วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รับกรรมชาตินี้ ศาลเบลเยียมจำคุก 6 ปี หญิงไทยจัดส่งเหยื่อสาวไทยไปขายตัว

รับกรรมกันไป..ศาลเบลเยียมพิพากษา จำคุกหญิงไทย ส่งสาวไทยไปขายตัวในเบลเยียม 6 ปีพร้อมยังต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งอีก 6.5 หมื่นยูโรให้แก่เหยื่อสาวไทย ตอนนี้ศาลอาญาเมืองลิเอจน์ยังกำลังพิจารณาคดีรอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปสหรัฐฯ อีกคดี

เมื่อ 16 พฤศจิกายน 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 16 พ.ย. ศาลอาญาแห่งเมืองลิเอจน์ได้อ่านคำพิพากษาตัดสินจำคุก 6 ปี นางอลิซ สเปนเซอร์ วาร์เรน หรือนางสุมาลี อินทรทอง วัย 55 ปี ในข้อหาจัดส่งหญิงไทยไปประกอบอาชีพโสเภณี ร่วมเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์ การกดขี่ให้ผู้อื่นทำงานเพื่อผลประโยชน์ของตนโดยผิดกฎหมาย และการฟอกเงิน โดยมีผู้ต้องหาเพียง 2 คนคือ นางอลิซ สเปนเซอร์ วาร์เรน และนายสีชาน คาดี ที่มาฟังคำพิพากษาขณะที่อีก 2 คนได้หลบหนี ศาลจึงอ่านคำพิพากษาลับหลัง

ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาว่า จากพยานหลักฐานและคำให้การของเหยื่อตามสำนวนในคดี เห็นว่าผู้ต้องหาทั้งหมดได้กระทำความผิดจริงจึงพิพากษาตัดสิน นางอลิซ สเปนเซอร์ วาร์เรน ต้องโทษจำคุก 6 ปี นางพรพรรณ วิจิตสมบัติ ต้องโทษจำคุก 4 ปี นายสีชาน คาดี ต้องโทษจำคุก 4 ปี นายอาร์บอง อเล็กซานโดร ต้องโทษจำคุก 2 ปี ทั้งนี้ ผู้ต้องหาแต่ละคนต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งแก่สาวไทยที่เป็นผู้เสียหาย 4 คน ตามสัดส่วนของความผิดดังที่ระบุในคำฟ้อง โดยนางอลิซ สเปนเซอร์ วาร์เรน ต้องชดใช้ในวงเงินทั้งสิ้น 65,056.09 ยูโร

สำหรับเครือข่ายจัดส่งสาวไทยไปค้าประเวณีในเบลเยียมมีผู้ต้องหาร่วมขบวนการในคดีนี้จำนวน 4 คนคือ 1. นางอลิซ สเปนเซอร์ วาร์เรน ผู้จัดหาสาวไทยจัดส่งไปเบลเยียมโดยขอวีซ่าผ่านประเทศที่สาม เช่น อิตาลี สเปน ก่อนเดินทางเข้าเบลเยียมเพื่อค้าประเวณี 2. นางพรพรรณ วิจิตสมบัติ หรือโรส รับผิดชอบดูแลเมื่อสาวไทยเดินทางมาถึงเบลเยียมด้านที่พักอาหาร ลงโฆษณาทางอินเทอร์เน็ต จัดการติดต่อหาลูกค้าและดูแลรายได้ของหญิงไทย และได้หลบหนีกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2558 3. นายสีชาน คาดี หรืออาลี ถือสัญชาติอังกฤษเชื้อสายปากีสถาน ทำหน้าที่รับช่วงต่อจากนางโรส ดูแลหญิงไทยให้หลบหนีค้าประเวณีในหลายเมืองในเบลเยียม เช่น กรุงบรัสเซลส์ เมืองลิเอจน์ เมืองอาร์ลอง และ 4. นายอาร์บอง อเล็กซานโดร ชักนำหญิงสาว 2 คนจากโรมาเนียมาค้าประเวณีและได้หลบหนีกลับโรมาเนีย

หลังจากที่ผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินเสร็จเรียบร้อย อัยการได้ขอให้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองในทันที เนื่องจากเป็นโทษจำคุกหนักและต้องมีการชดใช้ทางแพ่ง อีกทั้งผู้ต้องหาทั้งสองไม่มีความผูกพันกับเบลเยียมและอาจหลบหนีได้ หากได้รับการปล่อยตัว ขณะที่ทนายความของผู้ต้องหาได้ร้องขอต่อศาลให้ปล่อยตัวชั่วคราว แต่ศาลพิพากษายืนยันให้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองทันที

ศาลอาญาแห่งเมืองลิเอจน์ได้ทำการไต่สวนคดีมาหลายครั้ง โดยในการไต่สวนคดีเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ขณะที่นางอลิซซึ่งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแต่ต้องใส่กำไลอิเล็กทรอนิกส์ได้เดินออกมาจากห้องพิจารณาคดี ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาเพิ่มเติมตามหมายจับระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกาในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกระทำการค้าประเวณี สมรู้ร่วมคิดบังคับใช้แรงงาน สมรู้ร่วมคิดในการฟอกเงิน และสมรู้ร่วมคิดปลอมแปลงวีซ่าเข้าสหรัฐฯ และถูกควบคุมตัวกลับเข้าเรือนจำอีกครั้งหนึ่ง โดยศาลอาญาแห่งเมืองลิเอจน์อยู่ในระหว่างการพิจาณาการส่งตัวนางอลิซ สเปนเซอร์ วาร์เรน ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนตามที่ทางการสหรัฐอเมริการ้องขออีกด้วย

ทั้งนี้ ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า นางสุมาลี อินทรทอง อายุ 55 ปี หญิงไทย เป็นหัวหน้าแก๊งเครือข่ายค้ากามส่งหญิงไทยมายังสหรัฐฯ จากผลจับกุมคนไทย 12 คน และชาวอเมริกัน 5 คน ที่ร่วมขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติส่งหญิงไทยไปค้าประเวณีในหลายรัฐทั่วสหรัฐอเมริกา ทำให้สามารถทลายขบวนการค้าประเวณีทั่วประเทศสหรัฐฯ ของเครือข่ายนี้ที่หญิงไทยนับร้อยคนตกเป็นเหยื่อถูกล่อลวงไปค้าประเวณี โดยเป็นขบวนการเครือข่ายที่มีพฤติกรรมคล้ายคลึงกับการส่งตัวสาวไทยไปค้าประเวณีประเทศเบลเยียม.

รับกรรมกันไป..ศาลเบลเยียมพิพากษา จำคุกหญิงไทย ส่งสาวไทยไปขายตัวในเบลเยียม 6 ปีพร้อมยังต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งอีก6.5หมื่นยูโรให้แก่เหยื่อสาวไทย ตอนนี้ศาลอาญาเมืองลิเอจน์ยังกำลังพิจารณาคดีรอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปสหรัฐฯอีกคดี 16 พ.ย. 2559 18:48 16 พ.ย. 2559 19:08 ไทยรัฐ