วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คู่แฝดเกลื่อนเมือง! รถเถื่อนสวมทะเบียน ส่องวิธีสังเกตสางปัญหาพาซวย

การถูกสวมทะเบียนไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ใช่ครั้งแรก แต่เกิดขึ้นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน โดยในครั้งนี้ เกิดขึ้นกับนายปรีชพล จันทรัตนวงศ์ อายุ 35 ปี อาชีพ พนักงานบริษัทเอกชน ซึ่งผู้เสียหาย เล่าย้อนไปยังตอนที่เริ่มรู้ตัวว่าโดนปลอมทะเบียน ก็ต่อเมื่อมีใบสั่งส่งมาให้ที่บ้านในข้อหา ขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด เมื่อเปิดซองดูก็พบว่า ในใบสั่งระบุเป็นวันที่ 10 ก.ย. 59 เวลา 11.14 น. ที่ถนนนครอินทร์ จ.นนทบุรี ทั้งที่ในวันนั้นเขาอยู่ที่ ร.ร.วัดท่าดินแดง จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ 09.00-14.00 น. แล้วเหตุใดทำไมรถเขาถึงไปอยู่ที่นั่นได้

นายปรีชพล พิจารณาใบสั่งอย่างถี่ถ้วน พบว่า แม้รถคันนี้จะยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน สีเดียวกัน รวมทั้ง ทะเบียนเดียวกัน แต่นายปรีชพลยืนยันว่า รถคันที่อยู่ในใบสั่งนี้ไม่ใช่รถเขาอย่างแน่นอน! ไม่ว่าจะเป็น ช่องว่างตรงทะเบียนหน้ารถที่แตกต่างกัน, บริเวณไฟตัดหมอกเป็นเทียน่า J32 ปี 2010 แต่รูปในใบสั่ง ไฟตัดหมอกจะไม่อยู่ในขอบสีดำ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของเทียน่า J32 ปี 2012 minor change, บริเวณคิ้วกันสาดไม่มีติดคิ้วกันสาดที่กระจก แต่รูปในใบสั่งจะมีติดคิ้วกันสาดที่กระจกชัดเจน, บริเวณหลังคาไม่มี sunroof แต่รถในใบสั่งจะมี sunroof

1 เดือนต่อมา มีใบสั่งส่งมาที่บ้านนายปรีชพลอีกครั้ง ในข้อหาเดียวกัน คือ ขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด แต่ครั้งนี้เกิดขึ้นที่วงแหวนตะวันออก ถนนกาญจนาภิเษก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยวันที่เกิดเหตุเป็นวันเดียวกันกับใบสั่งใบแรกด้วย

“ตอนนี้มองไว้สองทาง คือ รถคันนี้ผมซื้อจากเต็นท์รถมือสองแถวแยก อสมท เมื่อเดือน พ.ค. 58 คิดว่าเต็นท์คงไม่น่าจะมีอะไร แต่ผมไม่รู้ว่าพวกมิจฉาชีพใช้วิธีไปดูรถตามเต็นท์แล้วไปออกเลขทะเบียนปลอมหรือเปล่า พอเราไปดูตามเต็นท์ก็จะได้รูปพรรณของรถต่างๆ มาแล้วก็ไปสวมทะเบียนที่ใกล้เคียงที่สุดของเขา ซึ่ง ณ วันที่ไปหาตำรวจที่สภ.เมืองนนทบุรี เขาได้ตั้งข้อสังเกตว่า คนในของกรมการขนส่งทางบก อาจจะมีอะไรไม่ปกติ และส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นจะเป็นรถราคาแพง พวกรถจดประกอบจะเจอเยอะมากที่โดนสวมทะเบียน ซึ่งในกรณีรถผมอาจจะเป็นรถที่ไม่ต่อทะเบียนมานาน หรือถูกอายัติ” นายปรีชพล กล่าว

กรณีของนายปรีชพล คือ หนึ่งในหลายกรณีที่เกิดขึ้นและยังไม่สามารถจับกุมรถที่ถูกสวมทะเบียนได้ แต่รู้หรือไม่ว่า...ผู้ที่สวมป้ายทะเบียนปลอมมีจุดประสงค์เพื่ออะไร วิธีสังเกตป้ายทะเบียนปลอมดูอย่างไร รวมถึงหากถูกสวมป้ายทะเบียนต้องทำอย่างไร? วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ เลขานุการศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาอธิบายถึงเรื่องดังกล่าว

รถเถื่อนเกลื่อนเมือง ยอดสูง 2-3 หมื่นคันต่อปี

มือปราบแก๊งโจรกรรมรถ ให้ข้อมูลว่า ในแต่ละปีมีรถผิดกฎหมาย 2-3 หมื่นคัน โดยประเภทของรถผิดกฎหมาย มีอยู่ 3 ประเภท ได้แก่

1.รถที่ไปก่อคดีมา ไม่ว่าจะเป็นลัก ปล้น ฉ้อโกง ยักยอก หลอกเอารถมา ในแต่ละปีทั่วประเทศมีประมาณ 1,000 คัน เฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ประมาณ 200 คันต่อปี เมื่อได้รถมาก็จะนำมาสวมทะเบียนเพื่อจะใช้หรือขายต่อในตลาดมืด แต่ส่วนใหญ่คดีลักรถจะส่งออกแยกขายเป็นอะไหล่มากกว่า ส่วนที่วิ่งเป็นคันๆ จะเป็นรถหนีภาษี กับหนีไฟแนนซ์

2.รถหนีไฟแนนซ์ จะเป็นรถตลาดที่ซื้อง่ายขายคล่อง โดยยอดหนี้เสียจากธนาคารปีละ 1-2% ที่ลูกค้าดาวน์แล้วไม่ผ่อนชำระ ลูกค้าบางคนเอาทะเบียนปลอมมาใส่สวมทับอีกให้รู้ว่าเป็นรถคันอื่น เพื่อหลบซ่อนเจ้าของจะได้ตามไม่เจอ แล้วนำมาใช้หรือไปขายต่อในตลาดมืด หรือหลอกขายตามอินเทอร์เน็ตในกลุ่มรถมือสองราคาถูกอ้างว่ามีการต่อทะเบียนแล้ว

3.รถนำเข้ามาผิดกฎหมาย รถจดประกอบ นำเข้าชิ้นส่วนอะไหล่มาประกอบในประเทศ  หรือรถที่นำเข้ามาในประเทศไทย โดยไม่ผ่านศุลกากร เช่น รถหรูที่ไม่ได้ผลิตในประเทศไทย รถพวกนี้ไม่มีทะเบียนอยู่แล้วก็จะเอาทะเบียนปลอมมาสวมไว้ เพื่อใช้หรือขายต่อในตลาดมืด

สำหรับขบวนการสวมทะเบียนรถเกิดจากเครือข่ายของกลุ่มรับจำนำรถ ขายรถ ร้านทำป้าย ปฏิบัติงานกันเป็นองค์กรอาชญากรรม มีนายทุนปล่อยเงินกู้โดยการรับจำนำรถ หากลูกหนี้ไม่จ่ายดอกเบี้ยก็ขายรถทิ้งผ่านนายหน้าตามบ่อนหรือในอินเทอร์เน็ต เพื่อป่าวประกาศขายรถมือสองสภาพดีในราคาที่ถูกมากๆ โดยอ้างว่าเป็นรถหลุดจำนำ จนมีผู้หลงเชื่อชอบของดีราคาถูก ซื้อต่อโดยที่ไม่รู้ว่ารถดังกล่าวถูกสวมทะเบียนมา

6 ข้อง่ายๆ วิธีสังเกตป้ายทะเบียนจริงหรือปลอม?

นอกจากนี้ มือปราบแก๊งโจรกรรมรถ ยังเปิดเผยถึงวิธีการสังเกตป้ายทะเบียนด้วยว่า...

1.วัสดุที่ใช้จะเป็นสังกะสีเคลือบกระดาษ 3M
2.ฟอนต์มีความคมชัดปั๊มนูน ระยะห่างของช่องไฟ ใช้บล็อกคอมฯ ไม่ใช่บล็อกมือ
3.ตรา ขส. ที่ย่อมาจากกรมการขนส่งทางบก เป็นตราเฉพาะจะถูกปั๊มนูนติดอยู่บนป้ายทะเบียน
4.ลายน้ำ ที่ใช้เทคนิคการพิมพ์แบบพิเศษ เมื่อมองมุมเฉียงหรือต้องแสงแดดจะเห็นลายน้ำ หากเป็นของปลอมจะทำไม่ได้
5.ตัวเลข 10 ตัว ยิงด้วยแสงเลเซอร์ติดอยู่ด้านหลังแผ่นป้ายทะเบียน
6.เลขตัวถังของรถยนต์ ต้องตรงกับใบแจ้งเสียภาษีหรือป้ายวงกลมตัวเลขต้องตรงกัน

สวมป้ายทะเบียนปลอม ระวังเจอคุก 6 เดือนถึง 5 ปี

ทั้งนี้ ผู้ที่สวมทะเบียนรถปลอมมีความผิดอย่างไรนั้น พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ระบุว่า

1.ความผิดฐานปลอมเอกสาร ใช้เอกสารปลอม มาตรา 265 ผู้ใดปลอมเอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 - 10,000 บาท ส่วนฐานความผิดอื่น เช่น เช่ารถจากเต็นท์รถแล้วนำมาสวมทะเบียนเพื่อขายต่อ จะมีความผิดฐานฉ้อโกง เป็นต้น

2.ความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 หากเป็นป้ายที่ทางราชการออกให้จริง มีความผิด มาตรา 67 ฐานเอาป้ายทะเบียนคันอื่นมาติด และอาจจะมีฐานความผิดอื่นตามพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

“ตำรวจมีหน่วยปราบปรามโจรกรรมรถอยู่แล้ว โดยจะออกไปสำรวจดูป้ายทะเบียนปลอมทุกวัน ซึ่งป้ายทะเบียนจะมีจุดตำหนิที่สังเกตได้ว่าเป็นป้ายปลอม และก็สามารถจับกุมคนขับและรถที่ผิดกฎหมายได้ ซึ่งถามว่ายากไหมก็ค่อนข้างใช้เวลานานและไม่ง่ายเลยที่จะไปเจอ เว้นแต่ว่าตำรวจจะไปเจอรถคันนี้และรอเจอเจ้าของรถคนที่ขับมาก่อนจะขอตรวจสอบเอกสาร ซึ่งหากเขาไม่สามารถแสดงเอกสารได้ เราก็จับกุมได้” พ.ต.อ.พรศักดิ์ กล่าว

อายัติทะเบียนที่ถูกสวม เพื่อตรวจสอบได้หรือไม่?

ผู้ที่ให้คำตอบกับเรื่องนี้ได้ คือ นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก โดยเผยว่า การอายัติทะเบียนเก่าของผู้เสียหาย และให้ทะเบียนใหม่มา เพื่อนำทะเบียนเก่าไปให้ตำรวจตรวจสอบ หากพบว่ามีทะเบียนนี้วิ่งบนท้องถนน แสดงว่าเป็นการสวมทะเบียน กรณีดังกล่าวนี้ กรมฯ ไม่สามารถอายัติทะเบียนรถได้ เนื่องจากแผ่นป้ายทะเบียนนั้นเป็นของปลอม และไม่ใช่แผ่นป้ายที่ออกโดยกรมฯ แต่สามารถแจ้งความให้ดำเนินคดีได้ เพราะเป็นรถที่ผิดกฎหมาย

ขณะที่ แผ่นป้ายที่ออกโดยกรมฯ จะอายัติได้ก็ต่อเมื่อมีการปลอมแปลงรถหรือเอกสารหลักฐานต่างๆ จนเหมือน แล้วนำมาตบตาเจ้าหน้าที่จดทะเบียนรถ และกรมฯ ทราบภายหลังว่า รถคันนี้ใช้เอกสารปลอม เพื่อมายื่นจดทะเบียน กรมฯ จึงจะสามารถเพิกถอนการจดทะเบียนรถได้

วิธีแก้ปัญหาเมื่อพบรถถูกสวมทะเบียน?

นอกจากนี้ นายณันทพงศ์ ยังกล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาหากพบเจอรถถูกสวมทะเบียน ว่า...

กรณีแรก หากทราบว่า มีรถคันอื่นสวมทะเบียนรถของตนเอง ไม่ว่าจะทราบโดยพบเห็นหรือมีใบสั่งส่งมาที่บ้านทั้งๆ ที่ไม่ได้ไปที่นั่น ควรจะรีบไปแจ้งความ หรือพยายามหาหลักฐานแสดงตัวว่า รถของตนเองไม่ได้นำไปใช้ที่นี่ แจ้งความกับตำรวจไว้เป็นหลักฐานว่ามีคนสวมทะเบียนรถ เพราะหากมีการใช้รถทะเบียนนี้ไปก่อเหตุกระทำความผิดที่อื่น ก็จะมีหลักฐานการแสดงตัวกับตำรวจ

กรณีที่สอง ซื้อรถมือสองควรจะต้องตรวจสอบประวัติรถก่อน เบื้องต้นอาจจะตรวจสอบประวัติจากเอกสาร ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบกว่า มีการแอบมาต่อทะเบียนเมื่อไร แอบมาต่อทะเบียนก่อนหรือไม่ และที่แน่นอนที่สุด คือ การนำรถมาตรวจสภาพ เพราะรถบางคันเลขตัวถัง ซึ่งเป็นเหล็กยังเจียให้เนียนและตอกเลขใหม่ให้เหมือนกับรถสวมทะเบียน

อย่างไรก็ตาม วิธีการเยียวยาทางราชการคงไม่มี และหากเจ้าของรถมีความประสงค์อยากจะเปลี่ยนป้ายทะเบียนก็สามารถทำได้ โดยมีค่าธรรมเนียมครั้งละ 500 บาท ไม่มียกเว้นค่าธรรมเนียมฟรี

ท้ายที่สุดนี้ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ฝากถึงเจ้าหน้าที่รัฐว่า “หากคนในกรมฯ รู้เห็นเป็นใจในการสวมทะเบียน มีความผิดทางวินัยการเป็นข้าราชการ และผิดกฎหมายปลอมแปลงเอกสาร ซึ่งถือเป็นจรรยาบรรณของผู้ที่ทำงานด้านนี้ ฉะนั้น การไปร่วมรู้เห็นในการปลอมแปลงทะเบียนเสียเอง จึงมีความผิดทางวินัยร้ายแรง”

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่
    reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

รถเถื่อนวิ่งบนท้องถนนในประเทศไทยแต่ละปีนับหมื่นคัน คุณอาจจะโดนสวมทะเบียนได้โดยไม่รู้ตัว รายงานพิเศษชิ้นนี้ ขอนำเสนอวิธีป้องกัน สังเกตป้ายทะเบียนปลอม รวมทั้งวิธีแก้ปัญหาภัยใกล้ตัวที่ผู้ใช้รถ ต้องอ่าน! 16 พ.ย. 2559 20:35 17 พ.ย. 2559 04:49 ไทยรัฐ