีกด้านรัฐบาลกลับแสดงท่าทีเหมือนว่าให้ความสำคัญกับการไล่บี้คดีจำนำข้าว มากกว่าการแก้ปัญหาราคาข้าวที่วิกฤติที่สุดในรอบหลายปี ไม่รู้ว่าจัดลำดับความสำคัญอย่างไรถึงแก้ปัญหาชาวนาอย่างกับย่องเบา แต่เอาผิดรัฐบาลเก่าอย่างกับทำสงครามปลายทางของจำนำยุ้งฉางคือผลขาดทุน ต่างกับจำนำข้าวตรงที่ชาวนาอาจตกเป็นหนี้รัฐด้วย ส่วนพวกชอบเหน็บแนมเสียดสีก็ควรปรับบทบาทได้แล้ว ช่วยขายข้าว เกี่ยวข้าวไม่ได้ ก็หาเวลาไปช่วยชาวนาไถนาบ้างก็ยังดี วิธีคิดตอดนิดตอดหน่อยแบบนี้อาจเหมาะกับการไถนาก็ได้

“วิษณุ” พร้อมสู้คดีในศาลปกครอง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เตรียมคัดค้านคำสั่งทางปกครองเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวต่อศาลปกครองว่า ไม่เป็นไร เราเพียงรับทราบ ไม่จำเป็นต้องตั้งทีมขึ้นมาสู้คดี เมื่อถึงเวลาเขาฟ้องมาเราก็สู้คดีไป โดยให้สำนักงานอัยการสูงสุดมาช่วยแก้คดี เรื่องรายละเอียดยังไม่ได้คิดอะไร ส่วนความคืบหน้าการดำเนินการเรียกค่าเสียหาย กับผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 80% ที่เหลือตนไม่ทราบ ไม่เคยสอบถามรายละเอียดเรื่องนี้ไป ไม่ได้เรียกมาดูว่ารายชื่อมีใครบ้าง

สพม.โชว์ผลงานคลอด ก.ม.7 ชั่วโคตร

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สภาพัฒนาการเมือง (สพม.) จัดงาน “9 ปี สภาพัฒนาการเมือง : รวมพลังพลเมืองสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง” มีผลงานที่สำคัญ อาทิ จังหวัดจัดการตัวเอง การจัดการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อน การให้การศึกษาทางการเมือง การจัดการความขัดแย้งและสภาพลเมือง รวมไปถึงการเสนอความเห็นในสถานการณ์ต่างๆ แนวทางการสร้างความปรองดอง ข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองและการเสนอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ ส่วนบุคคล และผลประโยชน์ส่วนรวม หรือกฎหมายเจ็ดชั่วโคตร นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง ปาฐกถา เรื่อง “สภาพัฒนาการเมืองกับการขับเคลื่อนประชาธิปไตย” ว่า สพม.จัดทำแผนพัฒนาการเมือง ฉบับที่สองเสร็จแล้ว เป็นแผนระยะห้าปีเตรียมที่จะส่งให้ ครม. สนช. สปท.ต่อไป เพื่อต่อยอดจากแผนพัฒนาการเมืองฉบับแรก ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนประชาธิปไตยในระดับรากฐาน

พท.บี้ ป.ป.ช.ทวงเงินเดือน “ภักดี”

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศและแกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย แถลงความคืบหน้าการทวงเงินเดือนและผลตอบแทนของนายภักดี โพธิศิริ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยนายสุรพงษ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เบิกความที่ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ฟ้องนางเบญจา หลุยเจริญ อดีต รมช.คลัง และพวก โดยนายพิศิษฐ์ได้นำหนังสือเบิกความลงวันที่ 29 เม.ย. 58 และพบข้อเท็จจริงว่านายภักดีไม่เคยได้รับเลือกให้เป็นกรรมการ ป.ป.ช. จากนั้นมีผู้หวังดีนำหนังสือที่ ป.ป.ช.ส่งไปสอบถามผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินกรณีนายภักดี เพื่อขอข้อมูลต่างๆ มาดำเนินการต่อไป และตนได้ไปขอหนังสือฉบับนี้จาก ป.ป.ช.แล้ว และขอทราบว่าหลังผู้ว่าการ สตง.ส่งเรื่องไปแล้ว ป.ป.ช.ดำเนินการอย่างไร เพราะผู้ว่าการ สตง.ชี้ชัดเจน

ด้านนายเรืองไกรกล่าวว่า พยานหลักฐานค่อนข้างมีความชัดเจน เมื่ออำนาจขององค์คณะที่พิจารณาไม่ชอบ จึงทำให้เสียทั้งหมด แล้วมาใช้กล่าวหาคดีอาญาหรือใช้กล่าวหาถอดถอนผู้อื่น จะชอบได้อย่างไร

“วัฒนา” สับนโยบายรัฐสูญเปล่า

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “หายนะ อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม” จากรายงานของธนาคารโลก คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกยังคงเผชิญกับความเสี่ยง หลายประเทศได้ใช้นโยบายหว่านเงิน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ก็เคยดำเนินนโยบายนี้ ส่วนรัฐบาลนี้ก็ใช้แนวทางดังกล่าวในหลายโครงการ รวมแล้วใช้ เม็ดเงินไปเกือบ 800,000 ล้านบาท แต่เป็นการใช้เงินที่สูญเปล่า เพราะไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ทั้งยังสูญเสียมากกว่าที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้ในการแทรกแซงตลาดข้าวจนถูกฟ้อง ในขณะที่เศรษฐกิจของโลกมีปัญหาแต่รัฐบาลกลับปล่อยให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โอกาสที่จะพยุงเศรษฐกิจด้วยการบริโภคภายในตามคำแนะนำของธนาคารโลกจึงหายไป เหมือนกับสติปัญญาของรัฐบาล หายนะของเศรษฐกิจไทยจึงไม่ไกลเกินเอื้อม ทางออกเดียวคือการเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนต้องออกไปเลือกคนมีสติปัญญาและไม่ขี้อิจฉาเข้ามาบริหารประเทศ

“บิ๊กต๊อก” พอใจพวกขัด 112 ซาลง

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัวผู้กระทำความผิดตามมาตรา 112 ในต่างประเทศว่า ได้หารือกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศแล้ว เห็นว่าการขอความร่วมมือให้ต่างประเทศบังคับทางกฎหมายอาจทำได้ยาก เพราะแต่ละประเทศมีกฎหมายต่างกัน จึงใช้วิธีการขอความร่วมมือ 2 แบบ คือ ขอตัวผู้กระทำผิดกลับมาและการควบคุมให้เขาหยุดเคลื่อนไหว เราดำเนินการเรื่องการขอตัวคนทำผิดกลับมาเป็น 10 ปีแล้วและจะทำต่อไป แต่สิ่งที่มีโอกาสเป็นไปได้ คือการทำให้เขาหยุดเคลื่อนไหว อย่างประเทศนิวซีแลนด์ก็ดำเนินการช่วยเหลือเราอยู่ เป็นเรื่องที่ดีขึ้น สถานทูตในประเทศต่างๆก็พยายามเร่งดำเนินการเป็นการภายในไม่ให้กระทบต่อความสัมพันธ์ เมื่อถามว่ามีประเทศใดบ้างที่รับปากว่าจะดูแลเรื่องการควบคุมไม่ให้มีการเคลื่อนไหว พล.อ.ไพบูลย์ตอบว่า เกือบทุกประเทศ การเคลื่อนไหวนิ่งลงไปเยอะ จะเห็นได้จากสื่อโซเชียลมีเดียที่เขาใช้เป็นช่องทางเคลื่อนไหว ทำให้เราพอใจในภาพรวม

อาร์เจนตินาหวังไทย ลต.สำเร็จปี 60

ที่ทำเนียบรัฐบาล นางมารีอา อาลีเซีย กุซโซนีเด โซนเซน เอกอัครราชทูตอาร์เจนตินาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง โดยเอกอัครราชทูตอาร์เจนตินา กล่าวในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวอาร์เจนตินา แสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมยกย่องเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของชาวไทย ทรงครองราชย์ด้วยธรรมะและมีพระราชจริยวัตรอันงดงาม ขณะที่นายกฯได้ชี้แจงถึงสถานการณ์ในประเทศไทยที่กำลังเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน ซึ่งเอกอัครราชทูตอาร์เจนตินาแสดงความยินดีกับการดำเนินการตามโรดแม็ปของรัฐบาลไทย และหวังไทยประสบความสำเร็จในการจัดการเลือกตั้งในปี 60

“บิ๊กตู่” ใช้ ม.44 เด้งหลาน “ทักษิณ”

ช่วงค่ำวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา แพร่คำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ที่ 68/2559 เรื่อง มาตรการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นของรัฐ และการกําหนดกรอบอัตรากําลังชั่วคราว อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 หัวหน้า คสช.มีคําสั่งให้มีกรอบอัตรากําลังชั่วคราว “เจ้าหน้าที่ของรัฐประจำสำนักนายกรัฐมนตรี” เป็นกรณีพิเศษ จํานวน 50 อัตรา เพื่อรองรับการบรรจุและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐในรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งเป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมาย ที่มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิดหรือในบางกรณี อาจยังไม่ปรากฏความผิด แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบความรับผิด โดยให้ผู้มีตําแหน่งหน้าที่ในสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จำนวน 3 ราย คือ น.ส.ปณิตา ชินวัตร นายชาวันย์ สวัสดิ์ชูโต และ น.ส.อิสรา ภูมาศ ไปเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐประจําสํานักนายกรัฐมนตรีตามคําสั่งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ น.ส.ปณิตา เป็นบุตรสาวของนางเยาวลักษณ์ ชินวัตร พี่สาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ

“บิ๊กป้อม” ยันรัฐบาลและ คสช.ไม่มีแนวคิดเซ็ตซีโร่ ฉุนข่าวเลอะเทอะเปลี่ยนตัว ผบ.ตร. นายกฯตรวจเยี่ยมกระทรวงเกษตรฯปลื้มผลงาน “บิ๊กฉัตร” เพื่อนรัก ถ้ามีอะไรไม่ดีงามพร้อมแอ่นอกรับผิดแทน กรธ.จัดสัมมนาฟังความเห็น 17 พ.ย. 2559 00:56 17 พ.ย. 2559 05:22 ไทยรัฐ