วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุดสงสาร ลุงชง ป่วยท้าวแสนปม อยู่ตัวคนเดียว อยากกราบพระบรมศพสักครั้ง

ลุงวัย 60 ป่วยโรคท้าวแสนปม บ้านเดิมอยู่กรุงเทพฯ แต่ต้องหนีสังคม ไปอยู่สุดชายแดนที่เบตงกับเพื่อนพม่า สุดท้ายเพื่อนถูกจับส่งกลับประเทศ ได้อาศัยชาวบ้านหาข้าวให้กิน วอนคนช่วย อยากไปกราบสักการะพระบรมศพ ในหลวง ร.9 สักครั้ง...

วันที่ 16 พ.ย. นายมนูญ พรมน้อย ปลัดอาวุโสอำเภอเบตง พร้อมด้วยนายแพทย์บรรยง เหล่าเจริญสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเบตง และสมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอเบตง นำถุงพระราชทาน ข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องดื่ม และเงินสดจำนวนหนึ่ง มอบให้กับนายชิติ เจริญรัตนประภา อายุ 60 ปี ชาวกรุงเทพฯ เป็นผู้ป่วยโรคท้าวแสนปม ที่อาศัยบ้านเลขที่ 30 บ้านจับยี่ลุ่ย หมู่ 1 ตำบลธารน้ำทิพย์ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นบ้านพักแรงงานชาวเมียนมาที่รับจ้างกรีดยางในพื้นที่ หลังทราบจากชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีชายวัย 60 ปี อาศัยอยู่ในบ้านพักคนงานเพียงลำพัง ป่วยเป็นโรคท้าวแสนปม ไม่มีอาชีพเพราะไปหางานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ ความเป็นอยู่ยากลำบาก และต้องการความช่วยเหลือจากสังคม

นายชิติ เจริญรัตนประภา หรือ ลุงชง เล่าให้ฟังว่า ตนเองมีพี่น้อง 3 คน แต่ไม่ได้เป็นโรคท้าวแสนปมเหมือนกับตน ซึ่งตนป่วยเป็นโรคท้าวแสนปมมาตั้งแต่อายุ 15 ปี ไม่เคยได้รับการติดต่อจากญาติพี่น้องเลย จึงมุ่งทำงานหาเลี้ยงชีพ แต่ก็ไม่มีใครกล้ารับไปทำงานด้วย เพราะเขารังเกียจโรคที่เป็นอยู่ ต้องไปอาศัยอยู่กับน้องชายที่ย่านสายไหม กทม. แต่น้องชายก็มีฐานะยากจน และอาศัยอยู่ตัวคนเดียวเช่นกัน ส่วนตนอยู่ไปก็มีแต่คนรังเกียจ บางครั้งคิดน้อยใจจะฆ่าตัวตาย จนมีเพื่อนชาวพม่าในละแวกแถวนั้นชักชวนตนลงมาอยู่มาหางานทำที่ อ.เบตง จึงตัดสินใจเดินทางลงใต้ มาอยู่กับเพื่อนซึ่งรับจ้างกรีดยางที่อำเภอเบตง ได้ประมาณ 5-6 เดือนแล้ว กระทั่งเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อนชาวพม่าที่อยู่ด้วยกัน ถูกจับข้อหาหลบหนีเข้าเมือง ทางการไทยได้ส่งตัวกลับประเทศไปแล้ว ตนจึงอยู่เพียงลำพังจากนั้นเป็นต้นมา จนกระทั่งชาวบ้านเห็นความลำบาก ได้นำอาหารมาให้

ลุงชง กล่าวอีกว่า ตนอยากกลับไปบ้านเกิดที่กรุงเทพฯ เพื่อไปถวายสักการะพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 สักครั้ง หลังจากที่ทราบข่าวพระองค์ท่านเสด็จสวรรคต เหมือนกับคนไทยทั่วไปที่รักในพระองค์  แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้แค่ไหน 

ด้านนายแพทย์บรรยง เหล่าเจริญสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเบตง กล่าวว่า โรคท้าวแสนปม ไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่ติดต่อทางการสัมผัส หรือการหายใจ เนื่องจากไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เป็นโรคผิวหนังที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เกิดจากเซลล์เยื่อหุ้มประสาทเจริญผิดปกติกลายเป็นเนื้องอกขึ้นตามผิวหนัง โดยก้อนเนื้อจะมีโอกาสเป็นมะเร็งได้ร้อยละ 2-5

"ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีเนื้องอกตะปุ่มตะป่ำทั่วตัว มีขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้าง กระจายไปเต็มตัว บางรายอาจมีไม่กี่ตุ่ม แต่ส่วนใหญ่ร่างกายแข็งแรงเหมือนคนปกติทั่วไป ในการรักษา เป็นการรักษาตามอาการ โดยวิธีตัดก้อนเนื้อที่ก่อให้เกิดความรำคาญโดยเฉพาะก้อนใหญ่ที่ ก่อให้เกิดความไม่สะดวกในการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น ก้อนที่มีน้ำหนักมาก ถ่วง หรือปิดรูหู ปิดปาก หรือปิดตาทำให้ลืมตาไม่ขึ้น ไม่สะดวกในการรับประทานอาหาร อย่างไรก็ตามหลังผ่าตัดก้อนเนื้อออกแล้ว ก้อนเนื้อก็จะงอกขึ้นมาใหม่ได้ ดังนั้น เพื่อนบ้าน บุคคลใกล้ชิดกับผู้ป่วย ไม่ควรแสดงความรังเกียจผู้ป่วย เนื่องจากไม่ได้เป็นโรคติดต่อ ยังสามารถให้การช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกันได้เหมือนคนปกติทั่วไป" 

สำหรับผู้ใจบุญ อยากช่วยเหลือนายชิติ ผู้ป่วยท้าวแสนปมรายนี้ ให้มีชีวิตที่ดีขึ้น สามารถบริจาคผ่าน บัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาสำเหร่ บัญชีเลขที่ 009-1-64838-5 ในชื่อนายชิติ เจริญรัตนประภา. 

ลุงวัย 60 ป่วยโรคท้าวแสนปม บ้านเดิมอยู่กรุงเทพฯ แต่ต้องหนีสังคม ไปอยู่สุดชายแดนที่เบตงกับเพื่อนพม่า สุดท้ายเพื่อนถูกจับส่งกลับประเทศ ได้อาศัยชาวบ้านหาข้าวให้กิน วอนคนช่วย อยากไปกราบสักการะพระบรมศพ ในหลวง ร.9 สักครั้ง... 16 พ.ย. 2559 18:02 16 พ.ย. 2559 20:11 ไทยรัฐ