วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทั่วโลกลุ้นทีมเศรษฐกิจ “ทรัมป์”

ทั่วโลกลุ้นทีมเศรษฐกิจ “ทรัมป์”

  • Share:
“สมคิด” การันตี “อาเซป” โอสถทิพย์ทดแทนทีพีพี

“สมคิด” ลุ้นทีมเศรษฐกิจของ “ทรัมป์” ว่าจะใช้นโยบายแบบใด ย้ำถึงอย่างไรทรัมป์ ก็ต้องพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อ สหรัฐฯและทั่วโลก แจงไทยพร้อมเข้าร่วมทีพีพี หากยังดำเนินการต่อ แต่หากยกเลิก อาเซปจะเป็นทางเลือกใหม่ในเวทีการค้าโลก ที่จะเชื่อมโยงการค้าในภูมิภาคขนาดใหญ่ และเกิดผลดีต่อประเทศไทย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประเทศไทยจะต้องศึกษาว่าใครที่จะมาเป็นทีมงานบริหารนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ภายหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพราะแนวการพัฒนาเศรษฐกิจของทรัมป์ เป็นการบริหารจัดการการขับเคลื่อนแบบใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม ซึ่งต้องศึกษาว่าทีมของเขาจะเป็นใคร มีแนวคิดอย่างไร ในส่วนของประเทศไทย คงไม่ต้องพูดว่านโยบายของเขาถูกหรือผิด แต่ต้องดูว่าทิศทางนโยบายของเขาเป็นอย่างไร สหรัฐฯเป็นผู้นำโลก สิ่งที่จะทำก็ต้องดูแนวโน้มผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศและเกิดขึ้นกับโลกด้วย

“เรื่องของเศรษฐกิจที่ต้องจับตา คือ การลดภาษีเงินได้นิติบุคคล จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯเติบโต ภาคเอกชนจะหนุน เพราะทรัมป์จะทุ่มงบ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐฯกระเตื้อง และเป็นการเติบโตในอนาคต หลังจากไม่ได้ทำมานาน จะเห็นได้ว่าภายหลังเลือกตั้งหุ้นขึ้น เงินดอลลาร์แข็ง โดยความเชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯจะเติบโตได้”

ทั้งนี้ 10 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจประเทศหลักๆ กระตุ้นไม่ขึ้น เช่นเดียวกับยุโรป ญี่ปุ่น เพราะประเทศเหล่านี้ไม่ใช้นโยบายการคลัง จากความเป็นห่วงเรื่องหนี้สาธารณะ และใช้นโยบายลดดอกเบี้ยเพื่อหวังว่ากดดอกเบี้ยต่ำแล้วเอกชนจะไปลงทุน แต่กลับไม่ได้ผล แล้วก็ใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ด้วยการ อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ แต่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ก็ไม่โต เมื่อนายทรัมป์พูดว่าจะปรับเปลี่ยนตรงนี้ เศรษฐกิจก็อาจกระเตื้องขึ้น

“นักเศรษฐศาสตร์ที่มีแนวความคิดเก่า จะกลัวเรื่องของเงินเฟ้อ กลัวการก่อหนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้น คำถามตามมาคือดอกเบี้ยจะขึ้นหรือไม่ ซึ่งหากกลัวเรื่องเงินเฟ้อ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ก็ต้องปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นมา เพื่อรองรับเงินเฟ้อ และแนวโน้มจะเกิดขึ้นก่อน ซึ่งนโยบายแบบนี้ ดีต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ แต่จะเสียวินัยการคลังหรือไม่ อยู่ที่ภาคประชาชน และกลไกในสหรัฐฯต้องตรวจสอบด้วยว่าเขาจะสูญเสียดุลยภาพหรือไม่ แต่ถามว่าประโยชน์ที่เศรษฐกิจจะเติบโตมีแน่ แต่จะกระทบหรือไม่กับวินัยการคลังอยู่ที่ฝีมือการบริหารงาน”

นายสมคิดกล่าวว่า การตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ที่สหรัฐฯหันความสนใจมาทางเอเชีย และใช้นโยบายนี้ในการตอบโต้ กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียน 10 ประเทศกับคู่ภาคี ในปัจจุบันมี 6 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ (อาเซป) ซึ่งก่อนหน้านี้ประเทศไหนไม่เข้าทีพีพี จะไม่สามารถส่งสินค้าไปยังสหรัฐฯได้ ไทยก็อยู่ในฐานะที่ต้องตัดสินใจ เพราะไม่เข้าก็ไม่ได้ เวลาตนเดินทางไปญี่ปุ่น ก็ถูกถามตลอดเรื่องของการจะเข้าเป็นสมาชิกทีพีพีหรือไม่ ดังนั้น นโยบายของเราคือต้องเตรียมความพร้อมที่จะเข้าเป็นสมาชิกทีพีพี ถ้ามีความจำเป็น

“ถ้าสหรัฐฯยังสนับสนุนทีพีพี ไทยก็ต้องเข้าร่วม แต่ถ้าไม่สานต่อทีพีพี ไทยก็ต้องดูช่องทางอื่นๆที่เป็นประโยชน์ที่สุด แต่สหรัฐฯจะเลิกทีพีพีจริงหรือไม่ ไทยก็ต้องจับตาดู ถ้าเขาไม่เลิก เราก็ต้องเตรียมความพร้อมต่อไป ที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิก แต่ถ้าเขาไม่เดินหน้าต่อ ก็ยังเชื่อว่านโยบายของทรัมป์ ยังให้ความสำคัญกับเอเชีย ที่จะทำให้เอเชียเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญแข็งแรง”

นายสมคิดกล่าวว่า หากนโยบายทรัมป์ไม่เอาทีพีพีจริง ทวีปเอเชียต้องเชื่อมต่อกันเอง สร้างการค้าระหว่างกัน พึ่งพากันมากขึ้น อาเซปจะกลายเป็นทางเลือกเดียวที่เป็นเวทีเชื่อมโยงการค้าในภูมิภาคขนาดใหญ่ อาเซปจะเกิดประโยชน์กับไทย เพราะข้อกำหนดที่มีการบังคับต่างๆน้อยกว่าทีพีพี หากสหรัฐฯยกเลิกทีพีพี เอเชียก็จะเกิดการค้ากันเอง ในส่วนของไทย ก็ต้องเน้นในอาเซียนและกลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) เพื่อเพิ่มการค้าขายในประเทศใกล้เคียง และหากไม่มีการขัดแย้งกัน ก็จะเป็นหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจโลก

นายสมคิดกล่าวว่า ในขณะที่สหรัฐฯกีดกันการค้ากับจีน เนื่องจากต้องการสร้างงานในประเทศ ไม่ให้บริษัทขนาดใหญ่ที่จะสร้างงานจำนวนมากในประเทศไปลงทุนที่อื่นมากนัก แต่ให้เบนเข็มไปลงทุนในสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมการลงทุนเศรษฐกิจของบริษัทต่างๆในประเทศ ตรงนี้ก็มีโอกาสสำหรับไทยในการไปลงทุนสหรัฐฯ

“สมมติว่าจีนกับสหรัฐฯมีปัญหากันจริง การย้ายการลงทุนก็ต้องมาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้น โอกาสในการดึงดูดการลงทุน ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่มีอะไรที่ต้องตื่นตกใจเป็นพิเศษ อย่าไปตีตนก่อนไข้ ทรัมป์เป็นคนที่ฉลาด เป็นนักธุรกิจ รู้ว่าอะไรเดินได้เดินไม่ได้ เขาไม่ใช่คนที่จะเอาหัวชนกำแพง ไม่เดินนโยบายสุดโต่งเกินไป”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้