วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กตู่' แฮปปี้ผลงาน 'บิ๊กฉัตร' ชี้เดินถูกทาง ช่วยชาวนา แม้ไม่ทันใจ

'บิ๊กตู่' แฮปปี้ผลงาน 'บิ๊กฉัตร' ชี้เดินถูกทาง ช่วยชาวนา แม้ไม่ทันใจ

  • Share:

นายกฯ พอใจผลงาน "บิ๊กฉัตร" มั่นใจคุมกระทรวงเกษตรฯ ลั่นแก้ไขปัญหาให้คนไทยมีรายได้รายวัน ย้ำไม่ได้บอกให้เลิกปลูกข้าว ชี้แก้ไขปัญหาต้นเหตุ ด้าน "บิ๊กฉัตร" ลั่นเดินหน้าสู่เป้าหมายเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร 3.9 แสนบาท/คน/ปี

เมื่อวันที่ 16 พ.ย.59 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า การตรวจเยี่ยมตนใช้วิธีแบบทหาร จะไปเยี่ยมใครไม่ต้องเตือนกันมากนัก ทุกกระทรวงก็ไม่ต้องกังวลเตรียมการต้อนรับให้วุ่นวาย กระทรวงเกษตรฯ ถือเป็นกระทรวงที่อยู่กับเกษตรกรจริงๆ ดูแลผู้มีรายได้น้อย และประเทศไทยก็เป็นประเทศเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ ถือเป็นอาชีพหลักของคนไทย ซึ่งรัฐบาลมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และตนมาติดตามดูเรื่องยุทธศาสตร์ ในเรื่องการเกษตรครบวงจรที่จะนำพาประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งตนมีความพึงพอใจกระทรวงเกษตรฯ ทำตามแผนงานรัฐบาล รวมถึงทุกกระทรวงมีภารกิจหลักและภารกิจแฝง และภารกิจที่เชื่อมโยงบูรณาการกับส่วนอื่น วันนี้ตนมาอธิบายในหลักการในการบริหารราชการแผ่นดินระยะต่อไป ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ และทุกกระทรวงทำมาโดยตลอด

นอกจากนี้ตนได้สั่งการในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ต้องเชื่อมโยงระหว่างนโยบายรัฐบาล วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ใน 7 กล่องยุทธศาสตร์ โดยกระทรวงเกษตรฯ ต้องนำมาขับเคลื่อน ทั้งด้านความมั่นคงอาหารและเกษตร ดูว่าอะไรบ้างที่ใช้งบประมาณ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความสมดุลในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การปฏิรูประบบราชการในกระทรวง และการนำพาเกษตรไปสู่เกษตร 4.0 และการสนับสนุนให้ประชาชนมีความรู้ในลักษณะสมาร์ทฟาร์มเมอร์ และนำไปสู่การจัดทำแผนแม่บทว่า ยุทธศาสตร์ทั้งหมดจะเดินไปด้วยแผนปฏิบัติการอย่างไรใน 20 ปี ข้างหน้า

ทั้งนี้ เราตั้งเป้าหมายว่าในระยะทุก 5 ปี จะทำให้กิจกรรมก้าวหน้าเท่าไหร่ เดินไปกี่เปอร์เซ็นต์ รายได้ควรเพิ่มเท่าไหร่ จัดหาน้ำเพิ่มมากขึ้นได้เท่าไหร่ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความร่วมมือระหว่างรัฐกับประชาชน อะไรที่ทำได้ต้องเร่งทำวันนี้ ถ้าไม่คิดใหม่ ไม่ทำใหม่ก็จะเป็นแบบเดิม น้ำท่วม ฝนแล้ง เกษตรกรไม่มีรายได้ มันคือปัญหาที่มีมายาวนาน และเป็นปัญหาในอนาคต หากไม่ทำอะไรในวันนี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า จากที่นำไปสู่ยุทธศาสตร์ แผนแม่บท แผนเผชิญเหตุการณ์ จะต้องสอดคล้องกับแผนการใช้จ่ายงบประมาณด้วย ตนเคยบอกแล้วว่าต่อไปรัฐบาลจะต้องชี้แจงว่างบประมาณเหล่านี้ที่จะนำมาดำเนินการเรื่องใดก็ตามมาจากไหน เป็นการจัดทำงบ 2 ขา จึงจำเป็นต้องเดินหน้าทุกกระทรวงให้ได้ดังนี้ เพื่อสอดคล้องกันทั้งประเทศในเชิงบริหาร และตนมีหน้าที่ในเชิงบริหาร คิดริเริ่มวางกรอบต่างๆ ไว้ให้ โดยแต่ละกระทรวงมีขีดความสามารถอยู่แล้ว กระทรวงเกษตรฯ มีข้าราชการที่เข้มแข็ง มีความรู้ ความสามารถมากมาย ตนเพียงมานำในฐานะรัฐบาล

"ผมเชื่อมั่นในตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ที่ปรึกษารัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง และทุกคน ซึ่งถือทำงานเต็มที่ ถ้าลองถามดูจะรู้ว่าทุกคนมีความพึงพอใจ ที่เห็นแนวทางรัฐบาล จะสามารถทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชน เกษตรกร แต่อาจไม่ทันใจเหมือนที่ผ่านมา แม้เป็นการแก้ปัญหาเร็ว แต่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และปัญหาก็กลับมาที่เดิมทุกปี วันนี้เรากำลังทำให้ดีขึ้น ให้เร็วที่สุด แต่ไม่อยากกำหนดเวลาว่าต้องเป็น 1 ปี หรือ 5 ปี เดี๋ยวมีปัญหาอีก แต่ต้องดูว่าใน 5 ปีจะทำอะไรบ้าง แต่การจะทำอะไรได้ไม่ใช้อำนาจหรือกฎหมาย แต่ต้องใช้การสมัครใจ เช่น เรื่องการปรับเปลี่ยนปลุกพืชเกษตรแปลงใหญ่ หากสมัครกันเข้ามาจะดูแลกันได้ง่ายขึ้น แต่ถ้ายังไม่สมัครก็ต้องไปแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ส่งผลให้เป้าหมายใหญ่ๆ ไปไม่ได้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ต้องขอบคุณกระทรวงเกษตรฯ ที่จัดขายสินค้าทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวที่ขายให้กับประชาชนทั่วไป และขอบคุณผู้ซื้อทั้งประเทศด้วย ซึ่งผลิตผลทางการเกษตรตนให้นโยบาย 3 ด้านคือ 1.ไว้ทำพันธุ์ 2.บริโภค 3.ขาย ซึ่งตลาดจะเปิดตลอด เวลานี้มีประมาณ 2,000 กว่าแห่ง แต่ไม่ได้มั่งหวังว่าจะได้ข้าวได้ทั้งหมด เพราะข้าวมี 16-17 ล้านตัน โดยมุ่งหวังส่วนหนึ่งต้องขายให้พ่อค้าคนกลางคือโรงสี ที่จะนำไปสู่การค้าข้าวปกติ แต่ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้ราคาสูงขึ้น ส่วนตลาดค้าปลีกที่เกิดขึ้น เป็นการเปิดช่องทางให้สหกรณ์ รัฐวิสาหกิจชุมชน และกลุ่มเกษตรต่างๆ ยึดโดยกับเกษตรให้เกิดความเข้มแข็ง ให้ชาวนาขายข้าวได้ทั้งที่สหกรณ์และโรงสี

นายกฯ กล่าวต่อว่า อีกส่วนที่ต้องทำ คือ ทำให้ประชาชนมีรายได้ประจำวัน จะต้องผลิตข้าวให้มากขึ้นหรือไม่ เพื่อนำไปสู่การส่งเสริมการปลูกข้าวที่ใช้พื้นที่น้อยลง แต่ได้ข้าวมากขึ้น เพราะหากยังปลูกแบบเดิมข้าวจะล้น พื้นที่ใดทำได้ก็ทำ แต่หากทำไม่ได้ ก็ปลูกพืชไร่นาสวนผสม ยืนยันว่าไม่ได้ให้เลิกปลูกข้าว เคยพูดมาหลายครั้งแล้ว หากมีข้าวไว้กิน ทำพันธุ์และขาย ก็จะมีรายได้เข้าบ้าน เมืองนอกเขาก็ทำกันแบบนี้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้มาจากโทรทัศน์ต่างประเทศ เป็นไปตามหลักการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องของความพอเพียง เลี้ยงตัวได้ ซึ่งต้องดูตั้งแต่ปลูก ผลิต แปรรูป สร้างนวัตกรรม ไปสู่ต่างประเทศ ให้เกิดความสมดุล กระทรวงเกษตรฯ กำลังทำแบบนี้

"ขอเพียงแรงใจ ไม่มีใครอยากให้เกิดความขัดแย้ง และไม่มีใครอยากให้เกษตรมีรายได้น้อยลง หรือยุติอาชีพของท่าน ผมรู้ แต้ทำอย่างไรเขาจะดีขึ้น คือสิ่งที่เป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ" นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า มองว่าผลงานของกระทรวงเกษตรฯ เป็นอย่างไร และยุทธศาสตร์ที่วางไว้มาถูกทางหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "ถูกแล้วไง" เมื่อถามว่า แฮปปี้มากน้อยแค่ไหน นายกฯ กล่าวทันทีว่า "แฮปปี้ๆ แฮปปี้ทุกกระกรวง ก็ผมต้องเป็นคนรับผิดชอบ ถ้าไม่ดีผมก็ต้องรับผิดชอบใช่มั้ยเล่า อย่าไปว่าท่านรัฐมนตรี ว่าผมนี่"

ทั้งนี้เมื่อนายกฯ ให้สัมภาษณ์เสร็จก่อนที่จะขึ้นรถกลับทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวได้ตะโกนถามว่า "โอเค งั้นว่าท่านนายกฯ" ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ตะโกนกลับมาว่า "อย่าว่าผมมากนักเลย"

ด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ แถลงว่า นายกรัฐมนตรีฝากไว้ให้กำลังใจข้าราชการทุกคนทำงานต่อไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ เน้นบูรณาการทุกหน่วยงานร่วมกัน เพื่อเป้าหมายสุดท้าย คือเกษตรกร มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นภายใน 20 ปีนี้ ให้หลุดจากผู้มีรายได้ปานกลาง ไปสู่รายได้สูง 3.9 แสนบาทต่อคนต่อปี นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังขอให้ข้าราชการเกษตรทุกคน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ทำงานถวายราชวงศ์ทุกพระองค์ เพราะทรงห่วงใยประชาชน เกษตรกร ทั้งเรื่องการแก้ไขปัญหาข้าว น้ำ สินค้าเกษตร เพราะเกษตรกรเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ทั้งนี้ตนได้ขับเคลื่อนแผนระยะสั้น ซึ่งภายใน 5 ปีต้องเกิดสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เกษตรแปลงใหญ่ 5 พันแปลง สินค้าเกษตรมีความปลอดภัยมากขึ้น ปีนี้ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวถาวร 5.7 แสนไร่ ไปปลูกพืชอื่น ซึ่งยังทำได้ 3 แสนไร่ โดยจะเดินหน้าเต็มที่ในปี 60

พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการชะลอข้าวออกสู่ตลาด เพื่อยกระดับราคาข้าว โดยเข้าโครงการจำนำยุ้งฉาง มีบางคนออกมาพูดกับสื่อให้ประชาชนเข้าใจผิดไปหมด ขอยืนยันว่าชาวนาเข้าโครงการชะลอการขายข้าว เก็บไว้ยุ้งฉาง เกษตรรับเงินไปก่อน ตอนนี้รัฐบาลได้ขยายเวลารับจำนำจาก 3 เดือน มาเป็น 6 เดือน ถ้าราคาไม่ดีปล่อยขาด ซึ่งปีที่แล้วสามารถชะลอข้าวได้ 7-8 แสนตัน จากเป้าหมาย 1 ล้านตัน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้